ชมสด ไทยพีบีเอส (Thai PBS Live)

เสียงไทย
เสียงไทย
Soundtrack
Auto
Auto
144p
240p
480p
720p
1080p
ชมสดแนวตั้ง
กำลังรับชม
ผังรายการ
รายการออนไลน์ถัดไป
รายการแนะนำสำหรับคุณ
Thai PBS
LIVE

A Day in the WILD - ตอนที่ 1 ใกล้ (19 ส.ค. 69)

การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่เกิดขึ้นตามฤดูกาลเป็นเรื่องปกติ แต่ที่ไม่ปกติ คือความเปลี่ยนแปลงซึ่งเกิดก่อนและหลังช่วงเวลาที่ถูกต้อง หมดหน้าร้อนแล้วอากาศยังร้อนมาก ฝนตกทุกวันทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่หน้าฝน และหน้าหนาวนั้นแสนสั้นเกินไป สิ่งมีชีวิตต่างหาวิธีรับมือกับความร้อน ปรับตัวไปตามสภาพแวดล้อม หลายชนิดต้องเปลี่ยนพฤติกรรมที่ส่งต่อกันมานับร้อยนับพันปี เพื่อให้มีชีวิตรอด ส่วนมนุษย์ รับมือกับความเปลี่ยนแปลงด้วยการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ร้อนก็เปิดแอร์ ฝนตกก็หาที่หลบ หน้าหนาวก็สนุกกับการได้ใส่เสื้อกันหนาวสัก 3-4 วัน

เราอาจจะค้นพบวิธีปรับตัวอันน่าทึ่งของสรรพสัตว์ แต่เราควรตระหนักรู้ถึงผลกระทบที่ใกล้ตัวเช่นกัน สาเหตุและผลกระทบนั้นใกล้ยิ่งกว่าใกล้ เพราะคือตัวเราเอง

โบก ประติมากรรมธรรมชาติสร้าง

เกาะแก่งหินทรายกลางแม่น้ำโขง ที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมาเมื่อเข้าสู่หน้าแล้ง จุดเริ่มต้นของภูมิทัศน์อันมหัศจรรย์นี้คือแรงโน้มถ่วงของโลกที่พัดพาน้ำจากหิมะละลายบนเทือกเขาเนปาลไหลเป็นระยะทางเกือบห้าพันกิโลเมตรมาสิ้นสุดที่ทะเลจีนใต้ ทุกหนแห่งบนเกาะแก่งเต็มไปด้วยร่องรอยการกัดเซาะของสายน้ำที่ไหลยาวนานหลายเดือน กลายเป็นประติมากรรมธรรมชาติที่ไม่ต้องการคำอธิบายใด ๆ นอกจากความเพลิดเพลินจากการได้เดินชม

ใต้ผิวน้ำ กรวดทรายที่พัดพาด้วยความเร็วขัดเกลาหลุมเล็ก ๆ บนพื้นหินให้ค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้นตลอดหลายเดือนของฤดูน้ำหลาก จนเมื่อน้ำลดกลายเป็น "โบก" หลุมหินทรายรูปทรงแปลกตานับไม่ถ้วน บางโบกกลายเป็นแอ่งน้ำขังที่เป็นบ้านของสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ ทั้งผู้ล่าและเหยื่อ เป็นจักรวาลอันเข้มข้นที่ดำเนินไปจนกว่าฤดูน้ำหลากจะมาถึงอีกครั้ง

ธรรมชาติของค้างคาวแม่ไก่กับปีกที่กลายเป็นพัด

เมื่อป่าถูกแทนที่ด้วยเมือง ต้นไม้ถูกแทนที่ด้วยตึก ค้างคาวแม่ไก่นับพันตัวจึงพากันมาอาศัยอยู่ในวัด ซึ่งเป็นพื้นที่สีเขียวผืนสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ แม้ในวัดจะร่มรื่นกว่าข้างนอก แต่เมื่ออากาศร้อนจัดก็ยังคงร้อนจนทนไม่ไหว โดยเฉพาะในช่วงฤดูเลี้ยงลูกที่แม่ค้างคาวต้องอุ้มลูกติดตัวไปทุกที่ พวกมันจึงใช้ปีกขนาดใหญ่ที่ยืดหยุ่นได้ดีเป็นเครื่องพัดคลายร้อนให้ลูกน้อย กลายเป็นภาพต้นไม้ทั้งต้นที่เต็มไปด้วยค้างคาวห้อยหัวกระพือปีกตลอดทั้งวัน

ธรรมชาติอ่างน้ำกลางเมืองและบ่อน้ำชายป่า

เมื่อแหล่งน้ำธรรมชาติหายากขึ้นในเมือง นกหลายชนิดต้องพึ่งพาอ่างน้ำที่มนุษย์ทำไว้ให้ แม้จะคุ้นเคยกับคนแค่ไหน นกก็ยังคงระแวดระวังตามสัญชาตญาณ แต่ความร้อนก็ผลักดันให้พวกมันยอมเข้าใกล้ในที่สุด แม้แต่นกที่ปกติออกหากินกลางคืนอย่างนกเค้าโมงก็ยังลงมาแช่น้ำในเวลากลางวัน

ปรากฏการณ์เดียวกันนี้เกิดขึ้นตามชายป่าติดอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ที่บ่อน้ำเล็ก ๆ ซึ่งมนุษย์สร้างขึ้นกลายเป็น "ฟู้ดเซ็นเตอร์" ของสัตว์นานาชนิด ทั้งนกแก๊ก กระรอก กระแต กระจงหนู ไปจนถึงตระกูลไก่ป่าอย่างไก่ฟ้าหลังเทาและนกแว่นสีเทาที่พาลูกมาหากิน แม้แหล่งน้ำเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น แต่ก็กลายเป็นความหวังสำคัญที่ช่วยให้สัตว์ป่าเอาชีวิตรอดจากความร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี

ป่าดิบแล้งกับเครื่องปรับอากาศธรรมชาติ

ต่างจากความเข้าใจที่ว่าป่าบนดอยสูงจะเย็นสบายตลอดปี แม้แต่ป่าดิบเขาก็ยังร้อนได้ในบางช่วง แต่ป่าดิบแล้งกลับมีกลไกพิเศษ ต้นไม้สูงใหญ่ทำหน้าที่เหมือนหลังคาฉนวนกันความร้อนที่ยังเปิดช่องให้แสงส่องผ่าน พืชพรรณต่างพัฒนาลักษณะเฉพาะตัว เช่น ใบปลายแหลมสำหรับรีดน้ำฝนให้ไหลเร็ว หรือผิวใบมันวาวเพื่อช่วยระบายน้ำ ดินและใบไม้ที่ทับถมกันยังช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ได้นาน ทำให้ป่าดิบแล้งคงความเขียวชอุ่มและเย็นฉ่ำได้ตลอดทั้งปี เปรียบเสมือนเครื่องปรับอากาศที่ธรรมชาติสร้างขึ้นเอง

นกกระแตผีใหญ่ที่ต้องฝืนธรรมชาติ

นกกระแตผีใหญ่เป็นสัตว์หากินกลางคืนโดยธรรมชาติ มีดวงตากลมโตและเยื่อบางคล้ายฟิล์มกรองแสงช่วยปรับตัวให้มองเห็นในความมืด แต่ในหน้าแล้งซึ่งเป็นฤดูวางไข่และเลี้ยงลูกบนเกาะแก่งกลางน้ำ พวกมันจำเป็นต้องฝืนสัญชาตญาณตื่นมาเฝ้าดูแลลูกในเวลากลางวัน เพื่อความปลอดภัยจากภัยคุกคามต่าง ๆ แม้จะต้องแลกกับการอดนอนในเวลาที่ควรจะพักผ่อน

นกเด้าลมแม่น้ำโขง สัตว์เฉพาะถิ่นที่เปราะบาง

นกเด้าลมแม่น้ำโขง หรือ "แม่โขงแว็กแทล" ที่เพิ่งได้รับการตั้งชื่อในปี 2001 เป็นนกเฉพาะถิ่นที่พบได้เฉพาะในสายน้ำแห่งนี้ ลวดลายขาวดำของมันคือกลไกพรางตัวให้กลมกลืนกับหินบนเกาะแก่ง พวกมันอาศัยจังหวะที่น้ำลดต่ำในหน้าแล้งเพื่อทำรังวางไข่ แต่ในยุคที่เขื่อนต้นน้ำสามารถปล่อยน้ำนอกฤดูกาลได้โดยไม่แจ้งล่วงหน้า รังไข่และลูกนกจึงเสี่ยงถูกน้ำท่วมฉับพลันได้ตลอดเวลา นอกเหนือไปจากภัยจากความร้อนที่ต้องเผชิญอยู่แล้ว

