จากการติดตามพบว่าชิ้นส่วนเหล่านั้นกลับเดินทางไปยังฮ่องกงก่อนที่จะหายสาบสูญไป ซึ่งกลายเป็นวิกฤตความมั่นคงระดับประเทศครั้งใหญ่ของสหรัฐอเมริกา เพราะชิ้นส่วนความลับสุดยอดของเครื่องบินรุ่นใหม่กำลังตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกจีนนำไปทำวิศวกรรมย้อนกลับ (reverse engineering)

ทำไมเครื่องบิน F-35 ถึงเป็นความลับสุดยอดของสหรัฐ
F-35 Lighting II เป็นเครื่องบินขับไล่ยุคที่ห้าของสหรัฐอเมริกา นับว่าเป็นหนึ่งในเครื่องบินรบที่ล้ำสมัยที่สุดในปัจจุบัน จากคุณสมบัติล่องหนทางเรดาร์ (stealth) และการรองรับสงครามอิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ ทำให้เป็นที่หมายปองของนานาชาติ รวมถึงไทยด้วย ที่เคยมีโครงการจัดหาเครื่องบิน F-35 ในช่วงเวลาหนึ่ง
เราจะเห็นท่าทีของสหรัฐอเมริกาที่มีความระมัดระวังเกี่ยวกับเครื่องบินรุ่นนี้เป็นอย่างมาก เพราะสำหรับสหรัฐอเมริกา F-35 เป็นเครื่องบินขับไล่ล่องหนที่เต็มไปด้วยความลับสุดยอด สารเคลือบดูดซับเรดาร์ (radar-absorbent material หรือ RAM) ที่ทาเคลือบพื้นผิวของเครื่องบินเพื่อใช้ดูดซับการสะท้อนของสัญญาณเรดาร์ องค์ประกอบของสารเคลือบนี้ถือเป็นความลับสุดยอดของสหรัฐฯ ทราบดีว่าหากคู่แข่งได้สัมผัสชิ้นส่วนจริงเพียงเล็กน้อย ก็เพียงพอที่จะนำไปทำวิศวกรรมย้อนกลับเพื่อดักสัญญาณที่สะท้อนจากพื้นผิวของเครื่องบินได้ นอกจากนี้ ระบบคอมพิวเตอร์การบินที่ล้ำหน้า ก็เป็นหนึ่งในความลับสุดยอดเช่นกัน เพราะ F-35 นอกจากจะล่องหนได้แล้ว ยังทำสงครามอิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ได้อีกด้วย ทั้งการเข้าถึงเครือข่ายสัญญาณระหว่างเครื่องบินและระบบคอมพิวเตอร์ที่มีการเขียนโปรแกรมไว้มากกว่า 8 ล้านบรรทัด หากข้อมูลสถาปัตยกรรมนี้รั่วไหล ชาติคู่แข่งจะสามารถถอดรหัสวิธีส่งข้อมูลเข้ารหัส และพัฒนาระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์เพื่อมาตัดการสื่อสารกับเครื่องบิน F-35 ได้ ยังไม่รวมระบบอีกมากมายที่เป็นเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น เครื่องยนต์ และระบบอาวุธอื่น ๆ
ด้วยการปกปิดความลับนี้เอง ทำให้ครั้งหนึ่งที่ไทยแสดงความจำนงในการจัดซื้อ F-35 เข้าประจำการ ท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ กลับตอบรับด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง ก่อนที่สุดท้ายจะปฏิเสธอย่างนุ่มนวลด้วยการเสนอขายเครื่องบินรบในรุ่น F-16 Block 70 ให้แทน ซึ่งในมุมมองของนักวิเคราะห์ความมั่นคงสหรัฐฯ ไทยเป็นพันธมิตรเก่าแก่ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความสัมพันธ์ทางทหารและเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดกับจีน อีกทั้งการส่งมอบ F-35 ไม่ใช่แค่การจ่ายเงินแล้วรับเครื่องบิน แต่ประเทศผู้ซื้อจะต้องสร้างฐานทัพที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยของสหรัฐฯ เช่น โรงเก็บเครื่องบินต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยปิดมิดชิด ป้องกันการสอดแนมทางดาวเทียม เครือข่ายการเชื่อมต่อต้องแยกส่วนจากระบบอินเทอร์เน็ตทั่วไปเพื่อป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์และต้องมีการฝึกอบรมและกระบวนการคัดกรองบุคลากรที่เข้มงวดตามมาตรฐานของสหรัฐฯ
แสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯ มีความระมัดระวังและจำกัดการเข้า F-35 อย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันไม่ให้สุดยอดอาวุธที่ล้ำหน้าที่สุดของโลกในเวลานี้ตกไปอยู่ในมือของชาติศัตรูเป็นอย่างมาก ถึงอย่างนั้น เมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา ริชาร์ด มาลส์ (Richard Marles) รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของออสเตรเลียออกมายอมรับว่า ชิ้นส่วนของเครื่องบิน F-35 ของออสเตรเลียที่ส่งไปซ่อมแซมที่สหรัฐอเมริกาถูกเบี่ยงเส้นทางไปยังเขตปกครองพิเศษฮ่องกง

ทำไมชิ้นส่วนที่ถูกส่งซ่อมถึงไปอยู่ที่ฮ่องกง
แม้ทางการออสเตรเลียจะพยายามบอกว่านี่ไม่ใช่ชิ้นส่วนที่อ่อนไหวที่สุด แต่แหล่งข่าวหลายแหล่งต่างยืนยันว่าชิ้นส่วนที่หลุดไปคือฝาครอบห้องนักบิน (cockpit canopy) และประตูช่องเก็บอาวุธ (weapons bay door) ซึ่งชิ้นส่วนทั้งสองล้วนมีการเคลือบสารดูดซับเรดาร์เอาไว้
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อออสเตรเลียได้ส่งชิ้นส่วนรอการซ่อมแซมผ่านบริษัทขนส่งเอกชน UPS ไปยังสหรัฐอเมริกา ซึ่งแผนการเดินทางของชิ้นส่วนทั้งสองควรจะแวะที่เกาหลีใต้ ชาติพันธมิตรของสหรัฐอเมริกา แต่ระหว่างทางกลับเกิดความผิดพลาดในการจัดการเส้นทาง (routing error) ทำให้เบี่ยงเส้นทางไปยังฮ่องกง ซึ่งเป็นเขตปกครองพิเศษของจีน และมีรายงานจากสื่อว่าทางการจีนได้เข้าควบคุมชิ้นส่วนดังกล่าวไว้แล้ว

ทำไมการหลุดของชิ้นส่วนทั้งสองเสี่ยงต่อการที่เครื่องบิน F-35 จะหมดคุณสมบัติล่องหน
เป็นที่ยอมรับกันในวงการทหารว่า เครื่องบินรบยุคที่ห้าของจีนอย่าง Chengdu J-20 และ Shenyang J-35 ได้รับอิทธิพลโดยตรงจากการโจรกรรมข้อมูลแบบแปลนของเครื่องบิน F-22 Raptor และ F-35 Lighting II ทำให้รูปทรงอากาศพลศาสตร์ (aerodynamics) และการออกแบบเพื่อลดการสะท้อนเรดาร์ มีหน้าตาที่คล้ายคลึงกับเครื่องบินของสหรัฐฯ อย่างมาก อีกทั้งในด้านวัสดุเคลือบผิวเพื่อลดการสะท้อนของสัญญาณเรดาร์ในวงการทหารยังเชื่อว่าทางจีนได้มาจากการวิศวกรรมย้อนกลับเศษชิ้นส่วนเครื่องบิน F-117 Nighthawk ของสหรัฐอเมริกาที่ถูกยิงตกที่เซอร์เบียอีกด้วย
แม้จีนจะนำข้อมูลการออกแบบเครื่องบินรบล่องหนของสหรัฐฯ มาปรับใช้กับเครื่องบินรุ่นใหม่ของตัวเอง แต่ถึงอย่างนั้นด้านวัสดุศาสตร์จีนยังเป็นรองสหรัฐฯ อยู่ ทั้งวัสดุที่นำมาใช้ทำเครื่องยนต์และวัสดุเคลือบผิวที่ทำวิศวกรรมย้อนกลับมาก็เป็นเทคโนโลยีจากยุคก่อนหน้า ทำให้สหรัฐฯ มีความกังวลเกี่ยวกับวัสดุของเครื่องบินรุ่นนี้จะหลุดออกไปในมือของจีนเป็นอย่างยิ่ง
ฝาครอบห้องนักบินของ F-35 มีลวดลายรุ้งสะท้อนแสงจากสารเคลือบดูดซับเรดาร์ และเนื่องจากเครื่องบิน F-35 ต้องการที่จะล่องหนและลดทอนการสะท้อนของสัญญาณเรดาร์ให้ได้มากที่สุด ตัวเครื่องจึงออกแบบให้เก็บขีปนาวุธภายในตัวเครื่องบิน จึงต้องมีระบบประตูเปิด-ปิดห้องเก็บอาวุธ ซึ่งผิวด้านนอกของประตูห้องเก็บอาวุธต้องมีการเคลือบสารดูดซับสัญญาณเรดาร์อีกเช่นกัน
ดังนั้นเมื่อชิ้นส่วนทั้งสองตกไปอยู่ในมือของจีน ทางจีนจะสามารถทำวิศวกรรมย้อนกลับเพื่อพัฒนาวัสดุเหล่านี้ขึ้นมาได้ และสามารถนำข้อมูลวัสดุไปพัฒนาระบบเรดาร์ของจีนให้สามารถตรวจจับ F-35 ได้ง่ายขึ้นในอนาคต

สงครามสายลับ
หลายสื่อมองว่าการที่ชิ้นส่วนสำคัญสองชิ้นของเครื่อง F-35 สามารถหลุดไปถึงฮ่องกงได้นั้นอาจจะไม่ใช่แค่ความผิดพลาดทางระบบขนส่ง แต่เป็นสงครามสายลับของสองชาติมหาอำนาจ ซึ่งสร้างความกังวลให้แก่รัฐบาลสหรัฐฯ เป็นอย่างมาก
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกาสามารถรักษาความลับของเครื่องบิน F-35 ได้เป็นอย่างดี ทั้งการป้องกันภัยจากทางไซเบอร์และการจำกัดผู้มีส่วนรู้เห็นและสัมผัสเครื่อง F-35 อย่างเข้มงวด ในการนำไปจัดแสดงก็มีการจัดแสดงให้ห่างจากผู้ชมเพื่อป้องกันการสัมผัสหรือถ่ายภาพรายละเอียดของพื้นผิวเครื่องบิน แต่เหตุการณ์ในครั้งนี้ตอกหน้าสหรัฐอเมริกาว่าสุดท้ายแล้วต่อให้พยายามสร้างกำแพงที่แน่นหนาหรือกีดกันผู้มีส่วนกับเครื่องบินอย่างเข้มงวดแค่ไหน แต่ระบบขนส่งระหว่างประเทศหากยังต้องพึ่งพาบริษัทเอกชนในการดำเนินการและต้องอาศัยจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้าทั่วโลก ความลับระดับชาติก็สามารถถูกขโมยได้ง่าย ๆ ผ่านการสับเปลี่ยนเส้นทางเพียงไม่กี่ขั้นตอน
การหายไปของชิ้นส่วน F-35 ในครั้งนี้ จึงเป็นเสมือนยอดภูเขาน้ำแข็งของสงครามสายลับยุคใหม่ ที่ไม่ได้ต่อสู้กันแค่ในโลกไซเบอร์ แต่ลุกลามมาถึงเครือข่ายโลจิสติกส์ของโลก ซึ่งบีบให้สหรัฐฯ ต้องกลับมาทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัยครั้งใหญ่กับประเทศพันธมิตร และตอกย้ำให้โลกเห็นว่า ในเกมภูมิรัฐศาสตร์ ระบบขนส่งยังคงเป็นจุดอ่อนใหญ่มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันอย่างเสมอมา และนี่อาจจะเป็นหนึ่งในความผิดพลาดที่ร้ายแรงมากของสหรัฐฯ ที่อาจนำมาสู่การสูญเสียความได้เปรียบทางการทหารของสหรัฐฯ และเทคโนโลยีที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน
เรียบเรียงโดย จิรสิน อัศวกุล
พิสูจน์อักษร ศุภกิจ พัฒนพิฑูรย์
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
ที่มาข้อมูล : bloomberg, apnews
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech




