วันนี้ (14 มี.ค.2569) ศูนย์สำรวจความคิดเห็นสถาบันพระปกเกล้า (KPI Poll) สำรวจความคิดเห็นเรื่อง "ทัศนะประชาชนต่อสถานการณ์การเมืองและภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาลใหม่" ระหว่างวันที่ 27 ก.พ.-2 มี.ค.2569 กลุ่มเป้าหมาย ตอบคำถามที่ว่า "หากเกิดกรณีสุดวิสัยเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ ท่านรับได้หรือไม่" กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ ร้อยละ 74.4 ระบุว่า รับได้ ขณะที่ ร้อยละ 25.6 ระบุว่า รับไม่ได้
เมื่อถามว่า หากเกิดกรณีสุดวิสัย เกิดอุบัติเหตุทางการเมือง ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ ท่านรับได้หรือไม่ กรุงเทพมหานคร มีผู้ตอบว่า รับได้ ร้อยละ 66.3 ขณะที่ ร้อยละ 33.7 ระบุว่า รับไม่ได้ ภาคกลาง มีผู้ตอบว่า รับได้ ร้อยละ 43.7 ร้อยละ 56.3 ระบุว่า รับไม่ได้ ภาคตะวันออก มีผู้ตอบว่า รับได้ ร้อยละ 64.4 รับไม่ได้ ร้อยละ 35.6
ส่วนภูมิภาคที่มีสัดส่วนผู้ตอบว่า รับได้ ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 72.2 ขณะที่ร้อยละ 27.8 ระบุว่า รับไม่ได้ ตามด้วยภาคเหนือ มีผู้ตอบว่า รับได้ ร้อยละ 68.0 และ รับไม่ได้ ร้อยละ 32.0 และภาคใต้ มีผู้ตอบว่า รับได้ สูงที่สุดที่ร้อยละ 75.7 ขณะที่ร้อยละ 24.3 ระบุว่า รับไม่ได้
เมื่อถามว่า ท่านอยากให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ เร่งแก้ไขปัญหาใดมากที่สุด พบว่า ผู้ตอบส่วนใหญ่ร้อยละ 25.8 ระบุว่า แก้ปัญหาเศรษฐกิจระยะสั้นและเพิ่มรายได้ของประชาชน รองลงมาร้อยละ 21.7 ระบุว่า แก้ปัญหาเศรษฐกิจระยะยาวและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ร้อยละ 16.4 ระบุว่า ความมั่นคง ชายแดน และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และร้อยละ 14.9 ระบุว่า แก้ปัญหาความปลอดภัยและอาชญากรรม (เช่น ยาเสพติด สแกมเมอร์ การพนันออนไลน์) ขณะที่ร้อยละ 11.1 ระบุว่า ปฏิรูประบบราชการและจัดการกับปัญหาคอร์รัปชัน และร้อยละ 10.1 ระบุว่า แก้ปัญหาทางการเมือง เช่น แก้รัฐธรรมนูญ ตามผลของการลงประชามติ
เมื่อพิจารณาตามช่วงอายุ ในคำถาม "ท่านอยากให้ ครม. ชุดใหม่ เร่งแก้ไขปัญหาใดมากที่สุด" พบว่า
กลุ่มอายุ 18–27 ปี ผู้ตอบเลือก
- แก้ปัญหาเศรษฐกิจระยะยาวและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ร้อยละ 22.9
- แก้ปัญหาเศรษฐกิจระยะสั้นและเพิ่มรายได้ของประชาชน ร้อยละ 21.1
- แก้ปัญหาความปลอดภัยและอาชญากรรม (เช่น ยาเสพติด สแกมเมอร์ การพนันออนไลน์) ร้อยละ 17.6
- ความมั่นคง ชายแดน และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ร้อยละ 15.2
- แก้ปัญหาทางการเมือง เช่น แก้รัฐธรรมนูญ ตามผลของการลงประชามติ ร้อยละ 12.2
- ปฏิรูประบบราชการและจัดการกับปัญหาคอร์รัปชัน ร้อยละ 11.0
ขณะที่กลุ่มอายุ 28–43 ปี ผู้ตอบเลือก
- แก้ปัญหาเศรษฐกิจระยะสั้นและเพิ่มรายได้ของประชาชน สูงสุดที่ร้อยละ 25.3
- แก้ปัญหาเศรษฐกิจระยะยาวและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ร้อยละ 20.9
- ความมั่นคง ชายแดน และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ร้อยละ 19.1
- แก้ปัญหาทางการเมือง เช่น แก้รัฐธรรมนูญ ตามผลของการลงประชามติ ร้อยละ 11.7
- ปฏิรูประบบราชการและจัดการกับปัญหาคอร์รัปชัน ร้อยละ 11.7
- แก้ปัญหาความปลอดภัยและอาชญากรรม (เช่น ยาเสพติด สแกมเมอร์ การพนันออนไลน์) ร้อยละ 11.3
กลุ่มอายุ 44–59 ปี ผู้ตอบเลือก
- แก้ปัญหาเศรษฐกิจระยะสั้นและเพิ่มรายได้ของประชาชน สูงสุดที่ร้อยละ 28.2
- แก้ปัญหาเศรษฐกิจระยะยาวและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ร้อยละ 23.4
- ความมั่นคง ชายแดน และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ร้อยละ 15.9
- แก้ปัญหาความปลอดภัยและอาชญากรรม (เช่น ยาเสพติด สแกมเมอร์ การพนันออนไลน์) ร้อยละ 14.6
- ปฏิรูประบบราชการและจัดการกับปัญหาคอร์รัปชัน ร้อยละ 9.7
- แก้ปัญหาทางการเมือง เช่น แก้รัฐธรรมนูญ ตามผลของการลงประชามติ ร้อยละ 8.2
กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้ตอบเลือก
- แก้ปัญหาเศรษฐกิจระยะสั้นและเพิ่มรายได้ของประชาชน ร้อยละ 27.2
- แก้ปัญหาเศรษฐกิจระยะยาวและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ร้อยละ 19.2
- แก้ปัญหาความปลอดภัยและอาชญากรรม (เช่น ยาเสพติด สแกมเมอร์ การพนันออนไลน์) ร้อยละ 18.5
- ปฏิรูประบบราชการและจัดการกับปัญหาคอร์รัปชัน ร้อยละ 12.5
- ความมั่นคง ชายแดน และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ร้อยละ 14.1
- แก้ปัญหาทางการเมือง เช่น แก้รัฐธรรมนูญ ตามผลของการลงประชามติ ร้อยละ 8.5
อ่านข่าว :
อนุฯ กกต.มีมติ 5:2 ข้อกล่าวหาคดีฮั้ว สว. 229 คน ไม่มีมูลความผิด
มติผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย "บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด" บัตรเลือกตั้ง
