บทลงโทษจากสงคราม 14 ปี ศาลซีเรียสั่งประหาร "บาชาร์ อัล-อัสซาด"

ต่างประเทศ
12:20
จำนวนผู้ชม 55
Thai PBS
บทลงโทษจากสงคราม 14 ปี ศาลซีเรียสั่งประหาร "บาชาร์ อัล-อัสซาด"

เมื่อวันที่ 11 ส.ค.2569 CNN รายงานว่า ศาลอาญาที่ 4 ในกรุงดามัสกัส ประเทศซีเรีย ได้มีคำพิพากษาตัดสินประหารชีวิต บาชาร์ อัล-อัสสาด อดีตประธานาธิบดีซีเรีย พร้อมด้วย มาเฮอร์ อัสสาด น้องชายของเขา ลับหลังจำเลย เนื่องจากทั้งคู่ไม่ได้อยู่ในซีเรียและพำนักอยู่ในรัสเซีย ในข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติและอาชญากรรมสงคราม ซึ่งเกิดขึ้นในระหว่างความขัดแย้งและสงครามกลางเมืองของซีเรียที่ยืดเยื้อยาวนานถึง 14 ปี จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 500,000 คน

การอ่านคำพิพากษาในครั้งนี้ได้รับการถ่ายทอดสดผ่านทางสถานีโทรทัศน์แห่งชาติซีเรีย โดยผู้พิพากษา ฟัคเฮรุดดีน อัล-อารียัน ได้กล่าวในห้องพิจารณาคดีว่า

บาชาร์ อัล-อัสสาด ได้ใช้หน่วยงานของรัฐเป็นเครื่องมือในการกระทำอาชญากรรมสงครามและก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

ซึ่งนับเป็นคำตัดสินโทษครั้งแรกต่ออัสสาดและบุคคลใกล้ชิด หลังจากที่การครอบครองอำนาจอันยาวนานกว่า 5 ทศวรรษของตระกูลอัสสาดได้สิ้นสุดลงเมื่อ 20 เดือนก่อน

คุมตัวอดีตหัวหน้าความมั่นคงฟังคำตัดประหารชีวิตสินในกรง

นอกเหนือจากการตัดสินโทษอัสสาดและน้องชายแล้ว ศาลยังได้ตัดสินประหารชีวิต อาเตฟ นาจิบ ลูกพี่ลูกน้องฝั่งมารดาของอัสสาด ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กุมอำนาจและคุมการปราบปรามมวลชนอย่างโหดเหี้ยมใน จ.ดารอา ทางภาคใต้ของประเทศ คือกรณีวัยรุ่นในเมืองดารอาถูกจับกุมและทรมาน หลังเขียนข้อความต่อต้านรัฐบาลบนกำแพงโรงเรียนในปี 2554 เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความไม่พอใจอย่างกว้างขวางและกลายเป็นชนวนให้ประชาชนออกมาประท้วงต่อต้านรัฐบาล

การประท้วงถูกปราบปรามอย่างรุนแรง ก่อนจะขยายตัวเป็นการลุกฮือทั่วประเทศและพัฒนาไปสู่สงครามกลางเมืองเต็มรูปแบบ ซึ่งกินเวลานานเกือบ 14 ปี และคร่าชีวิตผู้คนประมาณ 500,000 คน

บรรยากาศการพิจารณาคดีเป็นไปอย่างเข้มงวดภายใต้การคุ้มกันอย่างคุ้มเข้ม นาจิบซึ่งเป็นอดีตนายพลตรีของกองทัพซีเรียและอดีตหัวหน้าสาขาความมั่นคงทางการเมืองประจำ จ.ดารอา ได้ยืนอยู่ภายในกรงขังจำเลยพร้อมสวมชุดนักโทษเพื่อฟังคำพิพากษา ขณะเดียวกันบริเวณภายนอกอาคารศาลใจกลางกรุงดามัสกัส มีประชาชนจำนวนมากมารวมตัวกันเพื่อรอฟังคำตัดสินประวัติศาสตร์นี้

