แต่เป็นการเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นโอกาสของประชาชน เปลี่ยนหลังคาบ้าน ให้เป็นแหล่งผลิตพลังงาน นักวิชาการด้านพลังงานมองเรื่องนี้อย่างไร? ตามมาอ่านกันได้เลย
คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบโครงการโซลาร์ภาคประชาชน และเดินหน้า 4 โครงการด้านพลังงาน ภายใต้ พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินแก้วิกฤตพลังงาน ขณะที่นายกรัฐมนตรี เปิดตัวโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ครัวเรือนละ 50,000 บาท จำนวน 1 ล้านสิทธิ์ทั่วประเทศ คาดว่า จะช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าของประชาชน 24,000 ล้านบาทต่อปี

หลังคณะรัฐมนตรี เห็นชอบโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ภายใต้ พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินแก้วิกฤตพลังงาน นายอนุทิน ชาญวีรกูล เปิดตัวโครงการโซลาร์ภาคประชาชนทันที มีเป้าหมายสนับสนุนค่าติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ครัวเรือนละ 50,000 บาท จำนวน 1 ล้านสิทธิ์ ใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้น 50,000 ล้านบาท
นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เป็นนโยบายหลักของรัฐบาล และรัฐบาลจะต้องทำให้สำเร็จ เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ โครงการนี้จึงไม่ใช่เพียงการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ แต่เป็นการเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นโอกาสของประชาชน เปลี่ยนหลังคาบ้าน ให้เป็นแหล่งผลิตพลังงาน เปลี่ยนภาระค่าไฟฟ้า ให้เป็นเงินออมของครอบครัว และเปลี่ยนผู้ใช้พลังงาน ให้เป็นผู้ที่มีส่วนร่วมในการผลิตพลังงานสะอาดให้แก่ประเทศ
พร้อมระบุว่า จากการประเมินเบื้องต้นโครงการโซลาร์ภาคประชาชน จะช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าของประชาชนได้มากกว่า 24,000 ล้านบาทต่อปี โดยเงินส่วนนี้ จะช่วยเพิ่มกำลังซื้อ และหมุนเวียนกลับเข้าสู่เศรษฐกิจฐานราก รวมถึงสร้างงาน สร้างอาชีพ และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนทั่วประเทศ
นอกจากนี้ ครม. ยังเห็นชอบอีก 3 โครงการ คือ การปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ วงเงิน 10,785 ล้านบาท โครงการระบบสมาร์ตมิเตอร์ วงเงิน 10,811 ล้านบาท และการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน เพื่อรองรับการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ของกระทรวงแรงงาน โดยได้รับจัดสรรงบประมาณ 972 ล้านบาท
โครงการโซลาร์ภาคประชาชน ด้วยเงื่อนไขอุดหนุนเงิน 50,000 บาทต่อครัวเรือน และรับซื้อไฟฟ้าคืน หน่วยละ 2.20 บาท

ศาสตราจารย์พรายพล คุ้มทรัพย์ นักวิชาการอิสระด้านพลังงาน ประเมินว่า เงื่อนไขดังกล่าวสร้างแรงจูงใจได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะเงินอุดหนุน ที่จะช่วยร่นระยะเวลาคืนทุน สำหรับครัวเรือนที่ติดตั้ง จาก 7-8 ปี เหลือเพียงประมาณ 5 ปี แต่ความคุ้มค่า ยังต้องขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางวัน ของแต่ละครัวเรือนเป็นสำคัญ
ยกตัวอย่าง สำหรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ขนาด 5 กิโลวัตต์ จะสามารถผลิตไฟฟ้าได้เฉลี่ย 18 หน่วยต่อวัน หากครัวเรือนใช้ไฟฟ้ากลางวัน 15 หน่วย จะประหยัดค่าไฟได้วันละ 60 บาทต่อวัน และเมื่อนำส่วนที่เหลืออีก 3 หน่วย ไปขายคืนระบบ จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึงเดือนละกว่า 2,000 บาท
โดยครัวเรือนที่เหมาะสมและคุ้มค่าต่อการเข้าร่วมโครงการ ควรเป็นบ้านที่มีคนอยู่ และใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางวันเป็นหลัก โดยควรมีการใช้ไฟเฉลี่ยเดือนละ 500 หน่วย หรือมีค่าไฟตั้งแต่ 2,000-3,000 บาทขึ้นไป
แม้จะช่วยประหยัดค่าไฟต่อเดือนได้ แต่ศาสตราจารย์พรายพล ยังระบุถึงข้อจำกัดที่ต้องทบทวน โดยเฉพาะเงินอุดหนุน 50,000 บาท อาจจะสูงเกินความจำเป็น ขณะที่อัตรารับซื้อไฟส่วนเกิน 2.20 บาท และการจำกัดปริมาณรับซื้อสูงสุด 5 กิโลวัตต์ น้อยเกินไป ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนเสียประโยชน์จากกระแสไฟที่เหลือทิ้ง
นอกจากนี้ เป้าหมาย 1 ล้านครัวเรือน อาจเป็นไปได้ยาก เนื่องจากการติดตั้งจริง ยังมีข้อจำกัดทางกายภาพของบ้านแต่ละหลัง เช่น หลังคาไม่แข็งแรง ทิศทางรับแดดไม่เหมาะสม หรือมีตึกสูงบัง ทำให้การผลิตไฟไม่ได้เต็มประสิทธิภาพ

