วันนี้ (25 ก.พ.2569) น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาตรการกำกับดูแลการซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ชำระเป็นเงินบาท เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการทำธุรกรรมมูลค่าสูง ยกระดับความโปร่งใส และลดผลกระทบต่อเสถียรภาพค่าเงินบาท โดยมาตรการจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.2569
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มาตรการสำคัญประกอบด้วย
1. กำหนดวงเงินซื้อหรือขายทองคำไม่เกินด้านละ 50 ล้านบาทต่อคนต่อแพลตฟอร์ม สำหรับแพลตฟอร์มที่ชำระเป็นสกุลเงินบาทเท่านั้น (ไม่ครอบคลุมการซื้อขายที่ชำระเป็นดอลลาร์สหรัฐ ร้านทองทั่วไป แพลตฟอร์มออมทองที่ไม่สามารถขายได้ และการซื้อขายในตลาดสัญญาล่วงหน้า)
ทั้งนี้ ผู้ที่ถือทองคำมูลค่าเกิน 50 ล้านบาท ณ สิ้นวันที่ 30 ม.ค.2569 สามารถขายทองคำตามจำนวนที่มีอยู่เดิมได้โดยไม่จำกัดระยะเวลา
2. เพิ่มเงื่อนไขการซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์ม (ทั้งเงินบาทและดอลลาร์สหรัฐ) ได้แก่
– ห้ามใช้บัญชีผู้อื่นรับ-จ่ายเงินแทน
– ต้องชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น
– ต้องชำระเงินเต็มจำนวน ห้ามรับ-จ่ายเฉพาะส่วนต่าง (net settlement)
– ต้องรับมอบทองคำด้วยตนเอง
– การขายทองคำต้องมีทองคำอยู่ในระบบและชำระเงินครบถ้วนแล้ว (ห้าม short sell)
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุเพิ่มเติมว่า มาตรการดังกล่าวมุ่งลดความผันผวนของค่าเงินบาท และยกระดับมาตรฐานการซื้อขายทองคำ โดยการกำหนดวงเงินจะบังคับใช้กับลูกค้าทั่วไปเท่านั้น ไม่ครอบคลุมผู้ประกอบธุรกิจทองคำหรือผู้ผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้อง ซึ่งลูกค้าทั่วไปที่ซื้อขายไม่เกิน 50 ล้านบาท จะไม่ได้รับผลกระทบ
“รัฐบาลสนับสนุนแนวทางของ ธปท. ในการยกระดับความโปร่งใสของธุรกรรมการเงิน และดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจภาพรวม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบการเงินของประเทศในระยะยาว” น.ส.ลลิดา กล่าว
อ่านข่าว :
กรมศิลป์ รับมอบโบราณวัตถุ 53 ชิ้น ตามพินัยกรรมอดีตทหารสหรัฐฯ
นักวิชาการพบ "สารหนู" ในกลุ่มตัวอย่างคนริมน้ำกก หลังตรวจเล็บ-เส้นผม
PETA ประณาม "พันช์คุง" ถูกรังแก เรียกร้องย้ายไปศูนย์ดูแลธรรมชาติ
