ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

ครั้งแรก! กรมอุทยานฯ เริ่มฉีดวัคซีนคุมกำเนิดช้าง

สิ่งแวดล้อม
10:41
640
ครั้งแรก! กรมอุทยานฯ เริ่มฉีดวัคซีนคุมกำเนิดช้าง
อ่านให้ฟัง
04:02อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
กรมอุทยานแห่งชาติฯ ดำเนินการฉีดวัคซีนคุมกำเนิดให้ช้างป่าเพศเมีย 3 ตัวในจังหวัดตราด นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทย เพื่อควบคุมประชากรอย่างปลอดภัยและสร้างสมดุลการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับช้างอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 25 ม.ค.2569 ณ อำเภอบ่อไร่ จ.ตราด กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ดำเนินการฉีดวัคซีนคุมกำเนิดให้ช้างป่าเป็นครั้งแรกในประเทศไทย

นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เปิดเผยว่า โครงการนี้เกิดขึ้นเนื่องจากประชากรช้างป่าในพื้นที่ป่าภาคตะวันออกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จาก 334 ตัวในปี 2558 เป็น 799 ตัวในปี 2568 คิดเป็นอัตราการเพิ่มร้อยละ 8.2 ต่อปี ทำให้ช้างออกหากินในพื้นที่ชุมชนมากขึ้น เนื่องจากอาหารและพื้นที่ในป่าไม่เพียงพอ ส่งผลให้ตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปัจจุบัน มีผู้เสียชีวิต 141 คน บาดเจ็บ 170 คน และพืชผลเกษตรเสียหายในพื้นที่กว่า 100 ตำบล ครอบคลุม 6 จังหวัด

วัคซีนที่ใช้เป็นวัคซีนคุมกำเนิดสำหรับช้างป่าเพศเมีย ไม่ใช่การทำหมันหรือผ่าตัด แต่จะกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายให้ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้ไข่ถูกปฏิสนธิ สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้นาน 7 ปี หลังจากนั้นหากไม่ฉีดซ้ำ ช้างจะกลับมาตั้งครรภ์ได้ตามปกติ

วัคซีนนี้ผ่านการทดลองในช้างแอฟริกาและช้างเลี้ยงในไทย 7 เชือกแล้ว พบว่าปลอดภัย 100% ไม่มีผลข้างเคียง ไม่ส่งผลต่อช้างที่ตั้งครรภ์หรือให้นมลูก ไม่ทำให้เกิดการอักเสบ ไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกิน การพักผ่อน หรือความสัมพันธ์ในฝูง ช้างยังคงมีชีวิตปกติสุขภาพดีเหมือนเดิม เพียงแต่ชะลอการตั้งครรภ์ชั่วคราว

การดำเนินการในครั้งนี้ ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ได้ฉีดวัคซีนให้ช้างป่าเพศเมียโตเต็มวัยจำนวน 3 ตัว จากโขลงขนาด 12 ตัว ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว โดยเริ่มภารกิจเวลา 21.00 น. ใช้วิธีการยิงวัคซีนด้วยปืนอัดลมโดยไม่ต้องวางยาสลบ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทั้งช้างและเจ้าหน้าที่ ภารกิจเสร็จสิ้นเวลา 22.00 น. ทีมงานจะติดตามสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง 48 ชั่วโมง และวางแผนเก็บตัวอย่างเลือดและมูลเพื่อตรวจระดับภูมิคุ้มกันทุก 6-8 เดือน เป็นระยะเวลา 7 ปี

นายสุขี บุญสร้าง กล่าวทิ้งท้ายว่า หัวใจสำคัญของการรักและอนุรักษ์ช้างคือการสร้างสมดุลที่ยั่งยืน โครงการนี้เกิดจากความห่วงใยต่อสวัสดิภาพช้างป่าอย่างแท้จริง หากปล่อยให้ประชากรเพิ่มมากเกินขีดจำกัดที่ผืนป่าจะรองรับได้ ช้างจะเผชิญภาวะขาดแคลนอาหารและน้ำ รวมถึงความเสี่ยงจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ไฟฟ้าช็อต หรือความขัดแย้งกับชุมชน

การใช้วัคซีนที่มีความปลอดภัยจึงเป็นแนวทางที่ช่วยให้ช้างมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีทรัพยากรเพียงพอ และลดความเสี่ยงจากการเผชิญหน้ากับมนุษย์ ซึ่งจะนำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างแท้จริงและยั่งยืน

อ่านข่าวอื่น :

ทรัมป์ท่าทีอ่อนลง ระบุไม่ต้องการเห็นความสูญเสีย หลังเหตุยิง 2 ศพมินเนโซตา

"พัฒนา" ยันมติปลด "หมอสุภัทร" ตามขั้นตอน พบนำ ATK มาใช้ก่อนจัดซื้อทีหลัง 5 ครั้ง

"โดม" ส่งทนายขอเลื่อนเข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดีคุกคามทางเพศ