ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

ปปง.ยึดทรัพย์ “ยิมเลียก-เฉินจื้อ” เครือข่ายสแกมเมอร์ 1.3 หมื่นล้าน

อาชญากรรม
11:47
1,221
ปปง.ยึดทรัพย์ “ยิมเลียก-เฉินจื้อ” เครือข่ายสแกมเมอร์ 1.3 หมื่นล้าน
ปปง.ชงอัยการยึดทรัพย์เครือข่าย ยิม เลียก- เบน สมิธ-เฉินจื้อ และก๊กอาน 4รายคดี มูลค่ากว่า 1.3 หมื่นล้านบาท แจ้งข้อหาค้ามนุษย์ ฟอกเงินสกุลดิจิทัล ลวงเทรดหุ้น และสแกมเมอร์

วันนี้ (17 ก.พ.2569) นายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และโฆษกประจำสำนักงาน ปปง. เปิดเผยว่า ตามที่ คณะกรรมการธุรกรรม ได้มีมติในการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 2/2569 เมื่อ 11 ก.พ.2569 ให้สำนักงาน ปปง. ดำเนินการส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน

ล่าสุด นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. มอบหมายให้ นายกมมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการ ปปง. และคณะพนักงานเจ้าหน้าที่ สำนักงาน ปปง. เป็นผู้แทนในการส่งมอบสำนวนให้ นางเยาวลักษณ์ นนทแก้ว อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อพิจารณายื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ที่ห้องพิพิธภัณฑ์อัยการไทย ชั้น 11 สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ

เนื่องจากพิจารณาคำขอเพิกถอนการยึดและอายัดทรัพย์สินชั่วคราวของผู้มีส่วนได้เสียแล้ว ไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่าทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดไว้ชั่วคราวนั้น มิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ในคดีสำคัญ 4 รายคดี รวมมูลค่า ประมาณ 13,074 ล้านบาท ดังนี้

1.รายคดี น.ส.แตงไทย กรณี นายยิม เลียก, นางวิรินยา ยิมจ์ (ภรรยานายยิม), นายเบน สมิธ และน.ส.แคทรียา บีเวอร์ (ภรรยานายเบน) กับพวก หลอกลวงผู้เสียหาย มีข้อมูลเชื่อมโยง นายยิม และพบข้อมูลการทำธุรกรรม เชื่อมโยงไปยังนายเบน ซึ่งมีพฤติการณ์กระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน โดยส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สิน ตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 68 รายการ (ย.300 – 302/2568 และ ย.305/2568 เช่น ที่ดิน ห้องชุด รถยนต์ เรือยอชท์ และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 12,123 ล้านบาท

2.รายคดี นายเฉิน จื้อ กับพวก สำนักงาน ปปง. ตรวจสอบพบข้อมูลเครือข่ายการฉ้อโกงออนไลน์ การค้ามนุษย์ และการฟอกเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัล เชื่อมโยง นายเฉิน ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Group ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจข้ามชาติในประเทศกัมพูชา โดยส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 96 รายการ (ย.293/2568 เช่น ที่ดิน เงินสด สินค้าแบรนด์เนม และเครื่องประดับ) รวมมูลค่าประมาณ 345 ล้านบาท

3.รายคดี นายก๊ก อาน กับพวก สืบเนื่องจากกรณีการจับกุมผู้กระทำความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและฟอกเงิน โดยส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 89 รายการ (ย.297/2568 เช่น ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 560 ล้านบาท

4.รายคดี นายเอื้ออังกูร สันติรักษ์โยธิน กับพวก กรณี กลุ่มมิจฉาชีพชักชวนให้ประชาชนลงทุนเทรดหุ้น ผ่านกลุ่มไลน์ โดยส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 31 รายการ (ย.296/2568 เช่น เงินสด และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 46 ล้านบาท

สำหรับผู้เสียหายที่มีคดีตามความผิดมูลฐาน ปปง. จะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน และส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลนำเงินหรือทรัพย์สินในรายคดีดังกล่าว มาคืนหรือชดใช้คืนให้แก่ผู้เสียหายแทนการสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดินต่อไป

อ่านข่าว

สภาพอากาศวันนี้ ไทยตอนบน อากาศเย็นหมอกช่วงเช้า ใต้ฝนเพิ่มคลื่นสูง

ค้นวัด ขุดสุสาน "สัปเหร่อดัง" เจอเด็กทารก 2 ศพ

ทร.เร่งตรวจสอบ "เรือประมงไทย" ลักลอบขนสินค้าไปกัมพูชา ฝ่าฝืนกฎอัยการศึก