ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

กต.แถลง 6 ประเด็น ไทย-กัมพูชา กลไกทวิภาคีเดินหน้า หลังตั้งรัฐบาลชุดใหม่

ต่างประเทศ
17:35
1,195
กต.แถลง 6 ประเด็น ไทย-กัมพูชา กลไกทวิภาคีเดินหน้า หลังตั้งรัฐบาลชุดใหม่
กต. แถลง 6 ประเด็น พัฒนาการไทย-กัมพูชา ชี้กลไกทวิภาคีเดินหน้าอีกครั้ง หลังจากการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ย้ำการดำเนินการต่าง ๆ ในพื้นที่ชายแดนสอดคล้องกับปฏิญญาสันติภาพกัวลาลัมเปอร์

วันนี้ (18 ก.พ.2569) นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวประจำสัปดาห์ เกี่ยวกับพัฒนาการสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา แบ่งเป็น 6 ประเด็น กล่าวคือ ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ภาพรวมสถานการณ์ชายแดนมีความสงบเรียบร้อย ประชาชนในพื้นที่แนวชายแดนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยไทยเคารพและปฏิบัติตามปฏิญญาสันติภาพกัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2025 ที่มีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เป็นผู้ไกล่เกลี่ย โดยเคร่งครัด

ขณะที่สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา มีพัฒนาการใน 6 ประเด็น คือ

1.ภายหลังการลงนามถ้อยแถลงร่วมระหว่างไทยกับกัมพูชา (Joint Statement) ซึ่งนำมาสู่การหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ชายแดนในภาพรวมมีความสงบ ประชาชนในพื้นที่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไทยเคารพและปฏิบัติตาม Joint Statement อย่างเคร่งครัด และจากการพบปะพูดคุยกับประเทศต่าง ๆ ทุกประเทศล้วนยินดีต่อการบรรลุข้อตกลงหยุดยิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำให้การหยุดยิงมีความยั่งยืน และสนับสนุนให้ไทยและกัมพูชาเดินหน้าปรึกษาหารือเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ กันโดยตรง

2. กลไกทวิภาคีต่าง ๆ สามารถเดินหน้าได้ ดังนี้ รมว.ต่างประเทศของไทย ติดต่อสื่อสารกับนายปรัก สุคน รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศของกัมพูชา อย่างสม่ำเสมอ ในส่วนของฝ่ายทหาร มีช่องทางการสื่อสารทั้งในระดับสูงระหว่างรมว.กลาโหมและผบ.สส.ของ 2 ประเทศ และในระดับพื้นที่ชายแดน ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของ Joint Statement ช่องทางการประสานงานเหล่านี้มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการแก้ไขปัญหาฉุกเฉิน ตรวจสอบข้อเท็จจริง และแจ้งความห่วงใย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดระหว่างกัน ดังเห็นได้จากการที่ 2 ฝ่ายสามารถบริหารจัดการเหตุการณ์ตามแนวชายแดนที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

ในช่วงที่ผ่านมา มีการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ใน 3 พื้นที่ ซึ่งเป็นโอกาสให้หน่วยทหารที่อยู่บริเวณชายแดนของทั้ง 2 ฝ่ายปรึกษาหารือกันในเชิงลึกเกี่ยวกับการบริหารจัดการพื้นที่ให้การหยุดยิงมีความยั่งยืน แม้ทั้ง 2 ฝ่ายจะยังไม่สามารถได้ข้อสรุปเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการประชุมฯ แต่ก็ถือว่าเป็นพัฒนาการที่สำคัญที่ได้พบกันและยืนยันที่จะร่วมกันเจรจาหาข้อสรุปต่อไป ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการเจรจาในเรื่องที่ละเอียดอ่อนที่จะต้องใช้เวลา บางครั้งไม่สามารถหาข้อสรุปกันได้ภายในครั้งเดียว

สำหรับประเด็นเกี่ยวกับเรื่องเขตแดนทางบกระหว่างไทยกับกัมพูชา กลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ JBC จะเดินหน้าอีกครั้งหลังจากการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ของไทย

3. ไทยยังเดินหน้าต่อไปในประเด็นที่พบการกระทำที่เข้าข่ายขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ เช่น เรื่องการที่กัมพูชาใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ซึ่งไทยมีพันธกรณีต้องรายงานและดำเนินการในกรอบอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (อนุสัญญาออตตาวา) ต่อไป ในฐานะที่ไทยเป็นรัฐภาคีที่มีความรับผิดชอบต่ออนุสัญญาดังกล่าว

4. ไทยประสงค์จะเห็นการหยุดยิงมีความยั่งยืน ไทยและกัมพูชาจึงจำเป็นต้องร่วมมือกันอย่างจริงจังเพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการฟื้นฟูความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งรัฐบาลชุดใหม่จะพิจารณาแนวทาง (way forward) ฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศต่อไป

ในประเด็นนี้ ฝ่ายไทยมีความกังวลที่ฝ่ายกัมพูชายังคงกระทำการยั่วยุ โดยเฉพาะนำเสนอข้อมูลบิดเบือน กล่าวหาไทยและปล่อยข่าวเท็จกับประชาคมระหว่างประเทศและองค์กรระหว่างประเทศต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบการออกข่าวสารนิเทศและแถลงการณ์ และการกล่าวถ้อยแถลงในเวทีการประชุมระหว่างประเทศ เช่น UNESCO OIF และ AMM Retreat ซึ่งไทยก็ติดตาม ตอบโต้ และชี้แจงข้อเท็จจริงมาโดยตลอด และในทุกเวที รวมถึงในกรอบ UNESCO การกระทำเหล่านี้ของกัมพูชาไม่สอดคล้องกับสิ่งที่ตกลงกันใน Joint Statement เป็นการลดทอนความพยายามเดินหน้าต่อไปของทั้ง 2 ฝ่ายและไม่เอื้อต่อความพยายามที่จะสร้างบรรยากาศที่ดีขึ้น

ฝ่ายไทยจึงเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากช่องทางการประสานงานระหว่างศูนย์ข่าวสารของทั้ง 2 ฝ่ายที่เป็นจุดประสานหลักในการแก้ไขปัญหาข่าวปลอม ตามที่ตกลงกันใน Joint Statement ซึ่งจะเป็นแนวทางที่สร้างสรรค์มากกว่า นอกจากนี้ ฝ่ายไทยเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชากำกับดูแลกำลังพลบริเวณชายแดนอย่างเข้มงวดมิให้กระทำการยั่วยุต่าง ๆ ซึ่งขัดกับเจตนารมณ์ของการหยุดยิง โดยที่ผ่านมา ฝ่ายไทยใช้ความอดกลั้นและยึดถือสันติวิธีอย่างเคร่งครัด

5. สิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดเสมอมา คือ ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนไทย รัฐบาลพร้อมที่จะปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของไทยอย่างเต็มที่ โดยในด้านการทูต กระทรวงการต่างประเทศได้เดินหน้าชี้แจงข้อเท็จจริงต่าง ๆ เพื่อให้ประชาคมระหว่างประเทศได้รับข้อมูลที่ถูกต้องอย่างต่อเนื่องในทุกเวที โดยเฉพาะข้อเท็จจริงว่าการดำเนินการต่าง ๆ ของไทยในพื้นที่ชายแดนสอดคล้องกับ Joint Statement

โดยสัปดาห์นี้ คณะเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) จะลงพื้นที่จังหวัดชายแดนเพื่อสำรวจผลกระทบด้านมนุษยธรรมจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นครั้งที่ 3 ซึ่งสะท้อนถึงความโปร่งใสและความมุ่งมั่นของไทยในการปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และในสัปดาห์หน้า รมว.ต่างประเทศจะเดินทางไปเข้าร่วมการประชุม คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (HRC) ที่นครเจนีวา และจะได้มีโอกาสพบกับหน่วยงานต่าง ๆ ของสหประชาชาติ

โดยจะใช้โอกาสนี้ชี้แจงให้นานาประเทศมั่นใจถึงความมุ่งมั่นของไทยในการปฏิบัติตาม Joint Statement และการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธีผ่านกลไกทวิภาคี ที่ตั้งมั่นอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงกฎหมายสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

ประเด็นสุดท้าย รัฐบาลไทยมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าจับมือกับนานาชาติ เพื่อปราบปรามเครือข่ายออนไลน์สแกมซึ่งเป็นภัยคุกคามระดับโลกอย่างเต็มที่ ทั้งในระดับทวิภาคี อาเซียน และระดับโลก โดยในระดับทวิภาคี ไทยต้องการร่วมมือกับกัมพูชาในการปราบปรามขบวนการอาชญากรรมนี้อย่างเด็ดขาด เพราะได้สร้างความเสียหายให้กับประชาชนไทยอย่างมาก และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า กัมพูชาจะให้ความร่วมมือกับไทยอย่างเต็มที่และเป็นรูปธรรมมากขึ้นในเรื่องนี้ ตามที่รัฐบาลกัมพูชาได้แถลงเจตนารมณ์ต่อสาธารณะ

อ่านข่าว

ลุ้น "เสือณเดช" จับคู่ "เสือโคร่งสาวตัวใหม่" ผืนป่าแก่งกระจาน

ฮุน มาเนต หวังสหรัฐฯ ช่วยคลี่คลายขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา

ตัดสายสัมพันธ์แม่-ลูก ผ่าพิธีกรรม "สัปเหร่อ" ฝังเด็กในสุสาน