ยังมีบ่วงเรื่องเป็น 1 ใน 44 สส.สมัยพรรคก้าวไกล ร่วมลงชื่อหนุนการแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 ด้วย
จึงเชื่อว่านับจากนี้ จะไม่มีเพียง นายศรายุทธิ์ ใจหลัก ที่จะลาออกจากเลขาธิการพรรค หลังจากลืนคำว่า ถ้าไม่ได้ สส. 200 คนจะลาออก เพื่อแสดงความรับผิดชอบ
แต่มีแนวโน้มสูงจะมี นายณัฐพงษ์ แสดงออกถึงความรับผิดชอบไม่ต่างไปจาก นายศรายุทธิ์ อย่างช้าที่สุด ไม่เกินไปกว่าวันประชุมใหญ่พรรค ราวเดือนมีนาคม-เมษายน นี้
ที่ผ่านมา นายณัฐพงษ์ โดนอดีต สส.ในพรรคที่ไม่ได้ไปต่อ น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ ลูกสาว นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ อดีต สส. และเป็นหลาน พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกฯ เล่นแรง ไล่ให้ลาออกจากหัวหน้าพรรค เพราะไม่มีศักยภาพการเป็นผู้นำ
แม้จะไม่ใช่ สส. และอาจไม่ใช่คนในพรรคแล้ว แต่ถือเป็นการเปิดเกมรุกเขย่าและท้าทายผู้บริหารและผู้มีอำนาจในพรรคโดยตรง อย่างปฏิเสธไม่ได้
หลังจากก่อนหน้านี้ อาจจะมีอดีต สส.ในกลุ่มที่ไม่ได้ไปต่อเช่นกัน เพราะไม่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองผู้สมัครของพรรคที่มี 6 คน รวมทั้ง นายณัฐพงษ์ ได้เปิดฉากวิพากษ์วิจารณ์ เรื่องใช้ดุลพินิจและลุแก่อำนาจ ถึงขั้นเปรียบเปรยเป็น "พูลิตบูโร" ( Politburo ) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ทรงอำนาจใน พรรคคอมมิวนิสต์ของจีน
ประกอบกับเมื่อวันที่ 9 ก.พ.2569 ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิด นายณัฐพงษ์ กับอดีต สส.ก้าวไกล 44 คน กรณีลงชื่อสนับสนุนร่างแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 และมีมติให้ส่งเรื่องต่อศาลฎีกา เพื่อพิจารณาวินิจฉัยว่า เป็นการกระทำฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่
กำหนดส่งเรื่องภายใน 30 วัน
แม้ นายณัฐพงษ์ จะเคยให้ความเห็นว่า ตนมีความเสี่ยงในคดีนี้น้อยที่สุด แต่ถึงขณะนี้ ต้องลุ้นว่ากรอบเวลา 30 วันของป.ป.ช. สำหรับการยื่นเรื่องต่อศาลฎีกา กับกรอบเวลาประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส. ของกกต. ไม่เกิน 60 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 อย่างไหนจะได้ข้อสรุปก่อนกัน
หาก กกต.รับรองก่อน เท่ากับ นายณัฐพงษ์ และอดีต สส.รวม 44 คนซึ่งครั้งนี้ ส่วนใหญ่ยังเป็นผู้สมัคร สส.ระบบบัญชีรายชื่อ สส. พรรคประชาชน จะมีสถานภาพเป็น สส. โดยปริยาย
แม้ต่อไป ศาลฎีกาอาจจะรับคำร้องของ ป.ป.ช.ไว้วินิจฉัย แต่ยังมีช่องทางให้ได้ลุ้น คือศาลไม่สั่งยุติการทำหน้าที่ สส. แม้โดยทั่วไป มักจะมีคำสั่งให้หยุดทำหน้าที่ไว้ก่อน จนกว่าศาลจะตัดสิน
ไม่ต่างจากการลุ้นว่า สุดท้ายของการประชุมใหญ่ของพรรค ภายใน 1-2 เดือนข้างหน้า จะได้ข้อสรุปออกมาอย่างไร นายณัฐพงษ์ จะยังได้รับความไว้วางใจให้เป็นหัวหน้าพรรคต่อไปหรือไม่ ทั้งจะทำให้ เขามีโอกาสจะได้เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ หรือไม่
เพราะคำตอบในเรื่องเหล่านี้ จะมีผลต่อโครงสร้างและผู้บริหารพรรคประชาชนอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทั้งอาจจะมีผลต่อ นายพริษฐ์ ด้วยเช่นกัน
แม้กรณีมีเหตุการณ์ในเชิงลบต่อ พรรคประชาชน หรือ นายณัฐพงษ์ ไปต่อไม่ได้ รวมทั้ง น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค แต่พรรคยังมี นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร แคนดิเดตนายกฯ อีกหนึ่งคน และยังเป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 3 ของพรรค
ในฐานะเป็นคนรุ่นแรกที่ร่วมตั้งพรรคกันมา ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ นายวีระยุทธ จึงถือเป็นคนวงในที่สนิทสนมกับผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรค อย่าง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
ขณะที่ นายพริษฐ์ เป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายนชื่อ ลำดับที่ 9 และที่สำคัญ ไม่ใช่กลุ่มคนที่ร่วมบุกเบิกสร้างพรรคมาตั้งแต่แรก
หากแต่เติบโตบนเส้นทางการเมืองจาก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะแกนนำกลุ่มนิวเดม หรือกลุ่มคนรุ่นใหม่ของพรรคปชป.ก่อนเลือกตั้งปี 62
เมื่อแจ้งเกิดเป็น สส.ไม่สำเร็จ จึงลาออก และเดินหน้าเคลื่อนไหวเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชน ก่อนจะถูกทาบทามให้เข้าร่วมงานกับ พรรคก้าวไกล ในการเลือกตั้งปี 66
ก่อนจะกลายเป็นหนึ่งในแกนนำของพรรคในปัจจุบัน และได้รับมอบภารกิจสำคัญ คือขับเคลื่อนเรื่องแก้รัฐธรรมนูญของพรรคค่ายสีส้มมาตลอด
ดังนั้น ขณะที่ พรรคประชาชน อยู่ในระหว่างปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ เพื่อเดินหน้าต่อ นายพริษฐ์ ที่มีชื่อเป็นหนึ่งในแคนดิเดตหัวหน้าพรรคคนใหม่ จะเดินหน้าฝ่าด่านได้หรือไม่ อย่างไร และแค่ไหน
ต้องไม่ลืมว่า อีก 3 ปี นายธนาธร ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณตัวจริงของพรรค จะพ้นโทษแบนทางการเมือง กลับมาโลดแล่นรอบใหม่ได้แล้ว
ประจักษ์ มะวงศ์สา บรรณาธิการอาวุโส
อ่านข่าว
"เพื่อไทย" จ่อยื่นตีความเลือกตั้งโมฆะหรือไม่ เหตุไม่เป็นความลับปมบาร์โค้ด
ส่องเงินเดือน "กกต." 8 ผู้นำหลักรับเดือนละเท่าไร
ภท.ทาบทาม พท.ร่วมรัฐบาล "ประเสริฐ" เผยนัดคุย 14.30 น.










