หน้าแรก

หมวดหมู่

Data Viz

Photo Story

บทความ

เกม

มัลติมีเดีย

เบื้องหลัง

เกี่ยวกับเรา

Slide

ก่อนจะเป็นเมืองแห่งตึกระฟ้าและถนนสายยาว

กรุงเทพฯ เคยเป็น…

เครือข่ายคลองและวิถีชุมชนริมน้ำ

แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนไป

แต่ชื่อเขตกว่าครึ่งเมือง

ยังคงเก็บร่องรอยแห่งสายน้ำเหล่านั้นไว้

ทว่า…

เมื่อเมืองขยายตัวอย่างรวดเร็ว

เกินกว่าที่สายน้ำจะไหลผ่านได้ทัน

เมื่อเจาะลึกข้อมูล

ทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานคร

ความหมายและที่มาของแต่ละชื่อ

ได้สะท้อนให้เห็นว่า…

พื้นที่เกินกว่าครึ่งเมือง

ล้วนมีประวัติศาสตร์ผูกพันกับ

ระบบคลอง หนอง บึง

และวิถีชุมชนริมน้ำมาตั้งแต่อดีต

เปิดความหมายและที่มาเขต กทม.

“แสนแสบ”

คลองที่ยาวที่สุดใน กทม.

ขุดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3

เป็นเส้นทางลำเลียงยุทธปัจจัยไปยังชายแดนตะวันออก

จ.ฉะเชิงเทรา จากข้อมูลสำนักการระบายน้ำ กทม.

ระบุความยาว 40.9 กิโลเมตร

มี 6 เขตรับผิดชอบ

ได้แก่ ปทุมวัน, ห้วยขวาง, บางกะปิ, สะพานสูง,

มีนบุรี และหนองจอก

โดยสันนิษฐานว่า “แสนแสบ”

อาจมาจากความเจ็บแสบของชาวบ้านที่ถูกยุงกัด

และเมื่อย้อนดูสถิติ

ปริมาณฝนตกสูงสุดรายวันของกรุงเทพฯ

เปรียบเทียบปี

2554 2559 2564 2568 2569

ตัวเลขสถิติได้สะท้อนความจริงที่น่ากังวลว่า…

ความถี่ของฝนตกหนัก

ในระดับ

“เสี่ยงวิกฤตน้ำท่วม”

ไม่เคยลดลง

เลยแม้แต่น้อย

เทียบปริมาณน้ำฝน

ใน กทม.

โดยเฉพาะสถิติจากปี 2559

ซึ่งได้ฝากสัญญาณเตือนไว้ชัดเจนที่สุด…

เมื่อมีวันที่มีปริมาณฝนตกหนัก

เกินกว่า 90 มิลลิเมตร

มากถึง 32 วัน

หรืออาจกล่าวได้ว่า…

กรุงเทพฯ ต้องเผชิญกับฝน

ในระดับ

“เสี่ยงวิกฤตน้ำท่วม”

เกือบเดือนละ 2.6 ครั้ง ตลอดทั้งปี

ไม่ใช่เพียงวิกฤตฟ้าฝน

ทว่าบนผืนดิน…

เรากำลังเผชิญอีกหนึ่งสมการความเสี่ยง

ที่มหานครสร้างขึ้นเอง

เหตุใดความเจริญของมหานคร

จึงแลกมาด้วยความเสี่ยง

“อุทกภัย”

ที่ทวีความรุนแรงขึ้น?

การขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว

ได้กลืนกิน

“พื้นที่สีเขียว”

ซึ่งเคยเป็นกลไกตามธรรมชาติตั้งแต่อดีต

เช็กพื้นที่สีเขียว

เมื่อโครงสร้างพื้นฐานทับถมทางผืนน้ำ

เมืองจึงสูญเสียพื้นที่กักเก็บ

จนทุกสายฝนที่ตกลงมา

กลายเป็นวิกฤตน้ำท่วมขังได้ง่ายกว่าเดิม

ขณะเดียวกันจากข้อมูลของ กทม. พบว่า

แผ่นดินทรุดเป็นปัญหาที่น่าวิตกที่สุด

ตราบใดที่ยังไม่มีมาตรการหยุดยั้ง

หรือชะลออัตราการทรุดตัวได้อย่างเพียงพอ

กรุงเทพฯ ไม่ได้แพ้น้ำ

เพราะฝนแรงขึ้นอย่างเดียว

แต่เพราะเมืองลืมไปว่า

ตัวเองเกิดจากน้ำ

ครึ่งเมืองยังมีชื่อเป็นพยาน

ถึงวันที่คลองคือถนน และเรือคือรถ

วันนี้ฝนที่ตกหนักขึ้นและเมืองที่ขยายเร็วขึ้น

กำลังถามคำถามเดิมอีกครั้ง

กรุงเทพฯ จะออกแบบชีวิต

ให้อยู่ร่วมกับน้ำได้อีกครั้งหรือไม่ ?

จากเรื่องจริงของเมือง…

สู่กระดานจำลองชีวิต

ทุกการก้าวเดินบนกระดาน…

คือเดิมพันแห่งโอกาสและความเสี่ยง

ไม่ต่างจากชีวิตจริงในมหานครแห่งนี้

ไม่ได้มีแค่ กทม. ที่พบเจอกับปัญหาซ้ำซากเหล่านี้

ทั่วประเทศไทยก็เจอสิ่งเหล่านี้เช่นเดียวไม่ต่าง

ทางแก้อาจจะไม่ใช่หนทางเดียว หากเปิดใจมองให้ลึกลง

Slide

ก่อนจะเป็นเมืองแห่งตึกระฟ้าและถนนสายยาว

กรุงเทพฯ เคยเป็น…

เครือข่ายคลองและวิถีชุมชนริมน้ำ

แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนไป

แต่ชื่อเขตกว่าครึ่งเมือง

ยังคงเก็บร่องรอยแห่งสายน้ำเหล่านั้นไว้

ทว่า…

เมื่อเมืองขยายตัวอย่างรวดเร็ว

เกินกว่าที่สายน้ำจะไหลผ่านได้ทัน

เมื่อเจาะลึกข้อมูล

ทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานคร

ความหมายและที่มาของแต่ละชื่อ

ได้สะท้อนให้เห็นว่า…

พื้นที่เกินกว่าครึ่งเมือง

ล้วนมีประวัติศาสตร์ผูกพันกับ

ระบบคลอง หนอง บึง

และวิถีชุมชนริมน้ำมาตั้งแต่อดีต

เปิดความหมายและที่มาเขต กทม.

“แสนแสบ”

คลองที่ยาวที่สุดใน กทม.

ขุดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3

เป็นเส้นทางลำเลียงยุทธปัจจัยไปยังชายแดนตะวันออก

จ.ฉะเชิงเทรา จากข้อมูลสำนักการระบายน้ำ กทม.

ระบุความยาว 40.9 กิโลเมตร

มี 6 เขตรับผิดชอบ

ได้แก่ ปทุมวัน, ห้วยขวาง, บางกะปิ, สะพานสูง,

มีนบุรี และหนองจอก

โดยสันนิษฐานว่า “แสนแสบ”

อาจมาจากความเจ็บแสบของชาวบ้านที่ถูกยุงกัด

และเมื่อย้อนดูสถิติ

ปริมาณฝนตกสูงสุดรายวันของกรุงเทพฯ

เปรียบเทียบปี

2554 2559 2564 2568 2569

ตัวเลขสถิติได้สะท้อนความจริงที่น่ากังวลว่า…

ความถี่ของฝนตกหนัก

ในระดับ

“เสี่ยงวิกฤตน้ำท่วม”

ไม่เคยลดลง

เลยแม้แต่น้อย

เทียบปริมาณน้ำฝน

ใน กทม.

โดยเฉพาะสถิติจากปี 2559

ซึ่งได้ฝากสัญญาณเตือนไว้ชัดเจนที่สุด…

เมื่อมีวันที่มีปริมาณฝนตกหนัก

เกินกว่า 90 มิลลิเมตร

มากถึง 32 วัน

หรืออาจกล่าวได้ว่า…

กรุงเทพฯ ต้องเผชิญกับฝน

ในระดับ

“เสี่ยงวิกฤตน้ำท่วม”

เกือบเดือนละ 2.6 ครั้ง ตลอดทั้งปี

ไม่ใช่เพียงวิกฤตฟ้าฝน

ทว่าบนผืนดิน…

เรากำลังเผชิญอีกหนึ่งสมการความเสี่ยง

ที่มหานครสร้างขึ้นเอง

เหตุใดความเจริญของมหานคร

จึงแลกมาด้วยความเสี่ยง

“อุทกภัย”

ที่ทวีความรุนแรงขึ้น?

การขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว

ได้กลืนกิน

“พื้นที่สีเขียว”

ซึ่งเคยเป็นกลไกตามธรรมชาติตั้งแต่อดีต

เช็กพื้นที่สีเขียว

เมื่อโครงสร้างพื้นฐานทับถมทางผืนน้ำ

เมืองจึงสูญเสียพื้นที่กักเก็บ

จนทุกสายฝนที่ตกลงมา

กลายเป็นวิกฤตน้ำท่วมขังได้ง่ายกว่าเดิม

ขณะเดียวกันจากข้อมูลของ กทม. พบว่า

แผ่นดินทรุดเป็นปัญหาที่น่าวิตกที่สุด

ตราบใดที่ยังไม่มีมาตรการหยุดยั้ง

หรือชะลออัตราการทรุดตัวได้อย่างเพียงพอ

กรุงเทพฯ ไม่ได้แพ้น้ำ

เพราะฝนแรงขึ้นอย่างเดียว

แต่เพราะเมืองลืมไปว่า

ตัวเองเกิดจากน้ำ

ครึ่งเมืองยังมีชื่อเป็นพยาน

ถึงวันที่คลองคือถนน และเรือคือรถ

วันนี้ฝนที่ตกหนักขึ้นและเมืองที่ขยายเร็วขึ้น

กำลังถามคำถามเดิมอีกครั้ง

กรุงเทพฯ จะออกแบบชีวิต

ให้อยู่ร่วมกับน้ำได้อีกครั้งหรือไม่ ?

จากเรื่องจริงของเมือง…

สู่กระดานจำลองชีวิต

ทุกการก้าวเดินบนกระดาน…

คือเดิมพันแห่งโอกาสและความเสี่ยง

ไม่ต่างจากชีวิตจริงในมหานครแห่งนี้

ไม่ได้มีแค่ กทม. ที่พบเจอกับปัญหาซ้ำซากเหล่านี้

ทั่วประเทศไทยก็เจอสิ่งเหล่านี้เช่นเดียวไม่ต่าง

ทางแก้อาจจะไม่ใช่หนทางเดียว หากเปิดใจมองให้ลึกลง

CREATED BY

Digital Media Team

Share This

Full-Stack Creative

Pimtawan Naeprakone

Chalee Nawatharadol

Pitchaya Jaisuya

Phuresaphon Jantapoon

Visual Designer

Nunthapat Sanguankotchakorn

Data Collector

Nawaphon Rueangsri

Tontawan Janthai

แท็ก

Recommended

The Blue BANGKOK เงาสะท้อน…บางกอก
ใต้เงา…มหานคร 24/7 in Bangkok
ท่องโลกแห่งราง เส้นทาง จุดเปลี่ยน “รถไฟไทย”