ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

เด็กไทยเจ๋ง! คุยกับ “น้องธีร์” เด็ก ม.6 เขียนเว็บช่วยน้ำท่วมจนเป็นไวรัล

06 ต.ค. 698 นาที3 ชั่วโมงที่แล้ว

Thai PBS Sci & Tech เจาะลึกเรื่องราวของ "น้องธีร์" นนทพรรษ จิตรรังสรรค์ นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนสุจิปุลิ จ.ฉะเชิงเทรา กับเบื้องหลังการสร้างแพลตฟอร์มดูน้ำท่วม เชื่อม CCTV ส่งตรงกู้ภัย

ขนาดตัวอักษร

ท่ามกลางวิกฤตภัยธรรมชาติ ประเทศไทยต้องเผชิญฝนตกหนัก จนทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ประชาชนหลายจังหวัดได้รับผลกระทบจำนวนมาก การเข้าช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากข้อจำกัดในการจัดการข้อมูลในแต่ละเคส จึงเป็นจุดเริ่มต้นของเด็กวัย 17 ปี ที่นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการข้อมูล

Thai PBS Sci & Tech พาไปเจาะลึกเรื่องราวของ "น้องธีร์" นายนนทพรรษ จิตรรังสรรค์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสุจิปุลิ จ.ฉะเชิงเทรา ผู้สร้างแพลตฟอร์ม "ฉะเชิงเทราฟลัดเวอเซลแอป" (Chachoengsao Flood Vercel App) แพลตฟอร์มศูนย์กลางรายงานสถานการณ์น้ำท่วมและประสานความช่วยเหลือ

Case Tracking ช่วยกู้ภัยด้วยระบบเคสที่ตรวจสอบได้

น้องธีร์ ย้อนเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเว็บไซต์ว่ามาจากวิกฤตน้ำท่วมที่ จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 ในขณะที่ลงพื้นที่เป็นอาสาสมัครช่วยแพ็คของ ก็ได้พบกับ นายณฐฤทธิ์ หนุนพระเดช หรือ "แอดมินท็อป เรารักแปดริ้ว" หนึ่งในทีมกู้ภัยหลักในพื้นที่

การได้พูดคุยทำให้เห็นปัญหาสำคัญของศูนย์อำนวยการกู้ภัย นั่นคือความยากลำบากในการจัดการข้อมูลเคสขอความช่วยเหลือที่ทะลักเข้ามาจนไม่สามารถประเมินความแม่นยำและความเร่งด่วนได้ น้องธีร์จึงอาสาทำแดชบอร์ดให้กับทีมกู้ภัย

ตอนแรกผมไม่คิดว่า แพลตฟอร์มที่ทำจะกลายเป็นไวรัล แค่คิดว่าถ้าทำออกมาสำเร็จ จะมีคนจำนวนมากได้รับประโยชน์จากแพลตฟอร์มนี้ แค่มีคนเข้ามาใช้ ก็รู้สึกคุ้มค่ามาก ๆ แล้ว

ขณะที่เป้าหมายในอนาคตน้องธีร์วาดฝันว่า อยากให้เว็บไซต์ Chachoengsao Flood Vercel App เป็นเว็บแห่งการจัดการน้ำท่วมของประเทศไทย ซึ่งหากภาครัฐสนใจก็ยินดีที่จะมอบเว็บไซต์นี้ไปช่วยเหลือประชาชนต่อไป

ส่องฟีเชอร์เด่น floodthai.org เว็บช่วยน้ำท่วม

แพลตฟอร์ม Chachoengsao Flood Vercel App ศูนย์ช่วยเหลือน้ำท่วมทั่วประเทศไทย ถูกออกแบบมาเพื่อปิดจุดอ่อนเรื่อง "การช่วยเหลือซ้ำซ้อน" ซึ่งเป็น Pain Point สำคัญของงานกู้ภัย ระบบหลังบ้านถูกออกแบบให้มีหมายเลขเคสชัดเจน โดยกำหนดให้ทีมกู้ภัยที่เข้าถึงพื้นที่ต้องกดอัปเดตสถานะพร้อมถ่ายรูปยืนยันหน้างาน เพื่อให้ศูนย์สั่งการรู้ทันทีว่าเคสนั้นได้รับการช่วยเหลือเรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ให้ประชาชนสามารถเช็กสถานการณ์น้ำท่วมได้ เช่น

• กล้อง CCTV Smart City เพื่อให้ประชาชนส่องดูระดับน้ำในพื้นที่เสี่ยงได้ทันที
•  พยากรณ์อากาศและแผนที่ระดับน้ำ โดยเชื่อมต่อ API ข้อมูลจาก Open-Meteo , กรมชลประทาน, กรมทรัพยากรน้ำ และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ
•  ศูนย์แจ้งอพยพ & ปักหมุดเคส เพิ่มระบบขอความช่วยเหลือและเช็กสถานะเคส
•  บอร์ดแจ้งของหาย (Lost & Found) เปิดพื้นที่ประสานงานตามหาคนหายและสิ่งของสูญหายในพื้นที่ประสบภัย เช่น ป้ายทะเบียนรถ

น้องธีร์ใช้เวลาเขียนโค้ดเวอร์ชันแรกขึ้นมาด้วยเวลาเพียงประมาณ 4 ชั่วโมง เท่านั้น เวอร์ชันแรกจะเป็นฟังก์ชันที่จำเป็นที่สุดก่อน คือ การเช็กระดับน้ำ แผนที่ระดับน้ำ และระบบรายงานสถานการณ์ ก่อนปรับแก้ไขและพัฒนาเพิ่มขึ้นจากคอมเมนต์ของผู้ใช้งาน เช่น กล้องวงจรปิด ระดับน้ำล้นตลิ่ง และขยายขอบเขตพื้นที่จากเดิมเฉพาะ จ.ฉะเชิงเทรา เป็นทั่วประเทศไทย

เบื้องหลังงบ 1,400 บาท รับ 32 ล้านรีเควสต์ใน 7 วัน

เบื้องหลังของแพลตฟอร์ม Chachoengsao Flood Vercel App พัฒนาโดยใช้เครื่องมือหลัก 3 อย่าง ที่นำมาใช้งานร่วมกัน ได้แก่ "Vercel" ใช้สำหรับฝากระบบเว็บไซต์และประมวลผล "Supabase" ใช้เป็นฐานข้อมูลและศูนย์จัดการข้อมูล และ "GitHub" ใช้จัดเก็บ ซิงค์ และรันซอร์สโค้ดทั้งหมด

เมื่อถามถึงงบประมาณของแดชบอร์ดนี้ที่ต้องอาศัยใช้ข้อมูลจำนวนมาก น้องธีร์ เผยว่า ในช่วงแรกระบบรันอยู่บนแผนฟรีทั้งหมดเลย แต่เมื่อโควตาเริ่มเต็ม จึงใช้วิธีอัปเกรดระบบด้วยการจ่ายค่าบริการให้ Vercel ประมาณ 700 บาท และ Supabase อีกประมาณ 700 บาท รวมงบประมาณแก้วิกฤตครั้งนี้ 1,400 บาท เท่านั้น

"ที่บ้านของผมเขาสนับสนุนตลอดครับตั้งแต่วันแรกเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโดเมนหรืออะไรต่าง ๆ พร้อมที่จะช่วยค่าใช้จ่ายตรงนี้ คุณพ่อคุณแม่บอกตลอดว่าทำอะไรก็ให้ทำเต็มที่ อย่าหวังจะได้อะไรตอบแทน แค่มีความตั้งใจที่จะเริ่มทำให้คนอื่นก็เพียงพอแล้ว"

โปรเจกต์นี้เกิดจากการทำงานร่วมกันเป็นทีม โดยมีกลุ่มอาสาสมัครเยาวชนซึ่งเป็น "ทีม SLT Core Team" จากโรงเรียนสุจิปุลิ เข้ามาสวมบทบาทเป็นแอดมินหลังบ้าน ช่วยคัดกรองเคส ประเมินความเสี่ยง และประสานงานร่วมกับทีมกู้ภัยอย่างเข้มแข็ง

ภายในสัปดาห์แรกของการเปิดตัว ระบบต้องปะทะกับปริมาณการเรียกข้อมูลมหาศาล สถิติหลังบ้านระบุว่าระบบสามารถรับโหลด CDN Request สูงถึงประมาณ 32 ล้านครั้ง ภายในเวลาเพียง 7 วัน ซึ่งหมายถึงประสิทธิภาพของ Server ที่สามารถรองรับการส่งผ่านข้อมูลและการเข้าดูซ้ำได้อย่างเหนียวแน่นโดยไม่ล่ม

 

เด็กหนุ่มสายบริหารธุรกิจ ผู้หลงใหลเทคโนโลยี

ที่ผ่านมา เด็กวัย 17 ปีคนนี้ ถูกหล่อหลอมภายใต้กรอบความคิดที่ว่า "Leader in Me" และ "7 Habits" ของโรงเรียน ที่เริ่มจากมองปัญหาจุดเล็ก ๆ รอบตัว และหาแนวทางแก้ไข ซึ่งก่อนหน้าที่จะพัฒนาแพลตฟอร์มศูนย์ช่วยเหลือน้ำท่วม น้องธีร์ได้พัฒนาโปรเจกต์มาแล้วหลายอย่าง เช่น

แผ่น Piezo แปลงแรงสั่นสะเทือนเป็นไฟฟ้า โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากสังเกตการทำงานของลำโพง ที่เวลาส่งไฟฟ้ามาแล้วสั่น จึงเกิดเสียงดัง จึงเกิดไอเดียพลิกกระบวนการ นำสิ่งที่ทำให้สั่นมารับแรงกดจากการเดินเพื่อแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้า โดยทำเป็นเครื่องผลิตพลังงานไฟฟ้าจากการเดิน คล้าย ๆ กับ Pavegen ของต่างประเทศ ที่มีราคาค่อนข้างแพง

นอกจากนี้ ยังแปรรูปผักตบชวาให้เป็นทรายแมว โดยนำผักตบชวาที่สอดคล้องกับปัญหาคลองอุดตันมาผ่านกระบวนการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า และช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในชุมชนได้อีกทางหนึ่ง

"ผมเรียนสายบริหารธุรกิจ แต่เป็นคนที่สนใจในด้านเทคโนโลยี ในทุก ๆ ปี ทางโรงเรียนจะให้ทำโปรเจกต์ แทนการสอบปลายภาค ทำให้ผมได้มีโอกาสฝึกสร้างนวัตกรรมจากปัญหาใกล้ ๆ ตัว"

ปรัชญา "อย่าให้ปลา แต่จงให้เบ็ด" และเบื้องหลังการซัพพอร์ตจากครอบครัว

แรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เด็ก ม.6 คนนี้ทุ่มเททำงานเพื่อสังคม มาจากปรัชญาความเชื่อที่ซึมซับมาจากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) เรื่องการมอบเครื่องมือให้ผู้คนพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

"ผมเชื่อมั่นในคำว่า 'อย่าให้ปลา แต่จงให้เบ็ด' การที่เราไปบริจาค แต่ละรอบมันก็ดีครับ แต่ใช้ครั้งเดียวก็หมด แต่ถ้าเราสอนให้เขามีวิชาติดตัว เขาจะสามารถอยู่ด้วยตัวเขาเองได้... ผมอยากเป็นคน ๆ หนึ่งที่สร้างเบ็ดให้กับทุกคนได้เยอะที่สุด"

เป้าหมายในอนาคต น้องธีร์มีความฝันที่จะเป็น Project Manager (PM) และนักสร้างนวัตกรรมเพื่อสังคม โดยปัจจุบันกำลังศึกษาในโปรแกรม Fast Track ร่วมกับ Fin Business School ซึ่งจะทำให้เรียนจบ ม.6 พร้อมวุฒิเทียบเท่าปริญญาตรีปี 2 และวางแผนไปศึกษาต่อปีสุดท้ายที่ Oxford Brookes University ประเทศอังกฤษ นอกจากนี้ยังกำลังพัฒนาโปรเจกต์ถัดไปอย่าง SME AI แพลตฟอร์มเพื่อนคู่คิดวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจสำหรับ SME และ Startup ไทย

ข้อคิดจากเด็กวัย 17 ปี "การเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นที่ตัวเรา"

ผมเชื่อว่าทุกคนเป็นผู้นำได้ และทุกคนมีศักยภาพที่แตกต่างกัน Change Starts With Me การเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นที่ตัวเรา สิ่งเล็ก ๆ จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่เสมอ

น้องธีร์ มองว่า AI และเทคโนโลยีทำให้การเรียนรู้เข้าถึงง่ายขึ้น การสร้างเว็บไซต์หรือเขียนโค้ดไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป สิ่งสำคัญอยู่ที่ Passion "มันไม่ยาก แต่อยากทำหรือเปล่า ก่อนหน้านี้ผมก็ไม่คิดว่าผมจะทำเว็บไซต์ได้ แต่ว่าถ้าผมอยากทำแล้วอะไรก็หยุดผมไม่อยู่"

หากถามถึงความสำเร็จในวันนี้ของน้องธีร์ ที่ส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับน้อง ๆ สิ่งที่อยากบอกกับทุกคนคืออะไร ? น้องธีร์ กล่าวว่า "ผมไม่อยากให้มองว่า ทุกครั้งที่ทำจะประสบความสำเร็จเสมอ มันอยู่ที่จังหวะและโอกาส อย่างน้อยทำออกมาแล้วภูมิใจในตัวเอง อย่าเพิ่งคิดว่าทุกคนต้องได้ใช้ ทุกคนฝันได้แต่อย่าไปคาดหวังว่าจะได้อะไรตอบแทน แค่กล้าลงมือทำก็ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่แล้ว"

เรื่องราวของเด็ก ม.6 คนนี้ ทำให้เราได้เรียนรู้ว่า ในวันที่เทคโนโลยีอยู่ในมือของคนทุกวัย สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าเรามีเครื่องมือล้ำสมัยแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าเรากล้าพอที่จะลุกขึ้นมาเปลี่ยนสิ่งรอบตัวหรือไม่ต่างหาก.

***** ล้อมกรอบ *****

"น้องธีร์" นายนนทพรรษ จิตรรังสรรค์
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสุจิปุลิ จ.ฉะเชิงเทรา
ผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม floodthai.org ศูนย์ช่วยเหลือน้ำท่วมทั่วประเทศไทย

Story : Thai PBS Sci & Tech

อ่านเรื่องราว Thai Genius เพิ่มเติม

แอปฯ "LAHN MAH" หลานม่า ช่วยผู้สูงวัยห่างไกลจากโรคอัลไซเมอร์

จากกีฬาพื้นบ้าน "ชนไก่" สู่ "หุ่นยนต์ไก่ชน" จุดเริ่มต้นนักสร้างหุ่นยนต์

“ปิ้ง ปิ้ง” หุ่นยนต์ปิ้งหมู นวัตกรรมเพื่อ Street Food

BRAILLE TRANSLATOR สื่อสารภาษาเบรลล์ ผ่านคีย์บอร์ดบนนิ้ว

Happy CP Gloves ถุงมือสานฝันปันสุข เพื่อเด็กพิการทางสมอง

อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS

เขียนโดย

🌎 "รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก" ไปกับ Thai PBS Sci & Tech • วิทยาศาสตร์ • เทคโนโลยี นวัตกรรม • ดาราศาสตร์ • Media Literacy • Cyber Security • Tips & Tricks • Trends

บทความที่เกี่ยวข้อง

ส่งใจเชียร์เยาวชนไทย ลุยศึก WorldSkills Shanghai 2026 สู้ระดับโลก 22 สาขาอาชีพThai Genius

ส่งใจเชียร์เยาวชนไทย ลุยศึก WorldSkills Shanghai 2026 สู้ระดับโลก 22 สาขาอาชีพ

ร่วมส่งกำลังใจเชียร์ 27 เยาวชนทีมชาติไทย สู้ศึกการแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ ครั้งที่ 48 (WorldSkills Shanghai 2026) ใน 22 สาขาอาชีพ ณ นครเซี่ยงไฮ้ ติดตามภาพบรรยากาศได้ที่ Thai PBS

24 ก.ย. 69|24 ก.ย. 69
อ่านต่อ →
Pathumma Connect อัปเกรดจากโมเดล AI ภาษาไทย สู่ Agentic AI เพื่อภาครัฐและประชาชนThai Genius

Pathumma Connect อัปเกรดจากโมเดล AI ภาษาไทย สู่ Agentic AI เพื่อภาครัฐและประชาชน

คนไทยเจ๋ง! ต่อยอด “Pathumma LLM” จากเดิมเป็นเพียงผู้ตอบคำถาม สู่การเป็นผู้ช่วยดิจิทัลที่ทำงานได้จริงในหลากหลายมิติ ทั้งเกษตรกรรม การบริหารราชการ การจัดการน้ำ การท่องเที่ยว วัฒนธรรม การศึกษา และการบริหารองค์กร

16 ก.ย. 69|16 ก.ย. 69
อ่านต่อ →
นักวิจัยไทยเจ๋ง! ค้นพบ “จระเข้ทะเลโบราณชนิดใหม่” จากคาบสมุทรไทย ที่ จ.นครศรีฯThai Genius

นักวิจัยไทยเจ๋ง! ค้นพบ “จระเข้ทะเลโบราณชนิดใหม่” จากคาบสมุทรไทย ที่ จ.นครศรีฯ

อีกหนึ่งการค้นพบที่น่าสนใจ! Indosinosuchus peninsularensis จระเข้โบราณปากยาวในกลุ่ม Teleosauridae จากภาคใต้ของประเทศไทย

13 ส.ค. 69|13 ส.ค. 69
อ่านต่อ →