กรมธุรกิจพลังงาน เปิดเส้นทางห่วงโซ่อุปทานน้ำมัน จาก "ตะวันออกกลาง-หน้าปั๊ม"

เศรษฐกิจ
17:18
จำนวนผู้ชม 470
กรมธุรกิจพลังงาน เปิดเส้นทางห่วงโซ่อุปทานน้ำมัน จาก "ตะวันออกกลาง-หน้าปั๊ม"
กรมธุรกิจพลังงาน แจงละเอียดยิบ เส้นทางห่วงโซอุปทานน้ำมัน ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางสู่ประชาชน

วันนี้ (26 มี.ค.2569) นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) เปิดเผยว่า เส้นทางห่วงโซอุปทานน้ำมัน เริ่มต้นจากการจัดหาน้ำมันดิบจากตะวันออกไกล 11% ตะวันออกกลาง 53% ผลิตได้เองในประเทศ 9% อื่นๆ จากสหรัฐอเมริกาแล้วก็แอฟริกาตะวันตก รวมถึง ลาตินอเมริกา รวมทั้งสิ้น 27 %

ภาพประกอบข่าว กรมธุรกิจพลังงาน เปิดเส้นทางห่วงโซ่อุปทานน้ำมัน จาก

เมื่อน้ำมันดิบเข้ามาก็จะถูกนําเข้าสู่โรงกลั่น จากนั้นกลั่นได้น้ำมันดีเซลพื้นฐาน อยู่ที่ 78.286 ล้านลิตร เป็นดีเซลพื้นฐานที่ยังไม่ได้ผสมไบโอดีเซล (B0) จากน้ำมันดีเซลพื้นฐาน (B0) จะถูกจัดส่งมา ซึ่งเรียกว่าเป็นสต็อกถังเก็บน้ำมันพื้นฐานของในโรงกลั่น และผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ซึ่งปัจจุบันนี้ในสต็อกถังเก็บน้ำมันดีเซลพื้นฐานอยู่ทั้งประเทศ รวมกันทั้งสิ้น 854 ล้านลิตร ณ วันที่ 24 มี.ค.2569 จากถังที่เก็บน้ำมันดีเซลพื้นฐาน จะมี 3 ส่วนด้วยกัน

ภาพประกอบข่าว กรมธุรกิจพลังงาน เปิดเส้นทางห่วงโซ่อุปทานน้ำมัน จาก

ส่วนที่ 1 จําหน่ายไปยัง ประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว และเมียนมา อยู่ที่ประมาณ 5.85 ล้านลิตร

ส่วนที่ 2 จำหน่ายให้กับผู้ค้ามาตรา 7 เพื่อไปจําหน่ายให้กับอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น ไฟฟ้า ก่อสร้าง เป็นการจําหน่ายน้ำมัน B0 หรือน้ำมันดีเซลพื้นฐาน

ส่วนที่ 3 จะนำไปผสมกับน้ำมันไบโอดีเซล หรือ ที่เรียกว่า B100 เพื่อผลิตเป็นน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา หรือ ที่เราเรียกกันว่า น้ำมันดีเซล B7 แล้วก็จะมาอยู่ในถังที่เรียกว่า ถังเก็บน้ำมันผสม หรือถังน้ำมัน B7 ในวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา ผลิตน้ำมันดีเซลหมุนเร็วในประเทศ รวมทั้งสิ้น 90.29 ล้านลิตร มีสต็อกของน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว อยู่ในถังรวมทั้งสิ้น 43 ล้านลิตร จากถังเก็บน้ำมันผสม หรือ น้ำมัน B7 ที่พร้อมที่จะจําหน่ายให้กับประชาชน โดยจะกระจายไปใน 3 ส่วน ดังนี้

ภาพประกอบข่าว กรมธุรกิจพลังงาน เปิดเส้นทางห่วงโซ่อุปทานน้ำมัน จาก

ส่วนที่ 1 เป็นขายตรงจากโรงกลั่น หรือ ผู้ค้าน้ำมันตาม มาตรา 7 ไปยังสถานีบริการ ภาคอุตสาหกรรม ราชการและรัฐวิสาหกิจ ขนส่ง

ส่วนที่ 2 จัดส่งโดยรถไฟ เรือ และรถบรรทุก ไปยังคลังภูมิภาคของผู้ค้าหลัก (ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7) ส่งต่อไปยังภาคส่วนอื่น ๆ โดยเฉพาะสถานีบริการเช่นเดียวกันกับส่วนที่ 1

