ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

ครูใหญ่ "นครชัยบุรินทร์" เลือกพรรคร่วมรัฐบาล "กล้าธรรม-ประชาธิปัตย์"

การเมือง
12:59
1,508
ครูใหญ่ "นครชัยบุรินทร์" เลือกพรรคร่วมรัฐบาล "กล้าธรรม-ประชาธิปัตย์"
อ่านให้ฟัง
05:23อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)

คนในพรรคภูมิใจไทย เล่าให้ฟังว่า ความต่างระหว่าง "ประชาธิปัตย์" กับ "กล้าธรรม" คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องรับมือ เรื่องภูมิรัฐศาสตร์การเมือง ที่รัฐบาลต้องกำหนดให้ชัด เพราะปัญหารอบด้าน รอท้าทายอยู่ ไม่ว่าจะในเชิงภาพลักษณ์ หรือประสิทธิภาพ นี่จึงเป็นจังหวะว่า พรรคภูมิใจไทยจะต้องตัดสินใจ ว่าจะเลือกพรรคไหน อย่างไรร่วมรัฐบาลกันแน่

มีอยู่ 2 คำถามในภาวะนี้ คำถามแรก ใครกันแน่ คือคนตัดสินใจเลือกพรรคร่วมรัฐบาล ระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หรือนายเนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย ที่จะเป็นผู้ตัดสินใจ และอีกคำถาม คือ จะเลือกพรรคกล้าธรรม ร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล รวมถึงคำถามว่า ใครจะเป็นคนเจรจา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมโดยตรง

คนในพรรคภูมิใจไทยเล่าให้ฟังว่า มีโรงเรียนการเมือง เรียกกันว่า อีสานใต้ หรือจะเรียกว่า "นครชัยบุรินทร์" โรงเรียนนี้ มีครูใหญ่ที่เกษีณอายุไปแล้ว แต่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของ ผอ. โรงเรียนทุกเรื่อง ย้ำว่า ทุกเรื่อง แม้จะบอกว่า ผอ. มีอำนาจเต็ม และเป็นฝ่ายปฏิบัติ จัดการทุกปัญหาในโรงเรียนก็ตาม

โรงเรียนนี้ ยังมีแผนงาน-โครงการ-เป้าหมายและงบประมาณ ผ่านหมุดหมายที่ต้องมีเสถียรภาพและเอกภาพ แบบ 300 พลัส แต่ปัญหามีอยู่ว่า เปิดเทอมนี้ จะรับ "เด็กดื้อ" หรือจะรับ "เด็กนอก" เพราะต่างก็มีปัญหา ตามมาเหมือนกัน

ทีนี้ก่อนเปิดเทอม เลยต้องกางปัจจัยต่างๆ ออกมา "ชั่งน้ำหนัก" เอาแค่ 4 ข้อ ก็ดูยากที่จะตัดสินใจได้ เด็กดื้อหรือเด็กนอก พอเอาเข้ามาอยู่ในโรงเรียน ยังไงก็ต้องปราบ-ต้องปราม เด็กดื้อมีปมอยู่กับคนในโรงเรียน "ส่งผู้สมัครทับซ้อน" ส่วนเด็กนอกก็เป็นคู่แข่งเลือกตั้งในพื้นที่ "ภาคใต้" คลื่นใต้น้ำในโรงเรียนเต็มไปหมด

ข้อที่ 2 คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม "เด็กดื้อ" โดนทั้งภาวะเฉพาะตัวและภาพลักษณ์ แต่ได้ยินมาว่า ถ้าเป็นผู้นำพรรค หัวหน้าพรรค เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี จะไม่มีปัญหา ส่วน "เด็กนอก" เท่าที่เห็นจากการหาเสียง เปิดตัว ก็มีมือบริหารใช้งานได้หลายคนอยู่ แม้จะต่างกับเด็กดื้อชัด แต่ปัญหากดทับคนในพรรคก็เยอะอยู่

ส่วน "นโยบาย" แนวทางของ "เด็กดื้อกับเด็กนอก" น่าจะพอจูนเข้ากับโรงเรียนได้ อย่างที่ดินทำกิน-สินค้าเกษตร กับ การศึกษา-เศรษฐกิจ-สินค้าเกษตร หรือสุดท้าย อยู่ที่จำนวนเสียง "58 เสียง" กับ "22 เสียง" ก็ดูจะตอบโจทย์ให้เป็น "300 พลัส" ได้ แต่การบริหารจัดการ เมื่อเกิดข้อขัดแย้ง-แตกหัก 58 เสียง อาจคุมยากกว่า 22 เสียงไหม แต่การบริหารจัดการภายในของทั้ง 2 ฝ่ายก็เคยมีปัญหามาทั้งคู่ ดูจะไม่ต่างกัน

เท่าที่คุยกับคนในพรรคภูมิใจไทย เด็กดื้อที่ว่า

1.ลำเส้น ข้อตกลง "ภูมิใจ-ธรรม"

2.เมื่อรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย อยากอยู่ยาว-อยู่นาน ต้องตัดสายล่อฟ้าออกที่อยู่ในตัวเด็กดื้อออก

3.มีคนบอกว่า เกี่ยวข้องกับ ภูมิรัฐศาสตร์ทางการเมือง ที่รัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ต้องไตร่ตรอง-กำหนดกรอบและแนวทางให้ชัด ไม่เช่นกัน เส้นทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยอุปสรรค นี่จึงเป็นที่มาของการบีบพรรคกล้าธรรมเข้าไปอีก

และทั้ง 3 ข้อที่ว่า คือ ที่มาของหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊ก เมื่อค่ำวันที่ 15 ก.พ. ว่า พรรคภูมิใจไทย จะเป็นผู้รับผิดชอบด้าน การบริหารงานความมั่นคง จะด้วยมาตรการทางการทูตและการทหาร และยืนยันที่จะปฏิบัติในทุกรูปแบบและทุกวิธีการ เพื่อรักษาดินแดนและอธิปไตยของชาติ ตลอดจนเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของประเทศไทย การปิดด่านชายแดน การยกเลิก MOU 44

ในขณะเดียวกันก็ระบุว่า พรรคภูมิใจไทย จะเป็นผู้รับผิดชอบงานด้านเศรษฐกิจ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย นำเศรษฐกิจไทยที่ตกอยู่ในหล่มมายาวนาน ขึ้นมาจากหล่มให้ได้ การทำงานด้านเศรษฐกิจ จะต้องทำงานแบบมืออาชีพ เป็นทีมเดียวกัน คือทีมประเทศไทย ที่มีส่วนผสมหลักคือ อนุทิน เอกนิติ ศุภจี สีหศักดิ์ ภูมิใจไทยพูดแล้วทำ ซึ่งทั้ง 2 เรื่องนี้ คือ ภูมิรัฐศาสตร์การเมือง ของรัฐบาลไทย

และล่าสุด ท่าทีของพรรคกล้าธรรม ดูจะอ่อนและยินยอมกว่าเดิมไหม ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ก็บอกเองว่า ยังไม่ตัดพรรคกล้าธรรมออกจากความคิดที่จะร่วมรัฐบาล

วิเคราะห์ : เสาวลักษณ์ วัฒนศิลป์ บรรณาธิการข่าวการเมือง

https://www.youtube.com/watch?v=sPVPE8Nynio

อ่านข่าว :

3 เร่งด่วน "ครม.อนุทิน 2" กับ "ปมการเมือง" ด่วน ที่เร่งเคลียร์

สูตรใหม่รัฐบาลอนุทิน "กล้าธรรม-เพื่อไทย" เงื่อนไข ไร้เงา "ธรรมนัส"

นักวิชาการ ชี้ เกมพลิก "กล้าธรรม" หมอบไพ่ เปิดทางร่วมรัฐบาล