ปปง.ยึดทรัพย์ "ชนนพัฒฐ์" เพิ่ม 12 ล้าน กลุ่มหุ้น-เงินฝาก โยงคดีเว็บพนัน

อาชญากรรม
18:08
จำนวนผู้ชม 982
ปปง.ยึดทรัพย์ "ชนนพัฒฐ์" เพิ่ม 12 ล้าน กลุ่มหุ้น-เงินฝาก โยงคดีเว็บพนัน
มติ ปปง. ยึดและอายัดทรัพย์สินคดียาเสพติด การฉ้อโกงประชาชน รวมจำนวน 2,027 รายการ 62 รายคดี มูลค่าทรัพย์สินกว่า 1,035 ล้านบาท ขณะที่เป็นทรัพย์สินเกี่ยวข้องกับ "ชนนพัฒฐ์" สส.สงขลา เขต 4 พรรคกล้าธรรม กับพวก ยึดเพิ่ม 12 ล้านบาท จากเดิม 158 ล้านบาท

วันนี้ (11 มี.ค.2568) นายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง. และโฆษกประจำสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 3/2569 ซึ่งมีนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง.เป็นกรรมการ และเลขานุการ

โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด การฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และการพนัน ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความผิดมูลฐานอื่นๆ สรุปผลการดำเนินการ ที่น่าสนใจ ดังนี้

1. ยึดและอายัดทรัพย์สิน จำนวน 34 รายคดี ทรัพย์สิน 808 รายการ พร้อมดอกผล มูลค่าประมาณ 303 ล้านบาท โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้

1.1 รายคดี กลุ่มบุคคลที่ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง รายนายชนนพัฒฐ์ กับพวก โดยมีทรัพย์สินที่คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งยึดและอายัดไว้แล้วมูลค่าประมาณ 158 ล้านบาท (คำสั่ง ย.286/2568)

ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง ตามคดีหมายเลขดำที่ ฟ 16/2569 ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด (เพิ่มเติม) จำนวน 12 รายการ (เช่น หุ้นในบริษัทจำกัด และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 12 ล้านบาท (คำสั่ง ย.81/2569)

1.2 รายคดี นายเอื้ออังกูร กับพวก กรณีกลุ่มมิจฉาชีพชักชวนให้ประชาชนลงทุนเทรดหุ้นผ่านกลุ่มไลน์ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน ความผิดเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกอั้งยี่ฯ และความผิดฐานฟอกเงิน โดยจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่ามีการนำเงินที่ได้จากการหลอกลงทุน โอนผ่านบัญชีม้าบุคคล และนิติบุคคล ก่อนเปลี่ยนแปลงเป็นเหรียญสกุลเงินดิจิทัล (USDT)

จากนั้นได้มีการโอนเหรียญออกไปยังกระเป๋าดิจิทัล มูลค่าหลายพันล้านบาท ก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงเป็นเงินฝากในบัญชีและถอนเป็นเงินสด ก่อนนำเงินสดดังกล่าวออกนอกประเทศไทยผ่านด่านชายแดน ไทย-กัมพูชา และด่านชายแดน ไทย-พม่า กรณีดังกล่าว คณะกรรมการธุรกรรมได้เคยมีคำสั่งยึดและอายัดไว้แล้วมูลค่าประมาณ 46 ล้านบาท (คำสั่ง ย.296/2568) ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง ตามคดีหมายเลขดำที่ ฟ 20/2569 ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับ การกระทำความผิด (เพิ่มเติม) จำนวน 211 รายการ (เช่น รถยนต์ สินทรัพย์ดิจิตอล และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 145 ล้านบาท (คำสั่ง ย.78/2569)

1.3 รายคดี กลุ่มบุคคลที่ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ฯ นายกวินท์ กับพวก ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สิน ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด (เพิ่มเติม) จำนวน 11 รายการ (เช่น ห้องชุด ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 7 ล้านบาท (คำสั่ง ย.83/2569)

1.4 รายคดี นายกฤษฎา กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด (เพิ่มเติม) จำนวน 14 รายการ (ที่ดิน) รวมมูลค่าประมาณ 27 ล้านบาท (คำสั่ง ย.84/2569)

1.5 รายคดี นายกฤตภพ กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด (เพิ่มเติม) จำนวน 169 รายการ (เช่น หุ้น สิทธิเรียกร้องในกรมธรรม์ประกันชีวิต และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 43 ล้านบาท (คำสั่ง ย.54/2569)

1.6 รายคดี กลุ่มบุคคลที่ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ นายทวีศักดิ์ กับพวก ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 49 รายการ (เช่น เครื่องประดับ สินค้าแบรนด์เนม รถยนต์ ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 28 ล้านบาท (คำสั่ง ย.70/2569)

2. ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้อง ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 17 รายคดี ทรัพย์สินกว่า 953 รายการ มูลค่าประมาณ 310 ล้านบาท เนื่องจากพิจารณาคำขอเพิกถอน การยึดและอายัดทรัพย์สินของผู้มีส่วนได้เสียแล้ว ไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่าทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดไว้ชั่วคราวนั้น มิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้

2.1 รายคดี พระราชวิสุทธิประชานาถ หรือนายอลงกต กับพวก กรณีอดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ กับพวก กระทำความผิดเกี่ยวกับการเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตฯ และความผิดฐานฟอกเงิน โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 20 รายการ (เช่น เงินสด ยานพาหนะ สินค้าแบรนด์เนม ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 60 ล้านบาท (คำสั่ง ย.6/2569)

2.2 รายคดี นายฉัตรชัย กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 378 รายการ (เช่น เงินสด ยานพาหนะ สินค้าแบรนด์เนม วัตถุมงคล ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 78 ล้านบาท (คำสั่ง ย.1/2569)

2.3 รายคดีนายไมตรี กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และความผิดฐานฟอกเงิน มีการขยายผลออกหมายจับผู้กระทำความผิด เชื่อมโยงการทำธุรกรรมกับบัญชีเงินฝากธนาคารของนิติบุคคลหลายบริษัท ที่จดทะเบียนที่ตั้งแห่งเดียวกัน ซื่งเชื่อว่าเป็นพฤติการณ์ของกลุ่มนักค้ายาเสพติดที่อาศัยนิติบุคคลในการฟอกเงิน โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 26 รายการ (เช่น เงินในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 19 ล้านบาท (คำสั่ง ย.303 -304/2568)

2.4 รายคดีนางสุพิชฌาย์ กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เชื่อมโยงกับกรณีพฤติการณ์กระทำความผิดของนายธนวันต์ หรือ หมอดูตี่ลี่ ฮวงจุ้ย อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และความผิดฐานฟอกเงิน โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 362 รายการ (เช่น เครื่องประดับ วัตถุมงคล สินค้าแบรนด์แนม ยานพาหนะ ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 131 ล้านบาท (คำสั่ง ย.7/2569)

อนึ่ง ในคดีความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน หรือการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระหรือความผิด ที่มีผู้เสียหาย นั้น สำนักงาน ปปง. อยู่ระหว่างรวบรวมข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย โดยให้บุคคลที่ได้รับความเสียหายในรายคดีที่เกี่ยวข้องสามารถยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานแสดงรายละเอียด แห่งความเสียหายและจำนวนความเสียหาย ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

จากนั้น สำนักงาน ปปง. จะตรวจสอบและรวบรวมรายชื่อผู้เสียหายและจำนวนความเสียหาย เพื่อพิจารณาก่อนส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้อง ขอต่อศาลแพ่งให้มีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนให้กับผู้เสียหายตามสัดส่วนความเสียหายแทนการสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินต่อไป โดยผู้เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบข้อมูลได้จากเว็บไชต์สำนักงาน ปปง. (www.amlo.go.th)

3. ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (คุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย) จำนวน 11 รายคดี ทรัพย์สิน 266 รายการ มูลค่าประมาณ 422 ล้านบาท ในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน หรือการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้

3.1 รายคดี นายเฉลิมชัย กับพวก กรณีการหลอกลวงลงทุนซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราอันเป็นความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน และการฉ้อโกง อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบ ให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (กรณีคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายจำนวน 3 ราย) ซึ่งเป็นการดำเนินการกับทรัพย์สิน 102 รายการ มูลค่าประมาณ 19 ล้านบาท (คำสั่ง ย.55/2568)

3.2 รายคดี น.ส.พิมภาดา กับพวก กรณีพฤติการณ์ขบวนการแก๊งคอลเซนเตอร์อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ หลอกลวงผู้เสียหายว่ามีพัสดุตกค้างผิดกฎหมายและให้โอนเงิน ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน และความผิดเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมฯ

ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (กรณีคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายจำนวน 3 ราย) ซึ่งเป็นการดำเนินการกับทรัพย์สิน 32 รายการ มูลค่าประมาณ 77 ล้านบาท (คำสั่ง ย.196/2568)

3.3 รายคดี MR.ZHENG กับพวก กรณีขบวนการแก๊งคอลเซนเตอร์อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลอกลวงเหยื่อ ซ้ำเติมผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวง และหลอกลวงในรูปแบบต่างๆ ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (กรณีคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายจำนวน 17 ราย) ซึ่งเป็นการดำเนินการกับทรัพย์สิน 53 รายการ มูลค่าประมาณ 38 ล้านบาท (คำสั่ง ย.224/2568)

3.4 รายคดี บริษัท เดอะ นิว คอนเซปท์ฯ กับพวก กรณีชักชวนให้ซื้อห้องชุดโครงการต่าง ๆ และมีการจ่ายผลตอบแทนหมุนเวียน อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (กรณีคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายจำนวน 429 ราย) ซึ่งเป็นการดำเนินการกับทรัพย์สิน 9 รายการ มูลค่าประมาณ 213 ล้านบาท (คำสั่ง ย.226/2568)

อนึ่ง กรณีที่เป็นข่าวเกี่ยวกับประเทศสิงคโปร์อายัดทรัพย์กองทุน CIA นั้น สำนักงาน ปปง.

ขอเรียนว่า การดำเนินการกับทรัพย์สินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินนั้น จะต้องมีพยานหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิดมูลฐานและทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดมูลฐานนั้นด้วย โดยสำนักงาน ปปง.

ได้ประสานขอข้อมูลพยานหลักฐานดังกล่าวจากหน่วยงานภายในประเทศ เช่น สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งประสานขอข้อมูลจากประเทศสิงคโปร์ ซึ่งหากสำนักงาน ปปง. ได้รับพยานหลักฐานตามที่ร้องขอแล้ว ก็จะได้พิจารณาดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป

อ่านข่าว :

"อัจฉริยะ" ส่งหลักฐานการเงินคดี "ชนนพัฒฐ์" ให้ "ปปง." เพิ่ม

"ดีเอสไอ" แถลงจับแอดมินเว็บพนัน โยง "ชนนพัฒฐ์" ออกหมายเรียกให้ปากคำ 12 มี.ค.นี้

ประวัติ ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา 2 สมัย