วันนี้ (27 ก.ย.2569) สถานการณ์น้ำท่วมที่เคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ระดับน้ำยังท่วมสูง บางจุดสูงกว่า 1 เมตร ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากได้รับความเดือดร้อนและต้องการอาหาร น้ำดื่ม รวมถึงยาสามัญประจำบ้าน
หนึ่งในภาพสะท้อนความเดือดร้อน คือช่วงเวลาที่คุณแม่ได้พบกับลูกสาวอีกครั้ง หลังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยลูกสาวอาศัยอยู่ภายในบ้านพักที่น้ำเข้าท่วมตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา และร้องขอความช่วยเหลือเพื่อออกจากบ้าน แต่ยังไม่มีเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือ ขณะที่ภายในบ้านไม่มีไฟฟ้าใช้ ทำให้ผู้เป็นแม่เกิดความกังวลและเป็นห่วงความปลอดภัยของลูก ก่อนที่ช่วงบ่ายวันนี้ เจ้าหน้าที่จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือและนำตัวออกมาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย
นรินทิพย์ คุณแม่ลูกวัย 5 เดือน เล่าว่า เธอต้องหนีน้ำออกจากบ้านมาอาศัยอยู่ในห้องพักรวมกับสมาชิกในครอบครัวทั้งหมด 8 คน โดยมีทั้งเด็กและผู้สูงอายุ ทำให้ไม่สามารถลุยน้ำออกไปหาอาหารหรือสิ่งของจำเป็นได้ จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือ โดยนอกจากอาหารแล้ว ยังต้องการผ้าอ้อมสำหรับลูก
ขณะที่รถจักรยานยนต์ รถแท็กซี่ของสามี รวมถึงอุปกรณ์ประกอบอาชีพของเธอ ถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหายทั้งหมด ทำให้ยังไม่รู้ว่าจะสามารถเริ่มต้นชีวิตและกลับมาประกอบอาชีพได้อย่างไรหลังน้ำลด
ด้านสุจิรา ชาวเคหะร่มเกล้า โซน 11 ซอย 9 ขอความช่วยเหลือด้านอาหารและยา โดยระบุว่า ภายในโซน 11 มีผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคประจำตัวจำนวนไม่น้อย การเดินทางออกมาภายนอกเป็นไปด้วยความยากลำบาก จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือประชาชนภายในพื้นที่
ส่วนประชาชนอีกคนหนึ่ง ซึ่งมีปัญหาข้อเข่าและป่วยเป็นโรคโลหิตจาง ครอบครัวต้องการให้เดินทางไปพักกับญาติในเขตหลักสี่ ทีมข่าวจึงช่วยพาขึ้นเรือเพื่อไปส่งบริเวณสะพานคลองหนึ่ง โดยเจ้าตัวบอกว่า สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้รุนแรงกว่าที่เคยเผชิญในปี 2554
ขณะที่การช่วยเหลือในพื้นที่ มีอาสากู้ภัยจากหลายหน่วยงาน รวมถึงทหารจากกองทหารช่าง กองทัพบก นำเรือเข้าช่วยเหลือประชาชน พร้อมนำสิ่งของจำเป็นเข้าไปแจกจ่าย แต่การเข้าพื้นที่ยังมีอุปสรรค เนื่องจากบนถนนที่มีน้ำท่วมขัง พบรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วมจอดทิ้งไว้ รวมถึงมีสิ่งกีดขวางหลายจุด ทำให้การช่วยเหลือต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง
ด้านนายไทวุฒิ ขันแก้ว ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กทม. อยู่ระหว่างจัดสรรทรัพยากรเพื่อเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ทั้งรถ เรือ และอาหาร เนื่องจากหลายจุดยังมีน้ำท่วมสูงและการเดินทางเข้า-ออกเป็นไปด้วยความยากลำบาก
เบื้องต้น กทม. นำรถ GMC และเรือเข้าไปช่วยเหลือประชาชน พร้อมทยอยนำผู้ที่ต้องการออกจากพื้นที่ไปยังศูนย์อพยพในพื้นที่ลาดกระบัง โดยมีประชาชนประมาณ 1,500 คน แสดงความประสงค์ที่จะอพยพออกจากพื้นที่
ขณะที่ประชาชนบางส่วนยังต้องการพักอาศัยอยู่ภายในบ้าน กทม. จึงเตรียมจัดส่งอาหารและวัตถุดิบที่จำเป็นเข้าไปให้ ทั้งข้าวสาร ไข่ น้ำมันพืช รวมถึงนมและผ้าอ้อมสำหรับเด็ก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและให้ประชาชนสามารถพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ได้
นอกจากนี้ ยังประสานกำลังจากกองทัพบก กองทัพไทย รวมถึงภาคเอกชน เพื่อสนับสนุนรถ เรือ และสิ่งของจำเป็น โดยอยู่ระหว่างการจัดสรรทรัพยากรให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละจุด
ส่วนปัญหาสำคัญขณะนี้ คือ การระบายน้ำ เนื่องจากพื้นที่เคหะร่มเกล้าเป็นพื้นที่ต่ำ ทำให้ยังไม่สามารถเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้ทั้งหมด และต้องพักน้ำไว้ก่อน
การระบายน้ำจะต้องรอให้ระดับน้ำใน คลองประเวศบุรีรมย์ ลดลงก่อน จึงจะสามารถทยอยระบายน้ำจากพื้นที่เคหะร่มเกล้าออกไปได้ เพราะหากระดับน้ำในคลองยังสูง จะทำให้การระบายน้ำทำได้อย่างจำกัด
สถานการณ์น้ำในพื้นที่ยังมีแนวโน้มลดลงช้ากว่าพื้นที่อื่น เนื่องจากยังมีน้ำจากพื้นที่โดยรอบไหลลงมาสมทบ ประกอบกับเคหะร่มเกล้าเป็นพื้นที่ต่ำ ทำให้ กทม. ประเมินว่าอาจต้องใช้เวลา อย่างน้อย 7 วัน ระดับน้ำจึงจะค่อย ๆ ลดลง
อ่านข่าว :
ศูนย์บัญชาการน้ำ กทม.คาด 1 ต.ค.กรุงเทพฯ กลับสู่ภาวะปกติ
สมุทรปราการ ประกาศเขตภัยพิบัติ น้ำท่วม 6 อำเภอ
ครม.อนุมัติวันหยุดราชการกรณีพิเศษ 28-29 ก.ย.นี้ พื้นที่ 4 จังหวัด บรรเทาน้ำท่วม