บทสรุปแห่งการปรับตัว

ตั้งแต่ค้างคาวแม่ไก่ที่ใช้ปีกเป็นพัด นกในเมืองที่ต้องเรียนรู้จะเข้าใกล้มนุษย์ นกบนเกาะแก่งที่ย้ายจากที่โล่งไปสู่ร่มเงา ไปจนถึงนกกระแตผีใหญ่ที่ต้องฝืนสัญชาตญาณตัวเอง ล้วนสะท้อนให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป สิ่งมีชีวิตทุกชนิดต่างต้องดิ้นรนปรับตัวเพื่อความอยู่รอด และแม้การแทรกแซงของมนุษย์อย่างแหล่งน้ำเทียมอาจไม่ใช่ทางออกที่สมบูรณ์แบบในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่ก็เป็นเครื่องยืนยันว่าเมื่อธรรมชาติเผชิญวิกฤต ทุกความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงใด ล้วนมีความหมายต่อการอยู่รอดของสรรพชีวิต

ติดตามชมได้ในรายการ A day in the wild ชุด Close Up : ตอนที่1 ใกล้ วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00 - 11.00 น. ทางไทยพีบีเอส ติดตามรายการได้ทาง www.thaipbs.or.th/ADayInTheWild

รายการ

A Day in the WILD
วันอาทิตย์ | 21:10-22:00
สารคดีที่จะพาคุณไปสัมผัสธรรมชาติที่เชื่องโยงทุกสรรพสิ่ง สายฝนเชื่อมโยงและส่งผลต่อทุ่งนาและผืนป่าซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้อยใหญ่
Thai PBS
LIVE

A Day in the WILD - ตอนที่ 1 ใกล้ (19 ส.ค. 69)

เสียงไทย
เสียงไทย
Soundtrack
Auto
Auto
144p
240p
480p
720p
1080p
ชมสดแนวตั้ง

การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่เกิดขึ้นตามฤดูกาลเป็นเรื่องปกติ แต่ที่ไม่ปกติ คือความเปลี่ยนแปลงซึ่งเกิดก่อนและหลังช่วงเวลาที่ถูกต้อง หมดหน้าร้อนแล้วอากาศยังร้อนมาก ฝนตกทุกวันทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่หน้าฝน และหน้าหนาวนั้นแสนสั้นเกินไป สิ่งมีชีวิตต่างหาวิธีรับมือกับความร้อน ปรับตัวไปตามสภาพแวดล้อม หลายชนิดต้องเปลี่ยนพฤติกรรมที่ส่งต่อกันมานับร้อยนับพันปี เพื่อให้มีชีวิตรอด ส่วนมนุษย์ รับมือกับความเปลี่ยนแปลงด้วยการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ร้อนก็เปิดแอร์ ฝนตกก็หาที่หลบ หน้าหนาวก็สนุกกับการได้ใส่เสื้อกันหนาวสัก 3-4 วัน

เราอาจจะค้นพบวิธีปรับตัวอันน่าทึ่งของสรรพสัตว์ แต่เราควรตระหนักรู้ถึงผลกระทบที่ใกล้ตัวเช่นกัน สาเหตุและผลกระทบนั้นใกล้ยิ่งกว่าใกล้ เพราะคือตัวเราเอง

โบก ประติมากรรมธรรมชาติสร้าง

เกาะแก่งหินทรายกลางแม่น้ำโขง ที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมาเมื่อเข้าสู่หน้าแล้ง จุดเริ่มต้นของภูมิทัศน์อันมหัศจรรย์นี้คือแรงโน้มถ่วงของโลกที่พัดพาน้ำจากหิมะละลายบนเทือกเขาเนปาลไหลเป็นระยะทางเกือบห้าพันกิโลเมตรมาสิ้นสุดที่ทะเลจีนใต้ ทุกหนแห่งบนเกาะแก่งเต็มไปด้วยร่องรอยการกัดเซาะของสายน้ำที่ไหลยาวนานหลายเดือน กลายเป็นประติมากรรมธรรมชาติที่ไม่ต้องการคำอธิบายใด ๆ นอกจากความเพลิดเพลินจากการได้เดินชม

ใต้ผิวน้ำ กรวดทรายที่พัดพาด้วยความเร็วขัดเกลาหลุมเล็ก ๆ บนพื้นหินให้ค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้นตลอดหลายเดือนของฤดูน้ำหลาก จนเมื่อน้ำลดกลายเป็น "โบก" หลุมหินทรายรูปทรงแปลกตานับไม่ถ้วน บางโบกกลายเป็นแอ่งน้ำขังที่เป็นบ้านของสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ ทั้งผู้ล่าและเหยื่อ เป็นจักรวาลอันเข้มข้นที่ดำเนินไปจนกว่าฤดูน้ำหลากจะมาถึงอีกครั้ง

ธรรมชาติของค้างคาวแม่ไก่กับปีกที่กลายเป็นพัด

เมื่อป่าถูกแทนที่ด้วยเมือง ต้นไม้ถูกแทนที่ด้วยตึก ค้างคาวแม่ไก่นับพันตัวจึงพากันมาอาศัยอยู่ในวัด ซึ่งเป็นพื้นที่สีเขียวผืนสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ แม้ในวัดจะร่มรื่นกว่าข้างนอก แต่เมื่ออากาศร้อนจัดก็ยังคงร้อนจนทนไม่ไหว โดยเฉพาะในช่วงฤดูเลี้ยงลูกที่แม่ค้างคาวต้องอุ้มลูกติดตัวไปทุกที่ พวกมันจึงใช้ปีกขนาดใหญ่ที่ยืดหยุ่นได้ดีเป็นเครื่องพัดคลายร้อนให้ลูกน้อย กลายเป็นภาพต้นไม้ทั้งต้นที่เต็มไปด้วยค้างคาวห้อยหัวกระพือปีกตลอดทั้งวัน

ธรรมชาติอ่างน้ำกลางเมืองและบ่อน้ำชายป่า

เมื่อแหล่งน้ำธรรมชาติหายากขึ้นในเมือง นกหลายชนิดต้องพึ่งพาอ่างน้ำที่มนุษย์ทำไว้ให้ แม้จะคุ้นเคยกับคนแค่ไหน นกก็ยังคงระแวดระวังตามสัญชาตญาณ แต่ความร้อนก็ผลักดันให้พวกมันยอมเข้าใกล้ในที่สุด แม้แต่นกที่ปกติออกหากินกลางคืนอย่างนกเค้าโมงก็ยังลงมาแช่น้ำในเวลากลางวัน

ปรากฏการณ์เดียวกันนี้เกิดขึ้นตามชายป่าติดอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ที่บ่อน้ำเล็ก ๆ ซึ่งมนุษย์สร้างขึ้นกลายเป็น "ฟู้ดเซ็นเตอร์" ของสัตว์นานาชนิด ทั้งนกแก๊ก กระรอก กระแต กระจงหนู ไปจนถึงตระกูลไก่ป่าอย่างไก่ฟ้าหลังเทาและนกแว่นสีเทาที่พาลูกมาหากิน แม้แหล่งน้ำเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น แต่ก็กลายเป็นความหวังสำคัญที่ช่วยให้สัตว์ป่าเอาชีวิตรอดจากความร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี

ป่าดิบแล้งกับเครื่องปรับอากาศธรรมชาติ

ต่างจากความเข้าใจที่ว่าป่าบนดอยสูงจะเย็นสบายตลอดปี แม้แต่ป่าดิบเขาก็ยังร้อนได้ในบางช่วง แต่ป่าดิบแล้งกลับมีกลไกพิเศษ ต้นไม้สูงใหญ่ทำหน้าที่เหมือนหลังคาฉนวนกันความร้อนที่ยังเปิดช่องให้แสงส่องผ่าน พืชพรรณต่างพัฒนาลักษณะเฉพาะตัว เช่น ใบปลายแหลมสำหรับรีดน้ำฝนให้ไหลเร็ว หรือผิวใบมันวาวเพื่อช่วยระบายน้ำ ดินและใบไม้ที่ทับถมกันยังช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ได้นาน ทำให้ป่าดิบแล้งคงความเขียวชอุ่มและเย็นฉ่ำได้ตลอดทั้งปี เปรียบเสมือนเครื่องปรับอากาศที่ธรรมชาติสร้างขึ้นเอง

นกกระแตผีใหญ่ที่ต้องฝืนธรรมชาติ

นกกระแตผีใหญ่เป็นสัตว์หากินกลางคืนโดยธรรมชาติ มีดวงตากลมโตและเยื่อบางคล้ายฟิล์มกรองแสงช่วยปรับตัวให้มองเห็นในความมืด แต่ในหน้าแล้งซึ่งเป็นฤดูวางไข่และเลี้ยงลูกบนเกาะแก่งกลางน้ำ พวกมันจำเป็นต้องฝืนสัญชาตญาณตื่นมาเฝ้าดูแลลูกในเวลากลางวัน เพื่อความปลอดภัยจากภัยคุกคามต่าง ๆ แม้จะต้องแลกกับการอดนอนในเวลาที่ควรจะพักผ่อน

นกเด้าลมแม่น้ำโขง สัตว์เฉพาะถิ่นที่เปราะบาง

นกเด้าลมแม่น้ำโขง หรือ "แม่โขงแว็กแทล" ที่เพิ่งได้รับการตั้งชื่อในปี 2001 เป็นนกเฉพาะถิ่นที่พบได้เฉพาะในสายน้ำแห่งนี้ ลวดลายขาวดำของมันคือกลไกพรางตัวให้กลมกลืนกับหินบนเกาะแก่ง พวกมันอาศัยจังหวะที่น้ำลดต่ำในหน้าแล้งเพื่อทำรังวางไข่ แต่ในยุคที่เขื่อนต้นน้ำสามารถปล่อยน้ำนอกฤดูกาลได้โดยไม่แจ้งล่วงหน้า รังไข่และลูกนกจึงเสี่ยงถูกน้ำท่วมฉับพลันได้ตลอดเวลา นอกเหนือไปจากภัยจากความร้อนที่ต้องเผชิญอยู่แล้ว

บทสรุปแห่งการปรับตัว

ตั้งแต่ค้างคาวแม่ไก่ที่ใช้ปีกเป็นพัด นกในเมืองที่ต้องเรียนรู้จะเข้าใกล้มนุษย์ นกบนเกาะแก่งที่ย้ายจากที่โล่งไปสู่ร่มเงา ไปจนถึงนกกระแตผีใหญ่ที่ต้องฝืนสัญชาตญาณตัวเอง ล้วนสะท้อนให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป สิ่งมีชีวิตทุกชนิดต่างต้องดิ้นรนปรับตัวเพื่อความอยู่รอด และแม้การแทรกแซงของมนุษย์อย่างแหล่งน้ำเทียมอาจไม่ใช่ทางออกที่สมบูรณ์แบบในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่ก็เป็นเครื่องยืนยันว่าเมื่อธรรมชาติเผชิญวิกฤต ทุกความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงใด ล้วนมีความหมายต่อการอยู่รอดของสรรพชีวิต

ติดตามชมได้ในรายการ A day in the wild ชุด Close Up : ตอนที่1 ใกล้ วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00 - 11.00 น. ทางไทยพีบีเอส ติดตามรายการได้ทาง www.thaipbs.or.th/ADayInTheWild

รายการ

A Day in the WILD
วันอาทิตย์ | 21:10-22:00
สารคดีที่จะพาคุณไปสัมผัสธรรมชาติที่เชื่องโยงทุกสรรพสิ่ง สายฝนเชื่อมโยงและส่งผลต่อทุ่งนาและผืนป่าซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้อยใหญ่

ละครดี ซีรีส์เด่น

ดูทั้งหมด

♫ ♫ Songs Popular ♫ ♫

ดูทั้งหมด

คลิปมาใหม่

คนดูเยอะ 👀

ดูทั้งหมด

เสน่ห์ประเทศไทย