และถ้าสนใจ ลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ โดยเปิดลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 27 ต.ค. 69 - 31 ม.ค. 70 ซึ่งภายหลังเปิดให้ลงทะเบียนเพียง 1 ชั่วโมงกว่า พบว่า มีประชาชนสนใจลงทะเบียนเข้ามาแล้วกว่า 6-7 พันคน
สามารถลงทะเบียนได้ที่ peoplesolar.pea.co.th หรือยื่นแบบฟอร์มที่สำนักงาน กฟภ. โดยยื่นแบบฟอร์มพร้อมแสดงบัตรประจำตัวประชาชนและบิลค่าไฟ มอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นแทนได้โดยแนบหนังสือมอบอำนาจ รับเฉพาะบุคคลธรรมดา นิติบุคคลขอรับสิทธิไม่ได้

เมื่อสมัครแล้ว ต้องศึกษารายละเอียดให้ดี ๆ ว่า มีหลักเกณฑ์และการรับเงินสนับสนุนอย่างไร?
การรับเงินสนับสนุนจากโครงการ เลือกวิธีชำระค่าติดตั้งได้ตามต้องการ ทั้งชำระเอง หรือขอสินเชื่อ จาก ธนาคารออมสิน, ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 2.5% ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระนานสูงสุด 7 ปี โดยเงินสนับสนุน 50,000 บาท จะโอนให้ผู้รับตามรูปแบบที่เลือก
จ่ายเอง ชำระค่าติดตั้งเต็มจำนวน และรับเงินสนับสนุนคืน 50,000 บาท
1. ผู้ขอรับสิทธิ จ่ายค่าติดตั้งให้ผู้ให้บริการเต็มจำนวน
2. กระทรวงมหาดไทย ตั้งเบิกเงินสนับสนุนกับกระทรวงการคลังเป็นรอบรายเดือน
3. กรมบัญชีกลาง (ดำเนินการแทนกระทรวงมหาดไทย) โอนเงินสนับสนุน 50,000 บาทคืนให้คุณทางพร้อมเพย์
4. รับเงินสนับสนุน 50,000 บาทคืนทางพร้อมเพย์ เมื่อดำเนินการครบตามเงื่อนไข
กู้ธนาคาร ธนาคารจ่ายค่าติดตั้งให้ก่อน และรับเงินสนับสนุน 50,000 บาทจากโครงการ
1. ธนาคาร จ่ายค่าติดตั้งให้ผู้ให้บริการเต็มจำนวนแทนคุณ
2. กรมบัญชีกลาง (ดำเนินการแทนกระทรวงมหาดไทย) โอนเงินสนับสนุน 50,000 บาทให้ธนาคารโดยตรง เป็นรอบรายเดือน
3.ประชาชนผ่อนส่วนที่เหลือกับธนาคาร
4. เงินสนับสนุน 50,000 บาทจะโอนให้ธนาคาร ประชาชนผ่อนเฉพาะส่วนที่เหลือตามเงื่อนไขของธนาคาร
อนึ่ง กรณีขายไฟคืน ธนาคารหักรายได้ขายไฟเพื่อชำระเงินต้นเป็นลำดับแรก ส่วนที่เหลือคืนประชาชน
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
ที่มาข้อมูล: รายการวันใหม่ ไทยพีบีเอส
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech





