ทส.ลุยตรวจสอบ "คดีรุกป่าปากเตรียม" จ.ระนอง ขยายผลถึงขบวนการเบื้องหลัง

สิ่งแวดล้อม
15:36
จำนวนผู้ชม 371
ทส.ลุยตรวจสอบ "คดีรุกป่าปากเตรียม" จ.ระนอง ขยายผลถึงขบวนการเบื้องหลัง
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เร่งเครื่องตรวจสอบคดีบุกรุกป่าปากเตรียม จ.ระนอง หลังพบการออก น.ส.3 ก. ในพื้นที่เขาและภูเขา เนื้อที่ราว 2,000 ไร่ พร้อมตั้งคณะกรรมการติดตาม เร่งดำเนินคดีผู้กระทำผิด

วันนี้ (26 มี.ค.2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ประชุมหารือติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า และการออกเอกสารสิทธิ์หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ในพื้นที่หมู่ 2 ต.กำพวน อ.สุขสำราญ จ.ระนอง ซึ่งส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติเป็นวงกว้าง

ที่ประชุมได้รับรายงานผลการตรวจสอบและการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ มีการออก น.ส. 3 ก. 105 แปลง 2,000 ไร่ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532–2553 ในที่เขาและภูเขา และยังมีสภาพป่า โดย รมว.ทส. ได้สั่งการให้ ปลัดกระทรวงฯ แต่งตั้งคณะกรรมการกำกับ ติดตาม และให้คำปรึกษา เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาและดำเนินการเพิกถอนเอกสารสิทธิดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

พร้อมกำชับให้ชุดปฏิบัติการพิเศษ "พยัคฆ์ไพร" และ "พญาเสือ" บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานตรวจสอบระดับประเทศ อาทิ ป.ป.ช. ป.ป.ท. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อขยายผลถึงขบวนการที่อยู่เบื้องหลังการบุกรุกและการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ

ขณะเดียวกัน ได้กำหนดแนวทางเร่งด่วน โดยมอบหมายให้กรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตรวจพิสูจน์สิทธิในพื้นที่ด้วยการแปลภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลังช่วงปี พ.ศ. 2532–2553 เพื่อตรวจสอบสภาพพื้นที่ก่อนการออกเอกสารสิทธิ หากพบว่าเป็นพื้นที่ป่าสมบูรณ์ ไม่ปรากฎร่องรอยการทำประโยชน์ จะใช้เป็นหลักฐานโต้แย้งสิทธิ และดำเนินคดีตามกฎหมาย

พร้อมประสานกรมที่ดินดำเนินการตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เพื่อเพิกถอน น.ส.3 ก. จำนวน 105 ฉบับ ที่ออกโดยมิชอบ รวมถึงตรวจสอบเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญา

นอกจากนี้ กรมป่าไม้เตรียมยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้มีมาตรการคุ้มครองชั่วคราว ระงับการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ และดำเนินคดีแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายจากผู้กระทำผิดต่อทรัพยากรธรรมชาติต่อไป

รมว.ทส. ระบุว่า เป้าหมายสำคัญคือการนำพื้นที่ป่ากลับคืนสู่รัฐอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หากตรวจพบว่าเอกสารสิทธิออกโดยมิชอบ จะต้องเพิกถอนทั้งหมด และผู้ที่เกี่ยวข้องต้องรับผิดทั้งทางแพ่งและอาญาอย่างเด็ดขาด โดยกระทรวงฯจะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อยุติปัญหาการบุกรุกป่า และสร้างความเป็นธรรมในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศอย่างต่อไป

พณ.แจงไร้อำนาจคุมราคาน้ำมัน “ศุภจี” ยันจะดูแลราคาสินค้าให้ดีที่สุด  

เปิดเวทีสภาฯ รุมถล่มรัฐบาล บี้หา "ไอ้โม่ง"-น้ำมันล่องหน

12 ปีราคาน้ำมันไทยจากยุคโควิดดิ่งเหวสู่ปี 69 พุ่งทำลายสถิติรอบทศวรรษ

แท็กที่เกี่ยวข้อง: