เมื่อวันที่ 13 มี.ค.2569 สำนักข่าวต่างประเทศ ทั้ง South China Morning Post และสถานีโทรทัศน์ Channel NewsAsia (CNA) เผยแพร่คลิปวิดีโอสั้นขณะผู้ประกาศข่าว รายการ "วันใหม่ ไทยพีบีเอส" ถอดสูทรายงานข่าว โดยระบุว่า เป็นการขานรับนโยบายรัฐบาล ที่ขอความร่วมมือหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ ดำเนินมาตรการประหยัดพลังงานและลดการใช้ไฟฟ้า รับมือผลกระทบด้านพลังจากสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง
ขณะที่ สำนักข่าวรอยเตอร์ส ได้นำเสนอข่าวการปรับตัวของไทยพีบีเอสด้วยเช่นกัน โดยระบุว่า มาตรการนี้สอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาลไทย การที่ไทยพีบีเอสปฏิบัติให้เห็นผ่านหน้าจอ จึงเป็นการยืนยันว่าหน่วยงานระดับประเทศพร้อมปรับเปลี่ยน เพื่อรักษาความมั่นคงทางพลังงานของชาติอย่างจริงจัง
นอกจากนี้ยังมี spiegel.de เว็บไซต์ข่าวออนไลน์ภาษาเยอรมันที่ได้รับความนิยมและมีความน่าเชื่อถือสูงมากในประเทศเยอรมนี รายงานว่า เป็นความเคลื่อนไหวที่น่านับถือ เมื่อผู้ประกาศข่าวไทยพีบีเอสสลัดสูทออก "สดๆ หน้ากล้อง" เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่ามาตรการประหยัดพลังงานของรัฐบาลไม่ใช่เพียงแค่คำสั่งในหน้ากระดาษ แต่สามารถทำได้จริงในทางปฏิบัติ
spiegel.de เว็บไซต์ข่าวออนไลน์ภาษาเยอรมัน
ส่วนสำนักข่าว Le Parisien (เลอ ปารีเซียง) สำนักข่าวเก่าแก่ ที่มีต้นกำเนิดจากหนังสือพิมพ์รายวันชื่อดังของฝรั่งเศส ระบุว่า แม้ภาพลักษณ์การใส่สูทของผู้ประกาศข่าวจะเป็นมาตรฐานสากล แต่ในสถานการณ์ที่ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลาง ไทยพีบีเอสกลับเลือกที่จะนิยาม "ความเหมาะสม" ใหม่ โดยให้ความสำคัญกับ ความรับผิดชอบต่อส่วนรวม มากกว่าภาพลักษณ์แบบเดิม
สำนักข่าว Le Parisien (เลอ ปารีเซียง)
รวมถึง สำนักข่าว WION -The World is One News สื่อออนไลน์ที่มีผู้ติดตามในยูทูปมากกว่า 10 ล้านคน ของอินเดีย นำเสนอว่าการที่ผู้ประกาศข่าวไทยพีบีเอสตัดสินใจสลัดสูททิ้งหน้าจอ คือการทลายขนบสื่อมวลชนที่เคร่งครัดเรื่องภาพลักษณ์ เพื่อตอบสนองต่อ "ความเป็นจริงของวิกฤตพลังงาน" โดยยกย่องว่าเป็นการสื่อสารที่ตรงจุดและไม่อ้อมค้อม
สำนักข่าว WION -The World is One News
นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส ได้ลงนามในประกาศ เรื่อง มาตรการประหยัดพลังงานของ ส.ส.ท. และประกาศ เรื่อง มาตรการปรับปรุงแนวทางการแต่งกาย เพื่อการประหยัดพลังงานในสภาวะวิกฤต ให้สอดคล้องกับสถานการณ์พลังงานที่มีความผันผวนจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจและความตึงเครียดระหว่างประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานทั่วโลก
วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์
ทั้งนี้ มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการพลังงานในองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยให้พนักงานและผู้ปฏิบัติงานของ ส.ส.ท. ดำเนินการตามมาตรการประหยัดพลังงานของ ส.ส.ท.ครอบคลุมแนวทางการแต่งกายของผู้ประกาศ ผู้ดำเนินรายการ และผู้ดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง ให้สอดคล้องกับการประหยัดพลังงานไฟฟ้าภายในสำนักงาน การใช้เชื้อเพลิง และการปฏิบัติงาน ณ ที่พักอาศัย (Work from Home) ดังนี้
แต่งกายสุภาพสีขาวหรือดำ งดการสวมเสื้อนอกเพื่อลดภาระการทำงานของระบบปรับอากาศ ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ระดับ 26 องศาเซลเซียส และปิดประตู-หน้าต่างให้สนิท ใช้บันไดแทนการใช้ลิฟต์โดยสาร ปิดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าในพื้นที่ที่ไม่ใช้งาน รวมถึงตั้งค่า Sleep mode สำหรับคอมพิวเตอร์
ลดการใช้กระดาษ โดยส่งเสริมการใช้เอกสารในรูปแบบดิจิทัล ส่งเสริมการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อลดการใช้พลังงานในห้องประชุม รณรงค์ให้ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ และใช้รถส่วนกลางเท่าที่จำเป็น พิจารณาลดการเดินทางไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ หากไม่จำเป็น
ส่งเสริมการปฏิบัติงานที่ที่พักอาศัย (Work from Home) ตามความเหมาะสมของภารกิจ จัดกิจกรรมรณรงค์สร้างความตระหนักด้านการประหยัดพลังงานให้บุคลากรอย่างต่อเนื่อง
สำหรับการเปลี่ยนแปลงหน้าจอของไทยพีบีเอสครั้งนี้ ถือเป็นมิติใหม่ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยเฌอศานต์ ศรีสัจจัง, สิริมา ทรงกลิ่น และภัทรชัย ปราชญ์อุดม ผู้ประกาศข่าวรายการวันใหม่ ไทยพีบีเอส เป็นรายการแรก ๆ ที่ถอดเสื้อสูทเป็นตัวอย่าง โดยกล่าวว่า
ภาครัฐมีมาตรการขอความร่วมมือจากประชาชนและทุกภาคส่วนให้ช่วยกันประหยัดพลังงาน ซึ่งไทยพีบีเอสก็ขานรับนโยบายของรัฐบาล ถอดสูทจัดรายการ ต้องขอให้ปรับเครื่องปรับอากาศเป็น 26-27 องศาเซลเซียส จะได้สบายๆ แล้วถ้าตอนนี้ไม่ถอดสูทก็อาจจะตกขบวน ซึ่งเรื่องนี้เป็นหนึ่งในมาตรการรณรงค์ในช่วงที่ต้นทุนพลังงานเพิ่มสูงขึ้น และเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นทั่วโลก
ไทยพีบีเอส ยืนยันเดินหน้าบริหารจัดการองค์กรตามหลักความคุ้มค่า โปร่งใส และรับผิดชอบต่อสังคม ควบคู่กับการเป็นสื่อสาธารณะที่ให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน
อ่านข่าว :
"ทรัมป์" เผยสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายทางทหารบนเกาะคาร์กสำเร็จ
เร่งติดตามเสือโคร่ง "ปิ่น" กัดหมูตาย 8 ตัว พื้นที่แม่วงก์
สหรัฐฯ เผยทหารเสียชีวิต 6 นาย เหตุเครื่องบินเติมน้ำมันตกในอิรัก
