ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

เพื่อไทย ยุค "ยศชนัน" พรรคต่ำร้อย Let it be

การเมือง
15:08
1,221
เพื่อไทย ยุค "ยศชนัน" พรรคต่ำร้อย Let it be
อ่านให้ฟัง
04:37อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)

"Let it be" ชื่อเพลงสากล ที่นายทักษิณ ชินวัตร สื่อสารกับคนในครอบครัว ที่เข้าไปเยี่ยมที่เรือนจำคลองเปรม หลังพูดคุยและรับทราบผลการเลือกตั้ง ปี 2569 พรรคเพื่อไทยกลายเป็นพรรคต่ำร้อย ทางหนึ่งก็ฟันธงว่า นั่นคือ "วลี-สบถ" แต่อีกทางหนึ่งก็ตั้งคำถามว่า ถอดใจแล้วไหม ว่าแต่จะมีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่

ร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ระบุแล้วว่าเป็นการตัดสินใจร่วมกันในกรรมการบริหารพรรค ซึ่งไม่เพียงแต่จะประเมินจากเสียง "สส." ที่มีอยู่ แต่ยังหมายถึงหลักการ-อุดมการณ์ของพรรค รวมไปถึงความคิดความเห็นและความรู้สึกของมวลชนผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยด้วย โดยย้ำว่าพร้อมจะรับทุกบทบาทตามกลไกรัฐสภา ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ อันดับ 1 ของพรรค

ไม่เพียงแค่บริบทของอาจารย์ยศชนัน แต่ถ้าย้อนกลับทบทวนท่าทีของนายทักษิณ ชินวัตร หรือจะประเมินจากท่าที-แนวทางของแกนนำพรรค ย้ำว่าบางคน ตลอดจนคำพูด คำเปรียบเปรยของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย น่าจะพอเห็นมติกรรมการบริหารพรรคที่จะนำพาพรรคเพื่อไทย เข้าร่วมรัฐบาล ด้วยเหตุผลที่จะขับเคลื่อน-เดินหน้าประเทศ ผ่านโอกาสต่างๆ ในหลายๆ มิติ "ไม่ยาก"

แต่เรื่องยาก สำหรับพรรคเพื่อไทยนับจากนี้ คือการฟื้นพรรคให้กลับมาโตเหมือนเดิม เพราะ "เพื่อไทย" กับการเลือกตั้ง ปี 2569 ในยุคของ "ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์" เดินมาถึงจุดต่ำสุด และกลายเป็นพรรคต่ำร้อย ในรอบเกือบ 30 ปี นับแต่ก่อตั้งพรรคค่ายสีแดงขึ้น แม้จะผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านข้อครหามามากมาย ผ่านการยึดอำนาจมี 2 ครั้ง ผลการเลือกตั้งก็ไม่เคยได้น้อยกว่าร้อยเสียง

เดินทางต่อไปด้วยกัน "ไม่ได้ถอดใจ ไม่มีอะไรต้องเสียใจ เพราะทำดีที่สุดแล้ว" ไม่ปฏิเสธว่าพรรคเพื่อไทย เดินมาถึงจุดต่ำสุด และกลายเป็นพรรคต่ำร้อย แต่จากนี้ไปก็ต้องเดินต่อไปด้วยกัน เพื่อประมวลและประเมินผล ปิดช่องว่างของความผิดพลาด ทำให้ทุกคะแนนเสียงที่ได้รับความไว้วางใจ "ไม่ให้สูญเปล่า" นายยศชนัน เปิดใจ หลังหายไป 3 วัน เพราะป่วยหนัก

สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่เพียง "เพื่อไทย" ไปไม่ถึงฝั่งฝัน 200 เสียงตามเป้า แต่ยังถูกตีป้อมค่ายที่ "เชียงใหม่" ถูกตีเมืองหลวงของคนเสื้อแดง ถูกยึดคืนที่กรุงเทพมหานคร

และย้อนกลับไปในยุค "ไทยรักไทย" หลังก่อตั้งพรรคชนะเลือกตั้ง ปี 2544 มากถึง 248 เสียง และแม้ยุค 2 ของปี 2548 จะอายุสั้น แต่ก็มีเสียงชนะเลือกตั้งมากเป็นประวัติศาสตร์การเมือง 377 เสียง หลังเหตุยึดอำนาจรัฐประหาร การกลับสู่การเลือกตั้ง ในปี 2551 ในยุคที่ผันแปรเป็นพรรคพลังประชาชน ยังชนะเลือกตั้งมากถึง 233 ที่นั่ง

เรียกว่า ผ่านร้อนผ่านหนาว มาสู่ยุคของ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ยังชนะเลือกตั้ง ปี 2554 ด้วยเสียง 265 เสียง หรือแม้แต่อยู่ในยุคของขั้วอำนาจ 3 ป. ที่พรรคเพื่อไทยกลายเป็นพรรคอันดับ 2 ในสนามเลือกตั้ง ปี 2562 ยังมี สส. ถึง 137 เสียง หรือการต้องสู้ศึกเลือกตั้งกับพรรคน้องใหม่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อปี 2566 ก็ยังได้มากถึง 141 เสียง

เมื่อเข้าสู่ยุค "ต่ำร้อย" ทันทีที่รู้ผลเลือกตั้ง ผู้ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย หรือผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทย "ทักษิณ ชินวัตร" ที่อยู่ในเรือนจำคลองเปรม ก็สื่อสารผ่านคนในครอบครัว ด้วยข้อความสั้น ๆ "Let it be" ซึ่งกลายเป็นการตีความกันอยู่ ทางหนึ่งก็ว่าไม่ถอดใจ แต่อีกทางหนึ่งถามใช่สบถไหม?

อ่านข่าว :

จับขั้วไหน "สูตรใหม่" รัฐบาลอนุทิน ชิงพรรคเล็ก "เสริมแกร่ง"

"สุดารัตน์" ลาออกหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย เตรียมลุยงานภาคประชาชนปราบคอร์รัปชัน

"ยศชนัน" โยน กก.บห.เพื่อไทยตัดสินใจร่วม-ไม่ร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย