ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ! กระแสไม่ต้อนรับค่ายสีส้ม

การเมือง
13:20
14,447
ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ! กระแสไม่ต้อนรับค่ายสีส้ม
อ่านให้ฟัง
07:17อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)

วันนี้ (5 ม.ค.2569) รศ.โอฬาร ถิ่นบางเตียว คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ให้สัมภาษณ์รายการประจักษ์จับประเด็น

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมพรรคประชาชนไปที่ไหนก็โดนไล่ รศ.โอฬาร กล่าวว่า ประเมินว่าเป็นความย้อนแย้งกัน ระหว่างผลโพลกับการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน ตนประเมินว่ามาจากการปั่นของฝ่ายการเมืองในการเลือกตั้งครั้งนี้

รอบนี้หลายพรรคพยายามนำเสนอนโยบายต่อประชาชน แต่อีกด้านยังมีปั่นให้เกิดความเกลียดชัง การปั่นแบบนี้เวลาลงพื้นที่ จะมีความรู้สึกไม่พอใจมาแทนที่ การตัดสินใจในเชิงนโยบายเหตุผล มันเป็นผลพวงมาจากการปั่น ปั่นความเกลียดชังมาลดทอนการเมืองเชิงนโยบาย

เมื่อถามว่า จะมีผลต่อการเลือกตั้งแค่ไหน รศ.โอฬาร กล่าวว่า ขึ้นกับว่า พรรคประชาชนจะแก้เกมอย่างไร ถ้าปล่อยไปแบบนี้มันมีผลแน่ เพราะกระแสพรรคไม่ได้สูงเหมือนสมัย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในเวลานั้น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ อยู่อันดับสองสามตลอด ถ้าไม่แก้เกม จะมีผลต่อการตัดสนใจในการเลือกตั้ง

อีกฝั่งก็พยายามขยับอย่างหนัก นายทหาร คนสำคัญ ออกมาตั้งคำถามต่อพรรคประชาชน เพื่อปั่นกระแส ให้ประชาชนตัดสินใจไม่เลือกพรรคประชาชน เขาต้องแก้เกม เอาจุดขายมีเราไม่มีเทา ขับเคลื่อนให้หนักขึ้น เพื่อให้เห็นว่า แม้จะโดนปั่นความเกลียดชัง แต่ยังหนักแน่นกับเรื่องนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า กระแส “ทหารมีไว้ทำไม” ไม่ใช่จู่ ๆ ก็เกิด แต่มาจากการปั่น แต่กองทัพก็มาเอากับเขาด้วย มันสะท้อนอะไร รศ.โอฬารกล่าวว่า ฝ่ายอำนาจเก่ากลัวกระแสพรรคประชาชนมาก เพราะกระแสจากโพลมันสูง แม้จะไม่ใช่อันดับหนึ่ง แต่หลายโพลยังอยู่ในอันดับต้น และกระแสที่ถูกปั่น บรรดาแกนนำและผู้สนับสนุนยังประเมินว่าอาจทะลุถึง 200 มีโอกาสตั้งรัฐบาลสูงมาก

ขบวนการฝ่ายตรงข้าม ต้องผนึกกำลังดึงคะแนนนิยม มันไม่มีทางอื่น เรื่อง 112 ก็ขายได้ ไม่เหมือนการเลือกตั้งครั้งก่อน แต่เรื่องกองทัพรอบนี้มันขายได้ คนที่เหมาะสมในการพูดประเด็นนี้ก็ต้องเอาคนในเงื่อนไขจริง คือนายทหาร โดยเฉพาะระดับสูง หรือคนที่อยู่ในเหตุการณ์ออกมาเป็นผู้พูด ไม่ว่าจะพูดด้วยเหตุอะไร แต่มันมีผลต่อประชาชนที่ถูกปลุกเร้าด้วยกระแสชาตินิยมตอนนี้เกิดลังเลในการตัดสินใจ

เมื่อถามว่า พรรคประชาชนพยายามออกมาชี้แจงบ้างแล้ว เพียงพอหรือไม่ รศ.โอฬาร กล่าวว่า ทำถูกแล้ว แต่ยังไม่พอ พรรคประชาชนเวลาลงพื้นที่ต้องเปิดประเด็นสีเทาให้ชัดเจน ในเมื่อการเมืองกลายเป็นการปั่นกระแสเกลียดชัง เขาต้องทำให้เห็นว่าเขาต่างอย่างไร

เขาต้องทำให้เห็นว่า คู่ตรงข้ามของเขา พรรคการเมืองไหนบ้างที่พัวพันสีเทา ยาเสพติด สแกมเมอร์ เพื่ออธิบายในเรื่องที่ทำให้ประชาชนเข้าใจเหตุผล ถ้าลำพังแค่อธิบายเฉย ๆ มันเป็นนามธรรมเกินไป

เมื่อถามว่า ถ้าเทียบกับปัญหาปากท้อง รศ.โอฬารกล่าวว่า เรื่องหลักคือ มีเราไม่มีเทา แก้โกง ส่วนที่สองคือ นโยบายปากท้อง แต่ทำอย่างไรให้นโยบายปากท้องไม่เป็นประชานิยม ปากท้องของเขามันสัมพันธ์อย่างไร ต่อการสร้างรากฐานเศรษฐกิจ ยกระดับเศรษฐกิจในการแก้ปัญหาระยะยาว

ผมประเมินว่าตอนนี้เรื่องนโยบาย มันกลายเป็นเรื่องรอง แต่เป็นการเมืองปั่นกระแสเกลียดชัง กระสุนดินดำ ไม่รู้ทำไมตอนนี้เรื่องนโยบายถูก

เมื่อถามว่า กระแสพรรคประชาชนตอนนี้ ทั้งกระแสในเชิงนโยบาย เชิงองค์กร เชิงบุคคล เอาชนะกระสุนที่เราเคยประเมินกันว่า จะถูกกราดยิงอย่างมาก ในการเลือกตั้งครั้งนี้ได้หรือยัง รศ.โอฬาร กล่าวว่า เที่ยวนี้มันยาก เพราะคะแนนพรรคประชาชนไม่ได้สูงเหมือนที่ผ่านมา

บุคลากรการเมืองที่มีตอนนี้ ไม่ได้อยู่ในกระแสฟีเวอร์แบบพิธา หรือแกนนำก่อนหน้านี้ ตนคิดว่าต้องทำงานหนักมาก เพื่อเอาชนะการเมืองสร้างความเกลียดชัง หากเขายังทำงานการเมืองกระแสอย่างเดียว โดยไม่สามารถทำให้ตัวละครการเมือง มีความโดดเด่นขึ้นมา โอกาสแพ้กระสุนมีสูงมาก

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังเลือกตั้งปี 2566 แฟนคลับสีส้ม บอกว่าจะเอาคืนให้แลนด์สไลด์ ปรากฏว่าเลือกตั้ง 2569 กระแสไม่เท่าเดิม เพราะอะไร

รศ.โอฬารกล่าวว่า พรรคประชาชนพอเข้าสนามการเมืองจริง ทำให้แฟนคลับเขาลังเลใจในความแตกต่างระหว่างพรรคประชาชนกับพรรคอื่น เช่น การทำ MOA ก็ไม่ได้ต่างกับพรรคอื่นเลย หรือบทบาทผู้นำจิตวิญญาณมามีอำนาจมากเกินไป ไปเจรจาคนนั้นคนนี้ แล้วไม่ยอมรับสารภาพ คนก็แคลงใจ ไหนบอกทำงานการเมืองใหม่ นี่คุณก็แบบเดิม แถมยังมาบอกว่า Grand Compromise (การประนีประนอมครั้งใหญ่)

ล่าสุด “มีเราไม่มีเทา” ปรากฏว่า ผู้สมัครเทา แถมเป็นผู้สมัครมาจากการตัดสินใจของผู้มีอำนาจ พรรคก็ถูกตั้งคำถาม มันทำให้คนลังเล และด้วยสภาพการเมืองที่มันเป็นแบบนี้ คนไม่รู้จะเลือกใครดี

เมื่อถามว่า ค่ายสีส้มหลงทางไปจากจุดยืนของตัวเอง หรือเขาแค่เล่นเป็นมากขึ้น รศ.โอฬารกล่าวว่า จุดยืนเขาเหมือนเดิม แต่อำนาจในการตัดสินใจ ไม่รวมศูนย์ที่กรรมการบริหารพรรค หรือ หัวหน้าพรรคตามหลักการ แต่ไปอยู่กับผู้มีอำนาจที่ไม่เป็นทางการ และพอคนกลุ่มนี้ไปเปิดดีลอะไรต่าง ๆ มันไปลดทอนจุดยืนพรรคโดยตัวเอง

เรียบเรียง : อุรชัย ศรแก้ว ผู้สื่อข่าวการเมือง ไทยพีบีเอส

อ่านข่าว :

เปิดผลสำรวจ Thai PBS Tracking POLL ไทยพีบีเอสจับมือ ม.ศรีปทุม จับตาก่อนเลือกตั้ง

วันสุดท้าย 5 ม.ค.ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.ล่วงหน้า-ออกเสียงประชามตินอกเขต

“ไอซ์ รักชนก” ชี้ขบวนการปั่นสังคมทำสำเร็จ ใส่ร้าย “ปชน.” เน้นแก้ ม.112