โดยเกินกว่าที่ทำการบันทึกไว้ตั้งแต่ปี 1950 และเอลนีโญจะถึงจุดสูงสุด (พีก) ในช่วงปลายปี 2026 แต่ผลกระทบจะยังอยู่ต่อไปอีกนาน
รายงาน การคาดการณ์สภาพภูมิอากาศตามฤดูกาลทั่วโลกฉบับล่าสุดระบุว่า อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน ซึ่งเป็นศูนย์กลางของปรากฏการณ์เอลนีโญ อาจสูงขึ้นถึง 3.8 องศาเซลเซียสในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2026 ถึงมกราคม 2027 โดยปรากฏการณ์นี้จะส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อรูปแบบสภาพอากาศทั่วโลก และผลกระทบอาจต่อเนื่องไปอีกนานหลังจากจุดสูงสุดในช่วงประมาณเดือนธันวาคม 2026

รายงานพยากรณ์ล่าสุดบอกอะไรบ้าง?
แอฟริกาตะวันออก : สภาพอากาศที่ชื้นกว่าปกติมีแนวโน้มเกิดขึ้นในบางส่วนของภูมิภาค ในช่วงฤดูฝนตุลาคม-ธันวาคม ซึ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับปริมาณน้ำฝนที่มากและน้ำท่วม
แอฟริกาตอนใต้ : ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของสภาพอากาศแห้งแล้ง อาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร ความพร้อมของน้ำ และวิถีชีวิตของผู้คนตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน (ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของฤดูฝนโดยทั่วไป)
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ : สภาพอากาศที่อบอุ่นขึ้นและปริมาณน้ำฝนที่ลดลง เพิ่มความเสี่ยงต่อการได้รับความร้อนสูง และสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อภาคเกษตรกรรมและแหล่งน้ำ เช่น ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของไฟป่าและหมอกควันที่เรากำลังเห็นอยู่แล้ว
ทวีปอเมริกา : ปริมาณน้ำฝนเพิ่มขึ้นในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา และทางตอนใต้ของอเมริกาใต้ฝั่งตะวันตก โดยเราได้เห็นภาพน้ำท่วมในชิลีและลุ่มน้ำปารานา (Paraná River Basin) แล้ว อเมริกาเหนือและตอนเหนือของทะเลแคริบเบียนก็คาดว่าจะเผชิญกับปริมาณน้ำฝนที่สูงกว่าปกติเช่นกัน ในทางกลับกัน ความเสี่ยงต่อภัยแล้งก็เพิ่มขึ้นในบางส่วนของอเมริกากลาง แคริบเบียนตอนใต้ และลุ่มน้ำแอมะซอน
นี่เป็นการพยากรณ์ตามฤดูกาล ไม่ใช่การทำนายเหตุการณ์เฉพาะเจาะจง ดังนั้น การพยากรณ์ระดับภูมิภาคและระดับประเทศจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการระบุว่าควรดำเนินการอย่างไรและเมื่อไหร่

สถานการณ์และความรุนแรงของเอลนีโญ
จุดเริ่มต้น: อุณหภูมิน้ำทะเลสูงเกินเกณฑ์เอลนีโญ (+0.5 องศาเซลเซียส) มาตั้งแต่เดือนมิถุนายน และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนทุกลดระดับเข้าสู่ “ซูเปอร์เอลนีโญ” (Super El Niño หรือ Very Strong คือเกิน +2 องศาเซลเซียส) มาตั้งแต่เดือนสิงหาคม
การทำลายสถิติ: เพียงต้นเดือนตุลาคม อุณหภูมิน้ำทะเลร้อนสูงถึง +2.81 องศาเซลเซียส ซึ่งแซงหน้าจุดพีกสุดของซูเปอร์เอลนีโญครั้งก่อนเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2558 (+2.78 องศาเซลเซียส) เป็นที่เรียบร้อย
จุดสูงสุด (Peak): แบบจำลองส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า จะขึ้นไปแตะจุดสูงสุดในเดือนธันวาคม ที่ระดับ +3.5 ถึง +4 องศาเซลเซียส ซึ่งถือเป็นระดับที่ไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน (Unprecedented) ตามที่ WMO ได้ออกเตือน
ระยะเวลาที่ยาวนาน: ความรุนแรงจะเริ่มเบาลงเล็กน้อยในเดือนมกราคม–กุมภาพันธ์ แต่สิ้นเดือนกุมภาพันธ์อุณหภูมิยังคงเกิน +2 องศาเซลเซียส ทำให้ภาวะซูเปอร์เอลนีโญลากยาวไปจนถึงเดือนมีนาคม และแม้เข้าสู่เดือนเมษายน สภาวะเอลนีโญปกติก็ยังคงอยู่ต่อเนื่อง
ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในไทย
สภาพอากาศและปริมาณน้ำ
- เกิดความแปรปรวนหนัก สภาพอากาศโดยรวมจะร้อนจัดและแล้งจัด
- มีความชื้นและไอน้ำในบรรยากาศสูง หากมีมวลความชื้นเคลื่อนเข้ามา อาจเกิดฝนตกหนักเฉพาะจุดอย่างรุนแรง (Rain Bomb)
- ช่วงที่ร้อนแล้งหนักที่สุดของประเทศไทยจะอยู่ในช่วงเดือนเมษายน–พฤษภาคม และต้องลุ้นให้ฝนปีหน้ามาตามปกติในเดือนพฤษภาคม–มิถุนายน
ภาคการเกษตรและปศุสัตว์
- เสี่ยงขาดแคลนน้ำอย่างหนัก โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทาน
- ผลผลิตอาจไม่ได้ตามเป้า พืชต้องใช้น้ำมากขึ้น ส่วนสัตว์เลี้ยงอาจเครียดและเติบโตช้า
ปัญหามลพิษและไฟป่า
- ฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ อาจเริ่มมาตั้งแต่ช่วงใกล้สิ้นปี
- ภาคเหนือและภาคอีสานจะเจอไฟป่าและฝุ่นควันอย่างหนักในช่วงร้อนแล้งสุดขีด (มีนาคม–เมษายน)
สิ่งแวดล้อมทางทะเลและประมง
- น้ำทะเลเริ่มร้อนขึ้นสิ้นเดือนกุมภาพันธ์-ต้นมีนาคม และร้อนจัดในเดือนเมษายน-พฤษภาคม
- ปะการังจะเริ่มฟอกขาวกลางเดือนเมษายน และวิกฤตหนักสุดในเดือนพฤษภาคม–มิถุนายน จนกว่าจะมีฝนมาช่วยลดอุณหภูมิ
- สัตว์น้ำและปลาจะหนีออกจากบริเวณชายฝั่ง กระทบต่อชาวประมงพื้นบ้านและผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ
ข้อเสนอแนะและการเตรียมรับมือสำหรับประเทศไทย
การบริหารจัดการน้ำ
- ภาคใต้: แม้ฝนเพิ่งเริ่มตกหนัก ให้อาจต้องหาทางเก็บกักน้ำไว้ให้ได้มากที่สุด อย่าประมาทเพราะภัยแล้งปีหน้าอาจยาวนาน
- เกษตรกร: ระมัดระวังการใช้น้ำอย่างเคร่งครัด และปฏิบัติตามคำเตือนของภาครัฐโดย งดการปลูกข้าวนาปรัง
การติดตามสภาพอากาศ
- ติดตามการพยากรณ์อากาศ ร้อน/ฝุ่น/ฝน อย่างใกล้ชิดและถี่ขึ้นเพื่อปรับตัวให้ทันต่อสภาพอากาศที่ผันผวน
การวางแผนระยะยาวและเศรษฐกิจ
- ให้ประเมินสถานการณ์ความเดือดร้อนในปี 2567 เพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 30-50%
- วางแผนรับมือล่วงหน้าอย่างน้อย 3–8 เดือน โดยเฉพาะการบริหารจัดการรายรับ-รายจ่าย เนื่องจากค่าครองชีพและราคาน้ำมันสูงขึ้น ควบคู่ไปกับภาวะเศรษฐกิจที่หารายได้ยาก
ผศ. ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ความรู้ในเรื่องนี้ว่า เอลนีโญที่รุนแรงขนาดนี้ มันจะเกิดความแปรปรวนหนัก น้ำทะเลร้อนมาก ไอน้ำในบรรยากาศมีเยอะ ร้อนแล้งโดยรวม ฝนตกหนักเป็นจุด นั่นคือสิ่งที่ต้องระวัง หากมีจังหวะที่มวลความชื้นเคลื่อนเข้ามา ฝนตกแบบเรนบอมบ์เป็นจุด ๆ เกิดขึ้นได้ การรับมือกับเอลนีโญระดับไม่เคยพบเคยเห็น จึงต้องเตรียมปรับตัวให้ไวตามสภาพอากาศแปรปรวน ติดตามพยากรณ์แบบใกล้ชิด ร้อน/ฝุ่น/ฝน ดูให้ถี่ขึ้น ยิ่งใกล้ยิ่งแม่น
คอนเทนต์อื่น ๆ ที่น่าสนใจ
📌อ่าน : เอลนีโญปีนี้รุนแรงมาก! ทำสีมหาสมุทรเปลี่ยนไป สร้างผลกระทบใหญ่เป็นห่วงโซ่
📌อ่าน : ซูเปอร์เอลนีโญหายไปไหน? หลายพื้นที่ยังมีฝนตกหนักต่อเนื่อง สวนทางคำเตือนภัยแล้ง
📌อ่าน : พีก ธ.ค. นี้! ปรากฏการณ์เอลนีโญมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น และจะอยู่จนถึง ก.พ. ปีหน้า
📌อ่าน : หลายเมืองทั่วโลกกำลังทรุดตัว ควรทำอย่างไร?
📌อ่าน : ผลตรวจสุขภาพโลกล่าสุด! เราข้ามขีดจำกัดของโลก ไปแล้ว 7 ใน 9 ข้อ
📌อ่าน : อธิบาย “ปรากฏการณ์เอลนีโญ” ทำให้โลกเกิดภัยแล้งและน้ำท่วมได้อย่างไร?
📌อ่าน : มีโอกาสเกิดน้ำท่วมสูงมาก! ทำไม? ช่วงนี้จะเกิดฝนตกหนักและตกแช่
📌อ่าน : “พยากรณ์อากาศ” รู้ได้อย่างไร? ฝนจะตก แดดจะออก พายุจะเข้า
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech





