"ปกรณ์" จ่อแก้ พ.ร.บ.อาวุธปืนอิง ตปท. เสนอใบอนุญาตมีอายุ 3 ปี

การเมือง
07:41
จำนวนผู้ชม 56
Thai PBS
"ปกรณ์" จ่อแก้ พ.ร.บ.อาวุธปืนอิง ตปท. เสนอใบอนุญาตมีอายุ 3 ปี

วันนี้ (12 ส.ค.2569) นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงแนวทางการแก้ไขพระราชบัญญัติอาวุธปืน พ.ศ. 2490 ว่า เตรียมหารือร่วมกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนนำหลักการไปเปิดรับฟังความคิดเห็น เนื่องจากกฎหมายฉบับปัจจุบันบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2490 และสถานการณ์ในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จึงจำเป็นต้องปรับปรุงระบบการควบคุมอาวุธปืนให้เหมาะสมกับยุคสมัย

โดยในอดีตการควบคุมอาวุธปืนเป็นระบบอนาล็อก ให้นายอำเภอเป็นผู้อนุมัติและใช้เอกสารกระดาษเป็นใบอนุญาต ขณะที่ข้อมูลการนำเข้า การจำหน่าย การครอบครอง และการโอนปืนยังไม่ได้เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ทำให้เมื่อเกิดปัญหาจึงต้องย้อนกลับมาตรวจสอบข้อมูลด้วยระบบแมนนวล

จึงต้องออกแบบระบบตั้งแต่ต้นทาง ตั้งแต่การนำเข้าอาวุธปืน การตรวจสอบสต็อกของร้านค้า ไปจนถึงการจำหน่ายและการโอน โดยร้านค้าอาวุธปืนจะต้องมีความรับผิดชอบและสามารถตรวจสอบได้ว่าจำหน่ายปืนให้กับบุคคลใด รวมถึงต้องมีระบบกำกับติดตามหลังการจำหน่าย

ส่วนใบอนุญาตควรมีอายุหรือไม่ เพราะปัจจุบันไม่มีอายุ ซึ่งนายกรัฐมนตรีสั่งการว่าควรจะมีอายุ โดยเสนอว่าควรจะมีอายุ 3 ปี และควบคุมเรื่องการโอน ซึ่งในปัจจุบันมีการนำปืนไปจำนำ ซึ่งในความเป็นจริง ปืนเป็นทรัพย์สินมีทะเบียนไม่สามารถจำนำได้

ขณะเดียวกัน ต้องควบคุมการใช้ถึงวัตถุประสงค์ของการใช้งาน แม้กระทั่งสนามยิงปืนก็ต้องควบคุมให้มากขึ้น โดยปืนกับเครื่องกระสุนจะต้องสัมพันธ์กัน แต่ปัจจุบันเครื่องกระสุนเยอะกว่าปืน ทำให้เห็นจุดอ่อนตามคดีต่าง ๆ ปืนกระบอกเดียวมีกระสุนถึง 30-40 นัด ฉะนั้น จึงต้องเข้มข้นมากขึ้น นี่เป็นหลักการที่ต่างประเทศเขาทำ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การออกใบอนุญาตครอบครองปืนจะออกมาในลักษณะเดียวกับการออกใบอนุญาตขับขี่ใช่หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ต้องมี หากไปซื้อปืนในร้านปืนต่างประเทศจะรู้ ตั้งแต่ท่าถืออาวุธปืน ที่นิ้วมือต้องไม่เข้าโกร่งไก ซึ่งจะดูพฤติกรรมตลอด เขาจะมีความรับผิดชอบสูงมาก เพราะต้องเป็นส่วนหนึ่งร่วมกับเจ้าหน้าที่ในการดูแลความสงบเรียบร้อยของสังคม เพราะปืนไม่ใช่ปากกา ที่อยู่ ๆ จะขายได้ มันอันตราย เมื่ออันตรายและใช้เป็นอาวุธได้ก็ต้องมีการควบคุมที่เข้มข้น

ส่วนกรณีการโอนลอย แต่ปลายทางไม่มีการโอนเป็นผู้ครอบครองอย่างแท้จริง กลายเป็นช่องโหว่ในการครอบครองอาวุธปืนหรือไม่นั้น นายปกรณ์ กล่าวว่า จะต้องปิดช่องโหว่ทั้งหมด อะไรที่เป็นปัญหาเกิดขึ้นในอดีต ได้ให้ทีมงานของกรมการปกครองและกฤษฎีกาไปศึกษาไว้แล้วว่ามีช่องโหว่อะไรบ้าง และจะปิดกันอย่างไร เพราะทุกวันนี้มันเป็นระบบแมนนวล แล้วก็กระจายไม่รู้ว่าใบ ป.3 ที่ออกไปแล้วไปออกใบ ป.4 จริงหรือไม่ หรือว่ามันหายไป ตอนนี้เช็คมือหมด จึงมีโอกาสผิดพลาดสูง

นายกรัฐมนตรีจึงมีนโยบายให้เช็คแบบเรียลไทม์ เมื่อซื้อปืนเสร็จต้องตัดยอดในสต็อก ต้องมีออกใบอนุญาตครอบครอง และจะมีระบบมอนิเตอร์ติดตามไปเรื่อย ๆ รวมถึงจะต้องไปเช็คดูว่าการจำหน่ายปืนเสียภาษีถูกต้องหรือไม่ ซึ่งจะเป็นการเชื่อมโยงกันทั้งระบบ โดยได้มีการหารือในเบื้องต้นกับกรมสรรพากรแล้ว

ทั้งนี้นายปกรณ์ยังระบุว่า ระหว่างที่รอการแก้ไขกฎหมาย อาจจะมีแนวทางการออกประกาศกฎกระทรวง แต่ต้องมีการพูดคุยกับกรมการปกครองและกฤษฎีกาก่อน เพราะการตรากฎหมายใช้เวลานาน จึงจำเป็นต้องมีการออกประกาศชั่วคราวในในช่วงที่มีการแก้ไข

อ่านข่าว :

นายกฯ เข้ม 100% ห้ามพกพาปืนออกนอกบ้าน จ่อรื้อกฎหมายใหม่

เปิดช่องว่างกฎหมายอาวุธปืน จี้รื้อระบบควบคุมต้นทางถึงการบังคับใช้

ตลาดมืด "ปืนเถื่อน-กระสุนเถื่อน" รัฐล้อมคอก "อาชญากรรม" แบบงูกินหาง