ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

จีนต้องการน้ำมันปาล์มเพิ่ม สนค. ชี้โอกาสส่งออก ลดพึ่งพาตลาดอินเดีย

เศรษฐกิจ
10:48
780
จีนต้องการน้ำมันปาล์มเพิ่ม สนค. ชี้โอกาสส่งออก ลดพึ่งพาตลาดอินเดีย
อ่านให้ฟัง
05:31อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
  สนค.วิเคราะห์แนวโน้มการส่งออกน้ำมันปาล์มไทยในตลาดจีน พบขยายตัวขึ้นต่อเนื่อง จากความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร และราคาน้ำมันปาล์มไทยแข่งขันได้ ชี้เป็นโอกาสไทยเพิ่มการส่งออก ลดความเสี่ยงจากตลาดหลักอย่างอินเดีย

วันนี้ ( 28 ม.ค.2569) นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สนค.วิเคราะห์แนวโน้มการส่งออกน้ำมันปาล์มของไทยในตลาดจีน พบว่าขยายตัวเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจและจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น และยังมีความต้องการใช้น้ำมันปาล์มในอุตสาหกรรมอาหาร โดยมีจุดเด่นด้านต้นทุนการผลิตต่ำและแปรรูปได้หลากหลาย ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวจีนที่มองหาสินค้าราคาคุ้มค่าแต่ยังคงไว้ซึ่งคุณภาพที่ดี รวมทั้งนโยบายการกระจายแหล่งนำเข้าของจีน จากเดิมพึ่งพาอินโดนีเซียเป็นหลัก และราคาที่แข่งขันได้ของน้ำมันปาล์มไทย เมื่อเทียบกับน้ำมันถั่วเหลือง ทำให้น้ำมันปาล์มไทยมีโอกาสส่งออกไปจีนได้เพิ่มขึ้น

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์

จากรายงานของ American Oil Chemists' Society ระบุว่า จีนเป็นผู้บริโภคน้ำมันพืชรายใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นประเทศที่มีการบริโภคน้ำมันปาล์มเป็นอันดับ 3 ของโลก คิดเป็นสัดส่วน 5.36% รองจากอินโดนีเซีย และอินเดีย การบริโภคน้ำมันปาล์มในจีนคิดเป็น 18% ของการบริโภคน้ำมันพืชทั้งหมดในประเทศ

ความต้องการน้ำมันปาล์มของจีนที่เพิ่มขึ้น ไทยมีโอกาสที่จะขยายตลาดส่งออกใหม่ และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดอินเดียที่มีสัดส่วนกว่า 77% ของการส่งออกน้ำมันปาล์มของไทย

ผอ.สนค. กล่าวว่า กลยุทธ์ในการส่งออก ต้องเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์เฉพาะทางเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ น้ำมันออร์แกนิก และผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ตลอดจนผลิตน้ำมันปาล์มสำหรับอุตสาหกรรมเบเกอรีและครีมเทียม รวมถึงผลิตภัณฑ์ปลอดไขมันทรานส์ เพื่อตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพในตลาดจีน ต้องใช้การตลาดเชิงรุก โดยใช้ช่องทางดิจิทัล เช่น Alibaba และ WeChat เพื่อสร้างการรับรู้และตอกย้ำด้านคุณภาพ และเข้าถึงผู้ซื้อในกลุ่ม B2B ในกลุ่มเมืองระดับสองและสาม ใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้า เช่น ข้อตกลง RCEP และ ACFTA เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านราคาและภาษี และสร้างความเชื่อมั่นของสินค้าและยกระดับสู่มาตรฐานยั่งยืนตามมาตรฐาน RSPO เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในคุณภาพของสินค้าน้ำมันปาล์มไทย
         
ด้านนางกุลธิดา บัณฑุรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ  นครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน กล่าวว่า จีนมีแนวโน้มต้องการสินค้าที่มีมาตรฐานสูงและตรวจสอบย้อนกลับได้มากขึ้น ซึ่งน้ำมันปาล์มของไทยถือว่ามีความได้เปรียบคู่แข่งทั้งด้านคุณภาพมาตรฐานและศักยภาพด้านความยั่งยืน รวมถึงผู้ประกอบการไทยยังได้รับประโยชน์จากการลดภาษีภายใต้ RCEP และ FTA อาเซียน-จีน (ACFTA) ที่ช่วยลดต้นทุนการเข้าสู่ตลาดจีน และไทยยังมีโอกาสขยายการผลิตน้ำมันปาล์มสู่สินค้าที่มีมูลค่าสูงขึ้น เช่น น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ น้ำมันออร์แกนิก และผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ที่สอดคล้องกับทิศทางพลังงานสะอาดของจีน และยังสามารถพัฒนาความร่วมมือกับผู้แปรรูปในพื้นที่อุตสาหกรรมสำคัญอย่างกวางตุ้ง เซี่ยงไฮ้ และซานตง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันทางการค้า

สอดคล้องกับ นายอัสนี มาลัมพุช นายกสมาคมโรงกลั่นน้ำมันปาล์ม กล่าวว่า ไทยกำลังพัฒนาบทบาทสู่ผู้ส่งออกน้ำมันปาล์มในตลาดโลก จากเสถียรภาพด้านอุปทานที่มีผลผลิตสม่ำเสมอต่อเนื่อง และพื้นที่ปลูกปาล์มมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ไทยมีผลผลิตสำหรับส่งออกได้เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมา จีนต้องการกระจายแหล่งนำเข้าเพื่อลดความเสี่ยงห่วงโซ่อุปทานและเพิ่มอำนาจต่อรองด้านราคาจากคู่ค้าเดิม และความนิยมซื้อน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์มากกว่าน้ำมันปาล์มดิบยังเป็นโอกาสให้ไทยเพิ่มมูลค่าผลผลิต

นอกจากนี้ ในการพัฒนาสินค้าปาล์มน้ำมัน ไทยควรชูภาพลักษณ์ “Thailand Brand” ที่มีคุณภาพน่าเชื่อถือและใส่ใจสิ่งแวดล้อม รวมถึงพัฒนาพันธุ์ปาล์มที่เหมาะกับประเทศไทย ให้เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตที่เหมาะสม ตลอดจนส่งเสริมการปลูกปาล์มอย่างยั่งยืนตามมาตรฐาน RSPO (Roundtable on Sustainable Palm Oil) ซึ่งเป็นแนวโน้มที่จะตอบโจทย์ตลาดทั่วโลก

อ่านข่าว:

ส่งออกสินค้าเกษตร ปี69 โตพุ่ง พณ ชี้“ข้าว-มันสำปะหลัง”รุ่ง สวนทางปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน

โจทย์ใหญ่ “ทุเรียนไทย” ปี2569  หืดขึ้นคอ คู่แข่งรอบด้าน ราคาไม่ฟื้น

ส่งออกข้าวปี 68 ทะลุเป้า  7.9 ล้านตัน พณ.เร่งรุกตลาดศักยภาพ รักษาตลาดเดิม