"สว.ปฏิมา" แนะ ปชช.ปลูกผัก-เลี้ยงไก่-เลี้ยงปลา ทางรอดวิกฤตตะวันออกกลาง

การเมือง
15:34
จำนวนผู้ชม 643
"สว.ปฏิมา" แนะ ปชช.ปลูกผัก-เลี้ยงไก่-เลี้ยงปลา ทางรอดวิกฤตตะวันออกกลาง
สมาชิกวุฒิสภา "ปฏิมา จีระแพทย์" จี้รัฐบาลความเชื่อมั่นเรื่องราคาน้ำมันขาดแคลน เรียกร้องกระทรวงพาณิชย์คุมเข้มราคาสินค้า แนะให้ประชาชนปลูกผัก เลี้ยงไก่ 2 ตัวต่อครัวเรือน เลี้ยงปลา เป็นทางรอดในสถานการณ์ตะวันออกกลาง

วันนี้ (23 มี.ค.2569) ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม โดยนายปฏิมา จีระแพทย์ สว. อภิปรายในวาระเร่งด่วน เรื่องขอให้วุฒิสภาพิจารณาปัญหาผลกระทบต่อประเทศไทยจากกรณีการสู้รบ ในภูมิภาคตะวันออกกลางกลาง

โดยกล่าวว่า ติดตามผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.2569 จนถึงวันนี้ รวม 23 วัน โดยในช่วงวันที่ 1 มี.ค. มีกระแสข่าวว่าประเทศไทยมีน้ำมันสำรองใช้ได้ 60-61 วัน

ต่อมา วันที่ 4 มี.ค. คณะกรรมการต่างประเทศ เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงข้อมูล โดยได้รับแจ้งว่ามีน้ำมันสำรองที่สามารถใช้ได้ 90 วัน และผ่านไปอีกสัปดาห์ รมว.พลังงานระบุว่า มีน้ำมันเพียงพอ 105 วัน

ปัจจุบันประชาชนยังขาดความชัดเจนเกี่ยวกับข้อมูลราคาน้ำมันที่ถูกต้อง รัฐบาลจึงควรเร่งสร้างความเชื่อมั่นด้วยการเปิดเผยข้อมูลตามจริง เพื่อใช้ในการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด เนื่องจากที่ผ่านมาข่าวสารที่คลาดเคลื่อนได้ สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนเป็นอย่างมาก

จะมีน้ำมันเท่าไหร่ก็ตาม รัฐบาลจำเป็นต้องสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน ข้อมูลที่ถูกต้องจะนำมาซึ่งการวิเคราะห์ การแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนอย่างถูกต้องและได้ผล

นอกจากนี้ แม้นโยบายการตรึงราคาน้ำมันจะเป็นเรื่องที่ดี แต่พบปัญหาความแตกต่างระหว่างราคาหน้าปั๊ม กับราคาที่ผู้ประกอบการขนส่งซื้อจริง จึงขอฝากผ่านที่ประชุมไปยังคณะกรรมาธิการการพลังงาน และคณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน ให้เร่งตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริง ว่ามีการกักตุนน้ำมันเพื่อเก็งกำไรหรือไม่ เพื่อคลายความสงสัยให้กับประชาชนโดยเร็วที่สุด

สมาชิกวุฒิสภาสะท้อนปัญหาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานต่อภาคเกษตร โดยระบุว่าเกษตรกรจำนวนมาก ไม่สามารถขนส่งสินค้าทางการเกษตรไปยังลานรับซื้อได้ อาทิ ข้าวโพดและมันสำปะหลัง เนื่องจากขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะการไม่มีน้ำมันเติมรถอีแต๋น ส่งผลให้ไม่สามารถขนพืชผลไปยังผู้รับซื้อได้ ทำให้เกษตรกรขาดรายได้ จึงขอให้คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ติดตามสถานการณ์ และเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน

ขณะเดียวกัน ยังแสดงความกังวลต่อผลกระทบในระยะยาวจากวิกฤตดังกล่าว ซึ่งเริ่มลุกลามไปยังราคาสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะสินค้าจำเป็น เช่น ไข่ไก่ และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่มีแนวโน้มปรับขึ้นราคา โดยชี้ว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถือเป็นดัชนีชี้วัดความอยู่รอดของประชาชน เนื่องจากเป็นสินค้าราคาประหยัด จึงเรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์เข้ามาตรวจสอบและควบคุมราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกำหนดให้ผู้ประกอบการที่ต้องการปรับขึ้นราคา ชี้แจงเหตุผลอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันการฉวยโอกาส

ทั้งนี้ ระบุว่าวิกฤตครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงด้านพลังงาน แต่ขยายผลไปสู่สินค้าหลากหลายประเภท แม้กระทั่งถุงพลาสติก พร้อมเสนอให้วุฒิสภาเร่งหาแนวทางช่วยเหลือประชาชนในภาพรวม

พร้อมกันนี้ เสนอให้มีการประชาสัมพันธ์การใช้น้ำมันเขียวในภาคเกษตรกรรมให้มากขึ้น และที่สำคัญที่จะมีกิจกรรมในช่วงเดือนเม.ย.คือเรื่องปลูกผัก

เรื่องปลูกผักเป็นเรื่องที่น่าหัวเราะสำหรับบางท่านในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา แต่วันนี้คิดว่าการแนะนำให้ประชาชน ปลูกผัก เลี้ยงไก่ 2 ตัวต่อครัวเรือน เลี้ยงปลา น่าจะเป็นทางออกในการดำรงชีวิต ถ้าเกิดมีวิกฤตที่รุนแรงในระยะยาวที่อาจรุนแรง เช่น สงครามยืดเยื้อ เป็นสงครามมหาอำนาจ กลายเป็นสงครามโลก นั่นคือทางออกของประชาชน

อ่านข่าว :

พลังงานแจงดีเซลไทยถูกกว่าเพื่อนบ้านอาเซียน - กองทุนน้ำมันติดลบ 2 หมื่นล้าน

14 องค์กรประชาชนรวมตัว ยื่น 3 ข้อเสนอรัฐ แก้ปัญหาวิกฤตพลังงาน

พาณิชย์ เข้มกำกับราคา 59 สินค้าควบคุม ส่งทีมลุยตรวจ 23-25 มี.ค.นี้