รายงานการค้นพบพืชชนิดใหม่ของโลกในวงศ์ขิง (Zingiberaceae) จากระบบนิเวศเขาหินปูนจากจังหวัดขอนแก่น โดยความร่วมมือระหว่าง หน่วยวิจัยความหลากหลายของวงศ์ขิงและพืชมีท่อลำเลียงเพื่อการประยุกต์ใช้ สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช ม.มหาสารคาม ร่วมกับนักวิจัยจากคณะวิทยาศาสตร์ ม.มหาสารคาม, ม.ขอนแก่น และเครือข่ายนักวิจัยด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
การศึกษาครั้งนี้ดำเนินการโดย รองศาสตราจารย์ ดร.สุรพล แสนสุข หัวหน้าหน่วยวิจัยความหลากหลายของวงศ์ขิงและพืชมีท่อลำเลียงเพื่อการประยุกต์ สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช ม.มหาสารคาม เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย ร่วมกับ นายธวัชพงศ์ บุญมา นิสิตระดับปริญญาเอก สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช ม.มหาสารคาม, รองศาสตราจารย์ ดร.ปิยพร แสนสุข จากภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหาสารคาม, คุณมุกดามาศ เรืองฤทธิ์ นักวิจัยอิสระ, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ภก.ปฐมทรรศน์ ศรีสุข จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น, รองศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ เรือนนะการ จากคณะศึกษาศาสตร์ ม.มหาสารคาม และ Mr. Min Khant Naing จากศูนย์วิจัยความหลากหลายทางชีวภาพ ประเทศเมียนมา ร่วมกันศึกษาลักษณะทางสัณฐานวิทยา เปรียบเทียบกับตัวอย่างพรรณไม้และเอกสารทางอนุกรมวิธาน ตลอดจนวิเคราะห์ความคล้ายคลึงทางสัณฐานวิทยาของพืชกลุ่มที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะพืชในสกุลเดียวกัน

ทั้งนี้ “กระชายเขาหินปูน” เป็นชื่อพื้นเมือง โดยได้รับการตั้งชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Boesenbergia calcicola Boonma, Saensouk & P.Saensouk นับเป็นอีกหนึ่งการค้นพบที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของระบบนิเวศเขาหินปูนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ในฐานะแหล่งความหลากหลายทางชีวภาพที่ยังรอการศึกษาและค้นพบเพิ่มเติม ผลงานดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ Life ในฐานข้อมูล Scopus Q1, Tier 1 โดยเผยแพร่อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมา
จุดเริ่มต้นของการค้นพบ เกิดจากการสำรวจพรรณไม้ในพื้นที่เขาหินปูนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อคณะผู้วิจัยพบประชากรของกระชายที่มีดอกสีเหลือง และมีลักษณะหลายประการแตกต่างจากชนิดที่เคยมีรายงานมาก่อนในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น จึงได้ติดตามศึกษาต่อเนื่องจากพืชที่เจริญอยู่ในถิ่นอาศัยตามธรรมชาติ โดยมีการสำรวจในช่วงออกดอกติดต่อกันสองฤดูกาล ระหว่างปี 2568 และ 2569 เพื่อยืนยันความคงที่ของลักษณะทั้งส่วนลำต้น ใบ ช่อดอก และดอกในประชากรธรรมชาติและระหว่างฤดูกาล

คณะผู้วิจัยศึกษาทั้งตัวอย่างพืชมีชีวิต ตัวอย่างดอกที่เก็บรักษาในเอทานอล และตัวอย่างพรรณไม้ พร้อมทั้งเปรียบเทียบกับคำบรรยายดั้งเดิมของชนิดต่าง ๆ เอกสารทางอนุกรมวิธาน และตัวอย่างพรรณไม้จากแหล่งรวบรวมทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะชนิดที่มีลักษณะใกล้เคียงกันในสกุลกระชาย (Boesenbergia) หลังจากการตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่า พืชที่เก็บตัวอย่างจากจังหวัดขอนแก่น มีชุดลักษณะทางสัณฐานวิทยาที่แตกต่างอย่างสม่ำเสมอและไม่สอดคล้องกับขอบเขตความแปรผันของชนิดที่เคยมีการบรรยายไว้ จึงได้รับการรับรองและบรรยายเป็นพืชชนิดใหม่ของโลกในชื่อ Boesenbergia calcicola Boonma, Saensouk & P.Saensouk
ชื่อระบุชนิด “calcicola” มีที่มาจากภาษาละติน โดยคำว่า calx หรือ calcis หมายถึง “หินปูน” ส่วนคำว่า -cola หมายถึง “ผู้อาศัย” หรือ “ผู้ที่อาศัยอยู่” ชื่อคำระบุชนิดนี้จึงสื่อถึงถิ่นอาศัยของพืชชนิดดังกล่าวซึ่งพบขึ้นบนพื้นที่เขาหินปูน
“กระชายเขาหินปูน” เป็นพืชล้มลุกหลายปีที่มีเหง้าใต้ดิน ต้นสูงประมาณ 35–40 เซนติเมตร มีใบประมาณ 3–5 ใบต่อหนึ่งลำต้น โคนใบรูปหัวใจ ขอบใบมีสีแดง และในบางต้นใต้ใบอาจจะเป็นสีแดง ลักษณะที่โดดเด่นและสามารถสังเกตได้ง่ายในธรรมชาติคือ ช่อดอกออกที่ปลายยอดและยื่นพ้นจากกลุ่มใบอย่างชัดเจน โดยช่อดอกยาวประมาณ 9–13 เซนติเมตร และมีดอกทยอยบาน โดยจะบานครั้งละ 1-2 ดอก ดอกมีสีเหลืองและมีขนาดประมาณ 2.0–2.5 เซนติเมตร

ส่วนที่โดดเด่นที่สุดของดอกคือ กลีบปากสีเหลือง ซึ่งเมื่อคลี่ออกมีรูปร่างตั้งแต่รูปไข่จนถึงเกือบกลม บริเวณกึ่งกลางกลีบปากมีแถบสีแดงเข้มพาดตามแนวยาวจากบริเวณฐานของดอกไปประมาณสามในสี่ของความยาวกลีบ และขยายกว้างบริเวณโคนเป็นปื้นสีแดงเข้ม นอกจากนี้ยังมีปื้นรูปสามเหลี่ยมสีแดงเข้มอีกหนึ่งคู่บริเวณคอของกลีบปาก ลวดลายดังกล่าวทำให้ดอกของกระชายเขาหินปูนมีเอกลักษณ์โดดเด่น และเป็นหนึ่งในลักษณะสำคัญที่ใช้จำแนกพืชชนิดนี้ออกจากกระชายชนิดอื่น
ในทางอนุกรมวิธาน กระชายเขาหินปูนมีลักษณะบางประการใกล้เคียงกับ Boesenbergia petiolata Sirirugsa เช่น การมีช่อดอกออกที่ปลายยอด (Terminal) รูปร่างใบประดับ และลักษณะโดยรวมของกลีบปาก แต่สามารถจำแนกออกจากกันได้อย่างชัดเจนจากหลายลักษณะประกอบกัน ได้แก่ ช่อดอกของกระชายเขาหินปูนยื่นพ้นกลุ่มใบอย่างเด่นชัด ใบประดับและดอกมีขนาดสั้นกว่า เกสรเพศผู้ที่เป็นหมันด้านข้างมีขนาดเล็กกว่าและมีขน รวมถึงลวดลายสีแดงบนกลีบปากที่มีรูปแบบเฉพาะแตกต่างจากชนิดใกล้เคียง
เพื่อเพิ่มความชัดเจนในการเปรียบเทียบลักษณะทางสัณฐานวิทยา คณะผู้วิจัยยังนำข้อมูล 32 ลักษณะทางสัณฐานวิทยาของกระชาย 10 ชนิดมาวิเคราะห์ด้วยวิธี Gower distance ร่วมกับการจัดกลุ่มแบบ UPGMA และการวิเคราะห์ Principal Coordinates Analysis (PCoA) ผลการวิเคราะห์ช่วยสรุปรูปแบบความคล้ายคลึงและความแตกต่างโดยรวมของพืชที่นำมาเปรียบเทียบ โดย B. calcicola แสดงตำแหน่งทางสัณฐานวิทยาที่แตกต่างจากกลุ่มชนิดที่ใกล้เคียงหลายชนิด ทั้งนี้ ผู้วิจัยใช้การวิเคราะห์ดังกล่าวเพื่อแสดงความคล้ายคลึงเชิงสัณฐานวิทยา ไม่ได้ใช้เพื่ออธิบายความสัมพันธ์เชิงวิวัฒนาการ
ปัจจุบัน Boesenbergia calcicola มีรายงานการพบยืนยันเพียงในบริเวณแหล่งต้นแบบในเขต จังหวัดขอนแก่น โดยพบขึ้นตามซอกและร่องของหินปูนที่มีดินสะสมอยู่ ภายในป่าหินปูนที่ได้รับร่มเงาบางส่วน ที่ระดับความสูงประมาณ 385 เมตรจากระดับน้ำทะเล จากการสำรวจพบต้นที่เจริญเต็มวัยประมาณ 300 ต้น กระจายตัวไม่ต่อเนื่องเป็นหย่อมย่อยหลายแห่งภายในพื้นที่ป่า โดยแต่ละกลุ่มมักพบประมาณ 10–20 ต้น พบออกดอกในเดือนกรกฎาคมจากการสำรวจทั้งสองปี และคาดว่าช่วงออกดอกอาจอยู่ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงกันยายน
นอกจากคุณค่าทางด้านอนุกรมวิธานและความหลากหลายทางชีวภาพแล้ว กระชายเขาหินปูนยังมีศักยภาพในฐานะไม้ประดับ เนื่องจากมีช่อดอกที่โดดเด่นเหนือกลุ่มใบ มีดอกสีเหลืองและลวดลายบนกลีบปากสีแดง

สำหรับสถานภาพด้านการอนุรักษ์ คณะผู้วิจัยได้ประเมินเบื้องต้นให้กระชายเขาหินปูนอยู่ในกลุ่ม Data Deficient (DD) หรือ “ข้อมูลไม่เพียงพอ” ตามแนวทางของ IUCN เนื่องจากปัจจุบันยังมีข้อมูลยืนยันจากเพียงแหล่งเดียว ขณะที่พื้นที่เขาหินปูนบริเวณใกล้เคียงยังไม่ได้รับการสำรวจอย่างครอบคลุม จึงยังไม่สามารถสรุปขอบเขตการกระจายพันธุ์ จำนวนประชากรทั้งหมด หรือแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของประชากรได้อย่างมั่นใจ จำเป็นต้องมีการสำรวจพื้นที่เขาหินปูนในจังหวัดขอนแก่นและบริเวณใกล้เคียงเพิ่มเติม เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เพียงพอสำหรับการประเมินสถานภาพการอนุรักษ์ที่แม่นยำยิ่งขึ้นในอนาคต
การค้นพบ Boesenbergia calcicola จึงไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มรายชื่อพืชชนิดใหม่ให้แก่ฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำถึงคุณค่าของระบบนิเวศเขาหินปูนซึ่งมีลักษณะทางกายภาพและสภาพแวดล้อมเฉพาะตัว สามารถรองรับพืชที่มีความต้องการทางนิเวศวิทยาเฉพาะ และมีการกระจายพันธุ์อย่างจำกัด พื้นที่หินปูนบางแห่งอาจมีพืชที่พบเฉพาะพื้นที่หรือมีประชากรขนาดเล็ก ซึ่งมีความเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและการรบกวนถิ่นอาศัย
การสำรวจทางพฤกษศาสตร์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงพื้นที่ให้ตรงกับช่วงเวลาที่พืชตามฤดูกาลแตกใบและออกดอก จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการค้นหาและบันทึกความหลากหลายที่อาจยังไม่เคยได้รับการศึกษามาก่อน การค้นพบกระชายเขาหินปูนจากจังหวัดขอนแก่นในครั้งนี้เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าผืนป่าและภูเขาหินปูนของประเทศไทยยังคงมีพรรณไม้ที่รอการค้นพบและทำความเข้าใจอีกมาก และองค์ความรู้ทางอนุกรมวิธานที่เกิดขึ้นจะเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการศึกษาความหลากหลาย การใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม และการอนุรักษ์ทรัพยากรพรรณไม้ของประเทศให้คงอยู่ต่อไป
Thai PBS Sci & Tech พรรณไม้น่ารู้
📌อ่าน : เรื่องกล้วย ๆ ที่ไม่กล้วย EP6 : “กล้วยปิ้ง” ชื่อเหมือนของกิน แต่จริง ๆ เป็นไม้เลื้อยดอกสวย!
📌อ่าน : เรื่องกล้วย ๆ ที่ไม่กล้วย EP5 : “กล้วยน้อย” ชื่อมีกล้วย แต่ไม่ใช่พืชวงศ์กล้วย
📌อ่าน : เรื่องกล้วย ๆ ที่ไม่กล้วย EP4 : “กล้วยแดง” ที่ไม่ใช่กล้วยแดงอินโด
📌อ่าน : “เอื้องสายปากครุย” กล้วยไม้ป่า ความงามที่ควรอยู่ในป่า
📌อ่าน : พฤกษศาสตร์น่ารู้ “เอื้องสายแสง” กล้วยไม้ป่าแสนงามที่ควรคู่ป่าธรรมชาติ
📌อ่าน : ถูกค้นพบในไทยเป็นที่แรก! “ว่านดอกสามสี” พืชไร้ใบแห่งสยาม
📌อ่าน : ชนิดใหม่ของโลก! ค้นพบ “กระเจียวเทพอัปสร” พืชวงศ์ขิง สกุลขมิ้น จากเมืองสามหมอก
📌อ่าน : เรื่องกล้วย ๆ ที่ไม่กล้วย EP3 : “กล้วยมูสัง” กล้วยของชะมด ที่ไม่ใช่พืชวงศ์กล้วย
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
ที่มาข้อมูล: ธวัชพงศ์ บุญมา นิสิตปริญญาเอก หลักสูตรความหลากหลายทางชีวภาพ สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช ม.มหาสารคาม
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech












