หน้าแรก

หมวดหมู่

Data Viz

Photo Story

บทความ

เกม

มัลติมีเดีย

เบื้องหลัง

เกี่ยวกับเรา

Slide

24 ชั่วโมงของคนเรา

ไม่เท่ากัน

กรุงเทพมหานคร

…เมืองหลวงที่ถูกขนานนามว่า

“ไม่มีวันหลับใหล”

ทว่า… ยิ่งแสงสว่างมากเท่าใด

“เงา”

0

ก็ยิ่งทอดตัวมืดมิดมากขึ้นเท่านั้น

ถึงอย่างนั้น… ผู้คนนับล้านก็ยอมก้าวเข้ามา

และอดทนเผชิญหน้า

เพียงเพื่อแลกกับการเข้าถึง

0

“โอกาส”

ที่เมืองอื่นไม่อาจหยิบยื่นให้…

ใครบ้างที่ซ่อนอยู่ใน…

มหานคร ?

ท่ามกลางประชากรเมืองหลวงรวมกว่า

5 ล้านคน

ณ เดือนพฤษภาคม 2569

กรุงเทพฯ กำลังเป็นเมือง

“ใจกลางแก่ ขอบเมืองโต”

ปัจจุบัน มีผู้สูงอายุวัย 60 ปีขึ้นไป

ครองพื้นที่ถึง 25% ของคนทั้งเมือง

ส่งผลให้พื้นที่ 47 จาก 50 เขต

ได้ก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” แล้ว

โดยเขตที่มีอาจเรียกได้ว่าเป็น

“สูงวัยโซน” คือ

อาจด้วยคนรุ่นใหม่ย้ายออก

เหลือเพียงผู้สูงวัยอยู่กับบ้านเดิม

ขณะเดียวกัน “เขตที่ยังเด็กที่สุด” กลับเป็น

ขอบเมืองตะวันออก อย่างเขตหนองจอก

เขตคลองสามวา และเขตลาดกระบัง

ซึ่งมีสัดส่วนคนวัยทำงานและเด็กสูงที่สุด

ทว่า… ตัวเลข 5 ล้านชีวิต

เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น

เพราะมหานครแห่งนี้ยังมีผู้คนอีกหลายล้านคน

ที่เป็นประชากรแฝงกว่า 2.7 ล้านคน

และมีการเดินทางเข้า-ออก

กรุงเทพฯ และปริมณฑลในวันปกติ

สูงถึง 10 – 15 ล้านคน-เที่ยวต่อวัน

โดยเฉพาะย่านธุรกิจใจกลางเมือง

ที่มี “ประชากรกลางวัน”

หลั่งไหลเข้ามาอย่างมหาศาล

ปัญหาที่กรุงเทพฯ กำลังเผชิญ

และการพัฒนาเมืองหลังจากนี้

ไม่อาจออกแบบมาเพื่อ

ตอบโจทย์เพียงแค่

คนที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน

ได้อีกต่อไป…

กรุงเทพฯ

กำลังเผชิญปัญหาอะไรอยู่ ?

สถิติเรื่องร้องเรียนในเขตจตุจักร

พุ่งสูงทิ้งห่างอันดับ 2 เกือบเท่าตัว

นี่ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนหน้ากระดาษ

แต่คือสัญญาณเตือน

ถึงความเดือดร้อน

ที่แผ่ขยายเกินกว่าจะมองข้าม

“จตุจักร” เปรียบเหมือน

หัวใจหลักการเดินทาง

เมื่อพื้นที่ที่เป็นศูนย์รวมระบบขนส่งฯ เกิดปัญหา

จะสร้างแรงกระเพื่อมเป็นโดมิโน

ขัดขวางจังหวะชีวิตและการสัญจรของคนเมือง

ที่ต้องหลั่งไหลผ่านพื้นที่นี้ในทุก ๆ วัน

ทว่าท่ามกลางกองปัญหา

และเสียงสะท้อนอันมหาศาล

กว่า 1 ล้านเรื่องร้องเรียน

กลับเผยให้เห็นความจริงอีกด้าน…

กรุงเทพฯ ไม่ใช่เมืองที่แก้ปัญหาไปวัน ๆ

แต่เป็นเมืองที่เราสามารถ

“คาดการณ์ล่วงหน้าได้”

กรุงเทพฯ

เมืองที่มีฤดูกาลของปัญหา

หากเจาะลึกเข้าไปในข้อมูล

พบว่าปัญหา

“ทางเท้า ถนน และผิดกฎจราจร”

ไม่เพียงแต่จะครองแชมป์

ยอดร้องเรียนสูงสุดเท่านั้น

แต่ยังเป็นกลุ่มปัญหาที่แก้ไขได้ล่าช้าที่สุด

จนกลายเป็น

0

“คอขวด”

0

เรื้อรังของเมือง

เบื้องหลังแถบสีการรอคอยนี้

ไม่ใช่เรื่องของความละเลยอย่างเดียว…

แต่คือ

0

“ปัญหาเชิงโครงสร้าง”

0

ที่หยั่งรากลึก

การจะซ่อมถนนหรือทางเท้าสักเส้น

ต้องเผชิญกับมหากาพย์การตั้งงบประมาณ

ผ่านกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และลุ้นผู้รับเหมา

ขณะที่

0

ปัญหาการผิดกฎจราจร

ก็ ติดล็อกในหลุมดำ ของ

“อำนาจหน้าที่ที่ทับซ้อน”

ระหว่าง กทม. และตำรวจจราจร

ทำให้ไม่สามารถจบได้ในหน่วยงานเดียว

ในทางกลับกัน…

เรื่องที่ กทม. เคลียร์ได้ไว

มักเป็น

0

“หน้างานรายวัน”

เช่น การเก็บขยะ ตัดแต่งต้นไม้ หรือเปลี่ยนหลอดไฟ

ซึ่งเป็นจุดที่ กทม. มีแต้มต่อ

เพราะมีทั้งกำลังคน เครื่องมือ

และอำนาจเบ็ดเสร็จที่พร้อมสั่งการลุยได้ทันที

หากเพ่งมองไปที่

0

“จุดสีเขียว”

ซึ่งเป็นหมุดหมายแรกการคิกออฟทำงาน

จะพบภาพที่น่าสนใจ

เพราะจุดเริ่มต้นของแทบทุกปัญหา

ต่างมากองรวมกันอย่างหนาแน่น

ในช่วงเวลา 6-24 ชั่วโมงแรก

ถ้าจะบอกว่านี่คือ

“ชัยชนะ”

0

ของระบบ

0

Traffy Fondue

ในแง่การเป็นโครงข่ายรับแจ้งเหตุก็คงไม่ผิดนัก

เพราะพิสูจน์แล้วว่า

สามารถรับเรื่องและส่งงานได้อย่างรวดเร็ว

ทลายกำแพงราชการแบบเดิม ๆ

แต่ความจริงของเมือง…

ไม่ได้จบที่ความไวในการรับเรื่อง

ความท้าทายที่แท้จริงซ่อนอยู่ใน

“ความยาวของเส้นที่ลากเชื่อม”

ยิ่งเส้นนี้ลากยาวออกไปเท่าไหร่

ยิ่งเป็นประจักษ์พยานว่า

ดิจิทัลช่วยเราได้แค่รับเรื่อง

แต่การปิดงานให้ลงตัวนั้น

ขึ้นอยู่กับสองปัจจัยที่ระบบควบคุมไม่ได้

นั่นคือ

“อำนาจเบ็ดเสร็จในมือ”

และ “ความซับซ้อนของตัวปัญหา”

หาก

0

“อำนาจสูงสุด”

ในการกำหนดชะตากรรมของเมือง…

ตกมาอยู่ในมือคุณ

คุณคิดว่าตัวเองจะเปลี่ยนกรุงเทพฯ

ให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ได้หรือไม่ ?

จากการลองเป็นผู้ว่าฯ กทม.

จะเห็นว่า….

เมืองไม่ได้เปลี่ยน

เพราะซ่อมเก่ง

แต่เปลี่ยน

เพราะเข้าใจปัญหา

และทุกคำตอบ

เริ่มจากข้อมูล

คุณล่ะ จะเริ่มแก้อะไรก่อน?

ที่มาข้อมูล

👉🏻 สถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร (รายเดือน) สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ณ เดือนพฤษภาคม 2569

👉🏻 สถิติการเดินทางเข้า-ออกกรุงเทพฯ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กระทรวงคมนาคม ณ วันที่ 24 มิถุนายน 2569

👉🏻 สถิติการร้องเรียนผ่าน Traffy Fondu ตั้งแต่เดือนกันยายน 2564 – เดือนพฤษภาคม 2569

Slide

24 ชั่วโมงของคนเรา

ไม่เท่ากัน

กรุงเทพมหานคร

…เมืองหลวงที่ถูกขนานนามว่า

“ไม่มีวันหลับใหล”

ทว่า… ยิ่งแสงสว่างมากเท่าใด

“เงา”

0

ก็ยิ่งทอดตัวมืดมิดมากขึ้นเท่านั้น

ถึงอย่างนั้น… ผู้คนนับล้านก็ยอมก้าวเข้ามา

และอดทนเผชิญหน้า

เพียงเพื่อแลกกับการเข้าถึง

0

“โอกาส”

ที่เมืองอื่นไม่อาจหยิบยื่นให้…

ใครบ้างที่ซ่อนอยู่ใน…

มหานคร ?

ท่ามกลางประชากรเมืองหลวงรวมกว่า

5 ล้านคน

ณ เดือนพฤษภาคม 2569

กรุงเทพฯ กำลังเป็นเมือง

“ใจกลางแก่ ขอบเมืองโต”

ปัจจุบัน มีผู้สูงอายุวัย 60 ปีขึ้นไป

ครองพื้นที่ถึง 25% ของคนทั้งเมือง

ส่งผลให้พื้นที่ 47 จาก 50 เขต

ได้ก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” แล้ว

โดยเขตที่มีอาจเรียกได้ว่าเป็น

“สูงวัยโซน” คือ

อาจด้วยคนรุ่นใหม่ย้ายออก

เหลือเพียงผู้สูงวัยอยู่กับบ้านเดิม

ขณะเดียวกัน “เขตที่ยังเด็กที่สุด” กลับเป็น

ขอบเมืองตะวันออก อย่างเขตหนองจอก

เขตคลองสามวา และเขตลาดกระบัง

ซึ่งมีสัดส่วนคนวัยทำงานและเด็กสูงที่สุด

ทว่า… ตัวเลข 5 ล้านชีวิต

เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น

เพราะมหานครแห่งนี้ยังมีผู้คนอีกหลายล้านคน

ที่เป็นประชากรแฝงกว่า 2.7 ล้านคน

และมีการเดินทางเข้า-ออก

กรุงเทพฯ และปริมณฑลในวันปกติ

สูงถึง 10 – 15 ล้านคน-เที่ยวต่อวัน

โดยเฉพาะย่านธุรกิจใจกลางเมือง

ที่มี “ประชากรกลางวัน”

หลั่งไหลเข้ามาอย่างมหาศาล

ปัญหาที่กรุงเทพฯ กำลังเผชิญ

และการพัฒนาเมืองหลังจากนี้

ไม่อาจออกแบบมาเพื่อ

ตอบโจทย์เพียงแค่

คนที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน

ได้อีกต่อไป…

กรุงเทพฯ

กำลังเผชิญปัญหาอะไรอยู่ ?

สถิติเรื่องร้องเรียนในเขตจตุจักร

พุ่งสูงทิ้งห่างอันดับ 2 เกือบเท่าตัว

นี่ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนหน้ากระดาษ

แต่คือสัญญาณเตือน

ถึงความเดือดร้อน

ที่แผ่ขยายเกินกว่าจะมองข้าม

“จตุจักร” เปรียบเหมือน

หัวใจหลักการเดินทาง

เมื่อพื้นที่ที่เป็นศูนย์รวมระบบขนส่งฯ เกิดปัญหา

จะสร้างแรงกระเพื่อมเป็นโดมิโน

ขัดขวางจังหวะชีวิตและการสัญจรของคนเมือง

ที่ต้องหลั่งไหลผ่านพื้นที่นี้ในทุก ๆ วัน

ทว่าท่ามกลางกองปัญหา

และเสียงสะท้อนอันมหาศาล

กว่า 1 ล้านเรื่องร้องเรียน

กลับเผยให้เห็นความจริงอีกด้าน…

กรุงเทพฯ ไม่ใช่เมืองที่แก้ปัญหาไปวัน ๆ

แต่เป็นเมืองที่เราสามารถ

“คาดการณ์ล่วงหน้าได้”

กรุงเทพฯ

เมืองที่มีฤดูกาลของปัญหา

หากเจาะลึกเข้าไปในข้อมูล

พบว่าปัญหา

“ทางเท้า ถนน และผิดกฎจราจร”

ไม่เพียงแต่จะครองแชมป์

ยอดร้องเรียนสูงสุดเท่านั้น

แต่ยังเป็นกลุ่มปัญหาที่แก้ไขได้ล่าช้าที่สุด

จนกลายเป็น

0

“คอขวด”

0

เรื้อรังของเมือง

เบื้องหลังแถบสีการรอคอยนี้

ไม่ใช่เรื่องของความละเลยอย่างเดียว…

แต่คือ

0

“ปัญหาเชิงโครงสร้าง”

0

ที่หยั่งรากลึก

การจะซ่อมถนนหรือทางเท้าสักเส้น

ต้องเผชิญกับมหากาพย์การตั้งงบประมาณ

ผ่านกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และลุ้นผู้รับเหมา

ขณะที่

0

ปัญหาการผิดกฎจราจร

ก็ ติดล็อกในหลุมดำ ของ

“อำนาจหน้าที่ที่ทับซ้อน”

ระหว่าง กทม. และตำรวจจราจร

ทำให้ไม่สามารถจบได้ในหน่วยงานเดียว

ในทางกลับกัน…

เรื่องที่ กทม. เคลียร์ได้ไว

มักเป็น

0

“หน้างานรายวัน”

เช่น การเก็บขยะ ตัดแต่งต้นไม้ หรือเปลี่ยนหลอดไฟ

ซึ่งเป็นจุดที่ กทม. มีแต้มต่อ

เพราะมีทั้งกำลังคน เครื่องมือ

และอำนาจเบ็ดเสร็จที่พร้อมสั่งการลุยได้ทันที

หากเพ่งมองไปที่

0

“จุดสีเขียว”

ซึ่งเป็นหมุดหมายแรกการคิกออฟทำงาน

จะพบภาพที่น่าสนใจ

เพราะจุดเริ่มต้นของแทบทุกปัญหา

ต่างมากองรวมกันอย่างหนาแน่น

ในช่วงเวลา 6-24 ชั่วโมงแรก

ถ้าจะบอกว่านี่คือ

“ชัยชนะ”

0

ของระบบ

0

Traffy Fondue

ในแง่การเป็นโครงข่ายรับแจ้งเหตุก็คงไม่ผิดนัก

เพราะพิสูจน์แล้วว่า

สามารถรับเรื่องและส่งงานได้อย่างรวดเร็ว

ทลายกำแพงราชการแบบเดิม ๆ

แต่ความจริงของเมือง…

ไม่ได้จบที่ความไวในการรับเรื่อง

ความท้าทายที่แท้จริงซ่อนอยู่ใน

“ความยาวของเส้นที่ลากเชื่อม”

ยิ่งเส้นนี้ลากยาวออกไปเท่าไหร่

ยิ่งเป็นประจักษ์พยานว่า

ดิจิทัลช่วยเราได้แค่รับเรื่อง

แต่การปิดงานให้ลงตัวนั้น

ขึ้นอยู่กับสองปัจจัยที่ระบบควบคุมไม่ได้

นั่นคือ

“อำนาจเบ็ดเสร็จในมือ”

และ “ความซับซ้อนของตัวปัญหา”

หาก

0

“อำนาจสูงสุด”

ในการกำหนดชะตากรรมของเมือง…

ตกมาอยู่ในมือคุณ

คุณคิดว่าตัวเองจะเปลี่ยนกรุงเทพฯ

ให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ได้หรือไม่ ?

จากการลองเป็นผู้ว่าฯ กทม.

จะเห็นว่า….

เมืองไม่ได้เปลี่ยน

เพราะซ่อมเก่ง

แต่เปลี่ยน

เพราะเข้าใจปัญหา

และทุกคำตอบ

เริ่มจากข้อมูล

คุณล่ะ จะเริ่มแก้อะไรก่อน?

ที่มาข้อมูล

👉🏻 สถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร (รายเดือน) สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ณ เดือนพฤษภาคม 2569

👉🏻 สถิติการเดินทางเข้า-ออกกรุงเทพฯ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กระทรวงคมนาคม ณ วันที่ 24 มิถุนายน 2569

👉🏻 สถิติการร้องเรียนผ่าน Traffy Fondu ตั้งแต่เดือนกันยายน 2564 – เดือนพฤษภาคม 2569

แท็ก

Recommended

ใต้เงา…มหานคร 24/7 in Bangkok
มหากาพย์ “แลนด์บริดจ์” แนวคิดสะพานเศรษฐกิจภาคใต้
THE BAG (สัม)ภาระหนัก บนบ่าเด็ก