สาเหตุสำคัญที่ทำให้รายชื่อ ครม.อนุทิน 2 ยังไม่จบ แม้จะขีดเส้นเดทไลน์ส่งรายชื่อ วันที่ 23 มี.ค.2569 คือตำแหน่งรัฐมนตรีมีน้อยกว่า จำนวนคนที่อยากไปนั่ง หรือคิดว่าตนเองมีความเหมาะสมกว่า
ล่าสุด ในพรรคภูมิใจไทย นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ หลุดจากโผ ไม่มีชื่อเป็นรองนายกฯ ดูแลเรื่องกฎหมาย โดยกระแสหนึ่ง อ้างว่าเป็นเพราะฝ่ายการเมืองไม่ต้องการเนื่องจากทำงานร่วมกับคนอื่นได้ยาก
แต่อีกกระแสหนึ่ง ระบุชัดว่า นายบวรศักดิ์ ไม่ต้องการแบกรับภาระเรื่องทางกฎหมายที่รัฐบาลนี้ต้องเจอหรือตอบอธิบาย ไม่ว่าจะเรื่องคดีฮั้ว สว. คดีเขากระโดง เรื่องคุณสมบัติรัฐมนตรี เพราะมีหลายคนที่อาจเข้าข่ายสุ่มเสี่ยง อาจได้ไม่คุ้มเสีย
จึงมีข่าว นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการกฤษฎีกา กับ นายดิสทัต โหตระกิตย์ อดีตเลขาธิการนายกยฯ จ่อเข้าไปรับตำแหน่งรองนายกฯดูแลกฎหมายแทน
ขณะที่พรรคเพื่อไทย คนที่ต้องลุ้นหนัก คือ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ทายาทบ้านใหญ่ "โรงแป้งมัน" ที่เพิ่งถูกดีเอสไอ ออกหมายเรียกกรณีบุกรุกพื้นที่เลี้ยงสัตว์ที่ จ.อุบลราชธานี แบบยกครัว ทั้งพ่อ นายวีรศักดิ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยคมนาคม สมัยพรรคภูมิใจไทย และนางยลดา นายกฯอบจ.นครราชสีมา ผู้เป็นแม่
เหตุเกิดตั้งแต่ปี 2554 ขณะนั้น น.ส.สุดาวรรณ เป็นผู้บริหารและถือหุ้นบริษัท แป้งมันเอี่ยมอีสานอุตสาหกรรม จำกัด ถูกกล่าวหาขุดบ่อเก็บน้ำเพื่อใช้ในกิจการผลิตแป้งมันสำปะหลัง 3 แปลง รวมเป็นบ่อเดียวกัน เนื้อที่ประมาณ 48 ไร่ นำไปสู่การร้องเรียน เนื่องจากทำให้ประชาชนทั่วไปไม่สามารถใช้ประโยชน์และสัญจรได้
แม้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ และแกนนำพรรค ยืนยันว่า จะไม่เกิดแรงกระเพื่อมในพรรค หาก น.ส.สุดาวรรณ ติดปัญหา เชื่อว่าสามารถส่งคนในเครือข่ายเข้ารับตำแหน่งแทน
แต่ในทางปฏิบัติ ปฏิเสธไม่ได้ว่าในพรรคเพื่อไทย ยังมีนักการเมืองระดับอาวุโสหลายคน ที่มีบทบาทในการช่วยพรรคสู้ศึกเลือกตั้งที่ผ่านมา รอคอยและคาดหวังว่าจะมีโอกาสเข้าไปทำหน้าที่รัฐมนตรีในโควตาของพรรคได้
ที่สำคัญ ตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ที่ น.ส.สุดาวรรณ มีชื่อเป็นแคนดิเดต เป็นระดับรัฐมนตรีว่าการ และเป็นกระทรวงใหญ่พอประมาณ
รศ.ธนพร ศรียากูล ที่ปรึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยนอร์ท กรุงเทพฯ ตั้งข้อสังเกตว่า กรณีตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีที่จะมีความเข้มข้นมากขึ้น จากการประกาศของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ โดยยึดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในคดีนายภูมิธรรม เวชยชัย และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เป็นบรรทัดฐาน
บางทีคนที่เริ่มต้น หรือชี้เป้าเรื่องนี้ อาจไม่ใช่แค่คนในพรรคภูมิใจไทย แต่อาจมีคนในพรรคเพื่อไทยเป็นเจ้าภาพร่วมก็เป็นได้ เป็นเรื่องภายในเรื่องจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีไม่ลงตัว
อีกคนแม้จะมีตำแหน่งใหญ่เป็นเลขาธิการพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง แต่ใช่ว่าจะแบเบอร์สำหรับตำแหน่งรัฐมนตรี เพราะปมเรื่องไปปรากฏตัวเป็นพยาน ในการลงนาม เอ็มโอยู ระหว่างปลัดกระทรวงดีอี ที่เขาเป็นรัฐมนตรีขณะนั้น กับบริษัทจากประเทศสิงคโปร์ เกี่ยวเทคโนโลยีสแกนม่านตาคนไทย ที่มีนายเบน สมิธ ไปร่วมเป็นสักขีพยานด้วย
เหตุเกิดเมื่อปลายเดือนมีนาคม 67 โดยคนที่เปิดประเด็นเรื่องนี้ และเป็นคนสั่งยกเลิกเอ็มโอยูดังกล่าวในเวลาต่อมา คือนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และเป็นคู่แข่งในสนามเลือกตั้ง
แม้เรื่องนี้ นายประเสริฐได้เดินทางเข้าพบและชี้แจงต่อทางดีเอสไอ ในฐานะพยานไม่ใช่ผู้ถูกกล่าวหาแล้ว และยินดีให้ข้อมูลทุกอย่าง
แต่ก็เป็นปมคำถามถึงคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีที่ต้องมีความเข้มข้น ดังที่นายอนุทินระบุไว้หรือไม่ด้วยเช่นกัน
นายประเสริฐ ยังเคยมีชื่อเป็นหนึ่งใน สส.และสว.ที่แจ้งบัญชีทรัพย์สินหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ถือครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 และ สปก. เมื่อครั้งรับตำแหน่ง สส.ปี 2562 และปี 2566 และถูกนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ร้องต่อ ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบที่ดิน ภ.บ.ท.5 รวม 1 แปลง มูลค่า 300,000 บาท โดยนายประเสริฐ ระบุชัดว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของภรรยา ที่ได้รับสิทธิและสัมปทานจากกรมธนารักษ์ถูกต้องตามกฎหมาย
เชื่อว่าพรรคเพื่อไทย น่าจะยังยืนยันส่งชื่อนายประเสริฐให้เลขานุการครม. เพื่อตรวจสอบ เพราะล่าสุดนายประเสริฐส่งคณะทำงานไปยื่นเอกสารแล้ว แต่ขณะเดียวกันก็มีข่าวว่ามีทีมงานของผู้มีรายชื่อเป็นรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยคนอื่น ไปยื่นเอกสารแล้วเช่นกัน
ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีช่วย 3 คน แม้ล่าสุด จะมีข่าวว่าลงตัวแล้ว โดยเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ แต่โดยรวมยังมีภาพเป็นทายาท "บ้านใหญ่" กระทั่งมีกระแสความไม่พอใจวงในวิพากษ์และกล่าวหาว่าใช้ระบบเส้นสาย เอาคนใกล้ชิดผู้มีอำนาจในพรรคเป็นรัฐมนตรี
และมองว่าเป็นการสนองตอบพรรคแกนนำตั้งรัฐบาล ที่ต้องการให้ส่งคนรุ่นใหม่ๆเป็นรัฐมนตรี เพื่อให้รัฐบาลดูดี มีความน่าเชื่อถือ
โดยมองข้ามคนที่มีบทบาทช่วยพรรคทั้งในการเลือกตั้ง สส.และนายกฯ อบจ.ที่ผ่านมา อย่าง นางมนพร เจริญศรี อดีต รมช.คมนาคม ที่ดูแลภาคอีสานตอนบน
อีกคนที่ชื่อหลุดโผ คือ น.ส.จิราพร สินธุไพร ที่เคยสร้างผลงานเด่น จากการอภิปรายเรื่องเหมืองทองคำอัครา ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จนสั่นสะเทือนมาแล้ว
เป็นเรื่องภายในที่มีความสำคัญของพรรคเพื่อไทย ท่ามกลางยุคสมัยของการถดถอยอย่างเลี่ยงไม่พ้น
"ประจักษ์ มะวงศ์สา" บรรณาธิการอาวุโส
อ่านข่าว
"ปกรณ์-ดิสทัต" ติดโผนั่ง ครม.อนุทิน 2 แทน "บวรศักดิ์"
เปิดโผ "ครม.อนุทิน 2" สะเด็ดน้ำ 35 คน ลุ้นอีก 1 รายชื่อ "บวรศักดิ์" ไม่ได้ไปต่อ
