วันนี้ (6 ม.ค.2569) มารีอา กอรินา มาชาโด ผู้นำฝ่ายค้านคนสำคัญของเวเนซุเอลาและผู้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพคนล่าสุด ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านฟอกซ์นิวส์เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เกิดปฏิบัติการจับกุม นิโคลัส มาดูโร ปธน.เวเนซุเอลา โดยยืนยันว่าไม่ได้มีการพูดคุยกับ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกามานานแล้ว นับตั้งแต่ได้รับรางวัลดังกล่าวเมื่อวันที่ 10 ต.ค.2568 พร้อมทั้งเผยแผนการกลับสู่เวเนซุเอลาโดยเร็วที่สุด หลังจากต้องลี้ภัยมานานหลายเดือนเนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัย
มาชาโดชื่นชมปฏิบัติการของสหรัฐฯ ว่าเป็นก้าวสำคัญยิ่งสำหรับมนุษยชาติและจะถูกจารึกในประวัติศาสตร์ในฐานะชัยชนะของความยุติธรรมเหนือทรราช พร้อมขอบคุณทรัมป์สำหรับวิสัยทัศน์ที่กล้าหาญ แต่ก็เตือนว่าประธานาธิบดีรักษาการคนปัจจุบัน เดลซี โรดริเกซ ถือเป็นบุคคลที่เชื่อถือไม่ได้
ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ปฏิเสธอย่างชัดเจนถึงความเกี่ยวข้องกับเหตุวุ่นวายที่เกิดขึ้นในกรุงการากัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลาเมื่อคืนวานนี้ (5 ม.ค.2569) ตามเวลาท้องถิ่น ผู้เห็นเหตุการณ์บันทึกภาพเสียงปืนยิงขึ้นสู่ท้องฟ้าดังสนั่นไปทั่วเมือง ขณะที่ถนนใจกลางเมืองเต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่ความมั่นคงที่เสริมกำลังเข้ามารับมืออย่างเร่งด่วน
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากโรดริเกซ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดี สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีรักษาการต่อจากมาดูโรที่ถูกจับกุมพร้อมกับซิเลีย ฟลอเรส สุภาพสตรีหมายเลข 1 เมื่อเช้ามืดวันเสาร์ที่ผ่านมา (3 ม.ค.2569)
แหล่งข่าวใกล้ชิดกับรัฐบาลเวเนซุเอลาระบุว่าพบโดรนหลายลำบินเหนือบริเวณใจกลางเมืองหลวง ทำให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต้องยิงตอบโต้และยืนยันว่าสถานการณ์อยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นอ้างเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวว่าสหรัฐกำลังติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด แต่ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้
เหตุการณ์จับกุมมาดูโรโดยกองทัพสหรัฐฯ ได้ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากทั่วโลก ท่ามกลางความกังวลถึงอนาคตที่ไม่แน่นอนของเวเนซุเอลาในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ทรัมป์เคยระบุว่าจะช่วยดูแลเวเนซุเอลาในช่วงเวลานี้ พร้อมยืนยันว่าโรดริเกซจะยังคงอยู่ในอำนาจต่อไปได้ก็ต่อเมื่อทำตามสิ่งที่สหรัฐฯ ต้องการ
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังปัดตกความเป็นไปได้ที่จะให้มาชาโดขึ้นเป็นผู้นำของเวเนซุเอลา โดยชี้ว่าสถานการณ์ปัจจุบันยากลำบากเกินไป และมาชาโดยังไม่ได้รับการสนับสนุนหรือความเคารพจากชาวเวเนซุเอลาที่เพียงพอ ซึ่งคำกล่าวเหล่านี้ยิ่งทำให้เกิดการถกเถียงถึงทิศทางของเวเนซุเอลาในอนาคตอันใกล้ ท่ามกลางความตึงเครียดที่ยังคงปกคลุมเมืองหลวงและชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศ
อ่านข่าวอื่น :
"ทรัมป์" เดินหน้าขู่ใช้กำลังยึดหลายชาติหลังปราบ "มาดูโร"
ประวัติศาสตร์ "น้ำมันเวเนซุเอลา" สู่เครื่องมือการเมืองสหรัฐฯ