บทลงโทษจากสงคราม 14 ปี ศาลซีเรียสั่งประหาร "บาชาร์ อัล-อัสซาด"

บทลงโทษจากสงคราม 14 ปี ศาลซีเรียสั่งประหาร "บาชาร์ อัล-อัสซาด"

เร่งรัดส่งตัวกลับประเทศ หลังได้รับสิทธิ์ลี้ภัยในรัสเซีย

สำหรับ บาชาร์ อัล-อัสสาด และ มาเฮอร์ อัสสาด อดีตผู้บัญชาการกองพลหุ้มเกราะที่ 4 ของกองทัพซีเรีย ซึ่งถูกกลุ่มต่อต้านกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการฆาตกรรม การทรมาน การขู่เอาทรัพย์ การค้ายาเสพติด และการบริหารศูนย์กักกันทรมานของตนเอง ได้หลบหนีออกจากประเทศไปยังรัสเซียหลังรัฐบาลอัสซาดถูกโค่นในเดือน ธ.ค.2567 และได้รับอนุมัติสิทธิ์ลี้ภัยทางการเมืองจากรัฐบาลมอสโก

โดยในปัจจุบัน รัฐบาลชุดใหม่ของซีเรียได้ยื่นหนังสือร้องขอต่อรัฐบาลรัสเซียอย่างเป็นทางการ ให้ส่งตัว 2 พี่น้องตระกูลอัสสาดกลับมารับโทษในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน

ย้อนรอยชนวนเหตุ-จุดล่มสลาย ตระกูล "อัสสาด"

จุดเริ่มต้นของการล่มสลายของระบอบอัสสาด มีชนวนเหตุสำคัญมาจากเหตุการณ์ใน จ.ดารอา เมื่อปี 2554 ภายใต้การปฏิบัติการของ อาเตฟ นาจิบ ซึ่งในขณะนั้น เจ้าหน้าที่ความมั่นคง ได้ทำการจับกุมและทรมานเด็กวัยรุ่นมากกว่าสิบคน เพียงเพราะพวกเขาร่วมกันพ่นสีสเปรย์ข้อความต่อต้านรัฐบาลบนกำแพงโรงเรียน

เหตุการณ์ทรมานเด็กดังกล่าวได้จุดชนวนความโกรธแค้นให้ประชาชนออกมารวมตัวประท้วงครั้งใหญ่ทั่วประเทศเพื่อต่อต้านนโยบายกดขี่ของฝ่ายความมั่นคง

อย่างไรก็ตาม การประท้วงโดยสงบ กลับถูกตอบโต้ด้วยการปราบปรามด้วยวิธีรุนแรงจากกองกำลังของอัสสาด ส่งผลให้ความขัดแย้งบานปลายกลายเป็นสงครามกลางเมืองนองเลือดที่ยืดเยื้อนานถึง 14 ปี ทำให้มีผู้เสียชีวิตครึ่งแสนและประชาชนนับล้านต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่น

จนกระทั่งในที่สุด ฝ่ายต่อต้านและกลุ่มกบฏซีเรียได้เปิดฉากการบุกโจมตีอย่างรวดเร็วแบบสายฟ้าแลบ จนสามารถล้มกองทัพรัฐบาลและเข้ายึดเมืองหลวงกรุงดามัสกัสได้สำเร็จ นำไปสู่การสิ้นสุดอำนาจทางการเมืองของตระกูลอัสสาดที่ปกครองซีเรียมานานกว่า 50 ปี และส่งผลให้อัสสาดต้องระเห็จหลบหนีออกนอกประเทศในเดือน ธ.ค.2567

อ่านข่าว :

“กรมการปกครอง” สั่งปลัดจังหวัดทั่วประเทศ คุมเข้มอาวุธปืนทั้งระบบ เร่งปรับกฎหมายภายใน 60 วัน

พบตัว จนท.พิทักษ์ป่าทองผาภูมิ 3 คน ที่บ้านปิล็อกคี่​ ทั้งหมดปลอดภัย

สุริยุปราคาเต็มดวง 12 ส.ค.69 มองไม่เห็นในไทย