ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

“ผมหงอก” กลับคืนเป็น “ผมดำ” ได้ไหม ?

07 ม.ค. 686 นาที07 ม.ค. 68

“ผมหงอก” พูดเบา ๆ ก็อาจสะเทือนใจคนที่กำลังเผชิญปัญหานี้หลายคน แม้ไม่ใช่วาระแห่งชาติ แต่ก็ส่งผลต่อความมั่นใจและบุคลิกภาพ แม้เป็นเรื่องค่อนข้างปกติ ที่เมื่อคนเราอายุมากขึ้น ผมจะขาวขึ้นก็ตาม กลายเป็นคำถามที่หลายคนสงสัย

ขนาดตัวอักษร

“ผมหงอก” พูดเบา ๆ ก็อาจสะเทือนใจคนที่กำลังเผชิญปัญหานี้หลายคน แม้ไม่ใช่วาระแห่งชาติ แต่ก็ส่งผลต่อความมั่นใจและบุคลิกภาพ แม้เป็นเรื่องค่อนข้างปกติ ที่เมื่อคนเราอายุมากขึ้น ผมจะขาวขึ้นก็ตาม กลายเป็นคำถามที่หลายคนสงสัย เมื่อเกิด “ผมหงอก” แล้วผมของเราจะสามารถกลับคืนเป็น “ผมดำ” ได้ไหม ?

ผู้หญิงผมหงอก

อธิบายสาเหตุการเกิด “ผมหงอก” แบบกะทัดรัดให้เข้าใจง่าย ๆ ก่อนว่า เกิดจากการที่ร่างกายไม่สามารถผลิต “เม็ดสีเมลานิน” ได้ (เม็ดสีเมลานิน คือเม็ดสีที่สร้างจากเซลล์ผิวหนังที่เรียกว่า เมลาโนไซต์ : melanocyte) โดยจะมีการเสื่อมสภาพทั้งจากช่วงอายุ โรค หรือสภาวะโรคที่เป็นอยู่ สำหรับเรื่องนี้ นายแพทย์พูลเกียรติ สุชนวณิช หน่วยโรคผิวหนัง ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ความรู้ว่า หากสาเหตุมาจากการเป็นโรค เช่น เบาหวาน โลหิตจาง ต่อมไทรอยด์ หรือด่างขาว เมื่อรักษาโรคหายแล้ว ผมหงอกก็จะกลับมาผมดำได้

แต่หากเป็น “ผมหงอก” จากสาเหตุอื่น เช่น กรรมพันธุ์ อายุ รวมไปถึงความเครียด “Martin Picard” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านเวชศาสตร์พฤติกรรม ณ Robert N. Butler Columbia Aging Center มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ให้ความรู้ว่า อาจเป็นเรื่องยากที่จะกลับคืนสู่สภาพเดิมได้

ด้าน Dr. Antonella Tosti ศาสตราจารย์ด้านผิวหนังและศัลยกรรมผิวหนัง มหาวิทยาลัยไมอามี ประเทศสหรัฐฯ เผยว่า ความเครียดจากออกซิเดชัน (ความไม่สมดุลของอนุมูลอิสระและสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ซึ่งนำไปสู่ความเสียหายของเซลล์) เช่น การสูบบุหรี่ มลภาวะต่าง ๆ เป็นสิ่งที่เพิ่มความเสี่ยงของการมีผมหงอก ขณะที่อาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง สามารถลดผลกระทบของการแก่ก่อนวัยได้ โดยช่วยลดความเสียหายของเซลล์และดีเอ็นเอที่เกิดจากอนุมูลอิสระซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติในร่างกายของเรา

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การลดความเครียดส่วนบุคคลและจากสิ่งแวดล้อม ยังคงไม่สามารถป้องกันผมหงอกได้ทั้งหมด โดยทั่วไปผู้คนเกิน 50% จะเริ่มมีผมหงอกเมื่ออายุประมาณ 50 ปี แต่สำหรับผู้ที่มีผมหงอกก่อนวัยอันควร “พันธุกรรม” อาจมีบทบาทมากกว่า “ความเครียด”

ผมหงอก

Dr. Joshua Zeichner แพทย์ผิวหนัง โรงพยาบาล Mount Sinai สหรัฐฯ กล่าวว่า หากมีประวัติครอบครัวที่มีผมหงอกก่อนวัย ก็มีแนวโน้มที่จะมีผมหงอกก่อนวัยเช่นกัน นอกจากนี้ ตนเองไม่เคยเห็นคนที่เกิดผมหงอกแล้วกลับมาเป็นปกติ ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่า “รูขุมขน” มีการเปลี่ยนแปลงถาวร โดย ณ ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาหรือวิธีแก้ไข “ผมหงอก” ที่ได้ผลอย่างสมบูรณ์ หากต้องการผมดำด้วยการย้อมสีผม ควรศึกษาอย่างละเอียดถึงวิธีการที่ปลอดภัย ห่างไกลสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อตัวเรา

urban-portrait-young-woman-with-pink-hair

เรื่องน่ารู้ “ย้อมสีผม” บ่อย ๆ ระวังสารเคมีอันตรายต่อสุขภาพ หากไม่ระวังให้ดี

ข้อมูลจาก กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เผยว่า ผลิตภัณฑ์ยาย้อมผม เป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน มีจำหน่ายทั่วไป สำหรับบางคนที่ชื่นชอบการทำสีผมอย่างมาก ทำให้ต้องทำสีผมอยู่บ่อยครั้ง และมักใช้ผลิตภัณฑ์ยาย้อมสีผมติดต่อกันเป็นเวลานาน ซึ่งรู้หรือไม่ว่า สารเคมีที่อยู่ในยาย้อมผมนี่แหละ ที่สามารถทำอันตรายต่อร่างกายและสุขภาพของเราได้ หากขาดความระมัดระวังในการใช้

สารเคมีที่นิยมนำมาใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ย้อมผมมากที่สุด คือ “สารพาราฟินีลินไดอะมีน” หรือเรียกสั้น ๆ ว่า PPD พบทั้งในผลิตภัณฑ์ย้อมผมประเภทชั่วคราว และถาวร มักก่อให้เกิดการแพ้มากที่สุดในกลุ่มผู้ใช้งาน  โดย ความรุนแรงของอาการขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้ ระยะเวลาในการย้อม และสภาวะของร่างกายของแต่ละบุคคล โดยอาการที่เกิดขึ้นได้แก่ อาการบวมบริเวณเปลือกตา ใบหน้า และริมฝีปาก โดยในขั้นแรกผิวหนังมีผื่นแดงเป็นตุ่มใส และมีน้ำเหลือง มีอาการคันมากบริเวณศีรษะ ใบหน้าและต้นคอ ในบางรายที่มีอาการแพ้มากจะทำให้หายใจลำบาก

นอกจากนี้ ทำให้เกิดจ้ำเขียวเป็นผื่น ดังนั้นก่อนใช้จึงจำเป็นต้องมีการทดสอบการแพ้ก่อนทุกครั้ง ทำให้ผลิตภัณฑ์ย้อมผมจึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องติดตาม ความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด โดยการควบคุมปริมาณของ PPD ในผลิตภัณฑ์ย้อมผมไม่ให้เกินร้อยละ 4 โดยน้ำหนัก

woman-using-dry-shampoo-home

วิธีแก้ไขเบื้องต้นเมื่อพบว่าแพ้ “สารเคมี” ในผลิตภัณฑ์ “ย้อมผม”

     - ให้ล้างหนังศีรษะและผมด้วยน้ำสบู่อ่อน ๆ หรือแชมพูอ่อน ๆ เพื่อล้างผลิตภัณฑ์ย้อมผมที่ยังเหลืออยู่หมดไป หรือให้เหลือน้อยที่สุด
     - ใช้สารละลายเจือจางของด่างทับทิม 1 ส่วน ต่อน้ำ 5,000 ส่วน เพื่อชะล้างสารเคมีให้หมดจากเส้นผม
     - หากอาการไม่ดีขึ้น ให้พบแพทย์เพื่อรับการรักษาต่อไป โดยนำฉลาก ซอง หรือกล่องผลิตภัณฑ์ที่ใช้ไปด้วย

ปัญหาเส้นผมและหนังศีรษะ

เทคนิคเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ “ย้อมผม” และข้อควรระวัง

     - อ่านฉลากและปฏิบัติตามคำเตือน และวิธีใช้
     - ไม่ใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน
     - ควรทดสอบการแพ้ก่อนใช้
     - ห้ามใช้เมื่อหนังศีรษะมีรอยถลอก เป็นแผล หรือโรคผิวหนัง
     - ไม่ควรเกาศีรษะอย่างแรงขณะย้อมผม เพื่อป้องกันไม่ให้สารเคมีถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย
     - ไม่ปล่อยให้สีย้อมผมค้างบนเส้นผมหรือหนังศีรษะนานเกินความจำเป็น เพราะอาจทำให้เกิดการแพ้ได้
     - สวมถุงมือทุกครั้ง เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ย้อมผม
     - สระผมให้สะอาดหลังจากใช้ผลิตภัณฑ์ย้อมผม
     - หยุดใช้ทันทีเมื่อมีอาการ แสบ ร้อน แดง คันยุบยิบ
     - หญิงมีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ย้อมผม

ทำความสะอาดเส้นผม

วิธีการทดสอบการแพ้ผลิตภัณฑ์ย้อมสีผม

     1. ทำความสะอาดบริเวณหลังใบหู หรือบริเวณข้อพับ ข้อศอกด้านใน
     2. ใช้ก้านสำลีจุ่มผลิตภัณฑ์ย้อมผมที่ผสมแล้วเพียงเล็กน้อย ทาที่บริเวณหลังใบหู หรือบริเวณข้อพับ ข้อศอกด้านใน ให้กว้างประมาณครึ่งนิ้ว
     3. ทิ้งไว้ให้แห้งโดยไม่ต้องล้างออกเป็นเวลา 24 - 48 ชั่วโมง หากมีอาการคันหรือผื่นแดง ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์นั้น


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS

แหล่งข้อมูลอ้างอิง : livescience, กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech 

เขียนโดย

"เซบา บาสตี้" นิสิตสาขาวิชาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์งานสื่อสิ่งพิมพ์ ม.มหาสารคาม เจ้าหน้าที่เนื้อหาดิจิทัล สำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส คนทำงานด้านการเขียน : Specialist Contents / Journalist / Writer / Creative Copywriter / Proofreader Lover

บทความที่เกี่ยวข้อง

“ผมหงอก” อาจมีเรื่องดี! เซลล์สร้างสีผมสละชีพ ลดเสี่ยงมะเร็งผิวหนังวิทยาศาสตร์

“ผมหงอก” อาจมีเรื่องดี! เซลล์สร้างสีผมสละชีพ ลดเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง

ทีมวิจัยญี่ปุ่นเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับ “ผมหงอก” ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Nature Cell Biology โดยชี้ว่าการสูญเสียเม็ดสีในเส้นผมอาจเป็นสัญญาณที่ดีว่าร่างกายกำลังกำจัดเซลล์ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนัง

11 พ.ย. 68|11 พ.ย. 68
อ่านต่อ →
หมอยืนยัน ! “ผมหงอก” ยิ่งถอนไม่ทำให้ยิ่งหงอกวิทยาศาสตร์

หมอยืนยัน ! “ผมหงอก” ยิ่งถอนไม่ทำให้ยิ่งหงอก

“ผมหงอก” ยิ่งถอนไม่ได้ทำให้ผมของเรายิ่งหงอก เนื่องจากสาเหตุมาจากอะไร Thai PBS Sci & Tech หาคำตอบมารอพร้อมเสิร์ฟแล้ว

11 ต.ค. 67|11 ต.ค. 67
อ่านต่อ →
จริงไหม ? “ความเครียด” ทำให้ผมหงอกวิทยาศาสตร์

จริงไหม ? “ความเครียด” ทำให้ผมหงอก

ด้วยความที่ “ผมหงอก” (ผมสีขาว) มักถูกกล่าวโยงถึงอายุและความเครียด (Stress) ดังนั้น Thai PBS Sci & Tech จึงขอพาไปหาคำตอบให้คนที่สงสัยว่า “ความเครียด” สามารถทำให้ผมหงอกได้จริงไหม

09 ต.ค. 67|09 ต.ค. 67
อ่านต่อ →
นักศึกษาไทยเจ๋ง! บุกเวทีวิจัยโลก ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับนิวทริโน เชื่อมโยงความสำเร็จ Nobel Prize in Physics 2026Thai Genius

นักศึกษาไทยเจ๋ง! บุกเวทีวิจัยโลก ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับนิวทริโน เชื่อมโยงความสำเร็จ Nobel Prize in Physics 2026

13 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
“ราดำ” ภัยเงียบที่มากับบ้านหลังน้ำท่วมวิทยาศาสตร์

“ราดำ” ภัยเงียบที่มากับบ้านหลังน้ำท่วม

13 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
ราวม่านโซลาร์เซลล์! เปิด-ปิดเองตามแสงแดด คุมผ่านมือถือ-เสียง ไม่ต้องเดินสายไฟเทคโนโลยี

ราวม่านโซลาร์เซลล์! เปิด-ปิดเองตามแสงแดด คุมผ่านมือถือ-เสียง ไม่ต้องเดินสายไฟ

13 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
ใช้ร่างกายเป็นเครือข่าย! เซนเซอร์ขนาด 3 มม. เชื่อมอุปกรณ์ ช่วยตรวจ-รักษาเฉพาะจุดวิทยาศาสตร์

ใช้ร่างกายเป็นเครือข่าย! เซนเซอร์ขนาด 3 มม. เชื่อมอุปกรณ์ ช่วยตรวจ-รักษาเฉพาะจุด

13 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
กรองอากาศด้วยแสง! แผ่นกรองซักได้ ดักอนุภาค 0.3 ไมครอน ช่วยลดขยะจากไส้กรองอากาศวิทยาศาสตร์

กรองอากาศด้วยแสง! แผ่นกรองซักได้ ดักอนุภาค 0.3 ไมครอน ช่วยลดขยะจากไส้กรองอากาศ

12 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
เปิด “วิทยาศาสตร์แห่งอำนาจ : ศาสตร์นอกห้องเรียน” ครั้งที่ 2!วิทยาศาสตร์

เปิด “วิทยาศาสตร์แห่งอำนาจ : ศาสตร์นอกห้องเรียน” ครั้งที่ 2!

11 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
Francis Halzen คว้ารางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ 2026 จากการบุกเบิกการตรวจจับนิวทริโนพลังงานสูงจากเอกภพวิทยาศาสตร์

Francis Halzen คว้ารางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ 2026 จากการบุกเบิกการตรวจจับนิวทริโนพลังงานสูงจากเอกภพ

08 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
รู้จัก “กาฬโรค” เพื่อรู้เท่าทันโรค พร้อมรับมือ-ป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นวิทยาศาสตร์

รู้จัก “กาฬโรค” เพื่อรู้เท่าทันโรค พร้อมรับมือ-ป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น

06 ต.ค. 69
อ่านต่อ →