ส่วนที่ 3 การจําหน่ายให้กับผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 (จ็อบเบอร์) ปริมาณ 6.337 ล้านลิตร ซึ่งเมื่อรวมกับปริมาณที่จำหน่ายข้างต้น อยู่ที่ 79.42 ล้านลิตร เป็นปริมาณน้ำมันดีเซลที่จำหน่ายในประเทศ รวมทั้งสิ้น 85.757 ล้านลิตร (ณ 24 มี.ค.2569)

ภาพประกอบข่าว กรมธุรกิจพลังงาน เปิดเส้นทางห่วงโซ่อุปทานน้ำมัน จาก

นอกจากนี้ ธพ. แจ้งให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ส่งข้อมูลการรับ – จ่ายน้ำมันของคลังให้กรมทุกวัน ซึ่งมีคลังน้ำมันเพื่อการจำหน่าย ทั้งหมด 92 แห่ง เป็นคลังเก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 53 แห่ง ของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ที่มีหน้าที่ต้องรายงาน จำนวน 18 ราย ขณะนี้ได้รับรายงานแล้ว จำนวน 13 ราย และยังไม่รายงานอีกจำนวน 5 ราย นอกจากนั้น จะเป็นคลังของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 จำนวน 39 แห่ง 

อีกทั้ง กรมจัดทำแบบฟอร์มรายงานข้อมูลเพิ่มเติม โดยให้ทุกคลังระบุว่า สถานที่จัดส่งปลายทาง หมายเลขทะเบียนรถขนส่ง เพื่อนำส่ง กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย กรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป

ภาพประกอบข่าว กรมธุรกิจพลังงาน เปิดเส้นทางห่วงโซ่อุปทานน้ำมัน จาก

ที่ผ่านมา ธพ. ดำเนินการออกตรวจการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงของสถานีบริการทั่วประเทศ โดยเมื่อวันที่ 15-17 มี.ค.2569 ทั้งสิ้น 2,649 แห่ง โดยเจ้าหน้าที่กรมธุรกิจพลังงาน และสำนักงานพลังงานจังหวัด พบว่า มีการปิดบริการเนื่องจากขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 247 แห่ง คิดเป็น 9.1% เปิดให้บริการแต่น้ำมันบางชนิดหมด หรือใกล้หมด 1,912 แห่ง คิดเป็น 72.2% และเปิดให้บริการมีน้ำมันเพียงพอจำหน่าย 496 แห่ง คิดเป็น 18.7% ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ มาจากความต้องการใช้น้ำมันสูงขึ้น 45.7% ผู้ค้าน้ำมันจัดสรรให้ลดลง 40% รถขนส่งน้ำมันไม่เพียงพอ 7.4% และคลังน้ำมันไม่มีสินค้า 6.8%

ภาพประกอบข่าว กรมธุรกิจพลังงาน เปิดเส้นทางห่วงโซ่อุปทานน้ำมัน จาก

 

อีกทั้ง เมื่อวันที่ 21-23 มี.ค.2569 ลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมัน เพื่อสร้างความมั่นใจ ร่วมกับตำรวจนครบาล กรมสอบสวนคดีพิเศษ และกระทรวงพาณิชย์ รวมทั้งสิ้น 7 แห่ง ยังไม่พบความผิดปกติในเรื่องของการติดป้ายราคา และทุกแห่งมีปริมาณจ่ายน้ำมันในเดือน มี.ค. ใกล้เคียงหรือสูงกว่าเดือน ม.ค. – ก.พ.2569

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 25 มี.ค.2569 กรมธุรกิจพลังงาน ร่วมกับ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำนักงานพลังงานจังหวัดสระบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่ต้องสงสัยจำนวน 3 จุดใน อ.เสาไห้ จ.สระบุรี หลังได้รับข้อมูลเบาะแสการลักลอบค้าหรือกักตุนน้ำมัน โดยเจ้าหน้าที่ตรวจพบการจัดเก็บน้ำมัน โดยไม่ได้แจ้งและไม่ได้รับอนุญาต รวมประมาณ 40,000 ลิตร และยึดน้ำมันของกลางไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินคดี

การกระทำนี้เข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย อาจถูกจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากเป็นการกระทำที่เข้าข่ายกักตุนเพื่อแสวงหากำไร หรือทำให้เกิดความปั่นป่วนในตลาด อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายอื่นเพิ่มเติม

ภาพประกอบข่าว กรมธุรกิจพลังงาน เปิดเส้นทางห่วงโซ่อุปทานน้ำมัน จาก

ทั้งนี้ ธพ.ได้พัฒนาระบบตรวจสอบการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ Fuel-DM (Fuel Distribution Monitoring) โดยทุกครั้งที่มีการขนส่งน้ำมัน ผู้ค้าน้ำมันต้องออกใบกำกับการขนส่ง และผู้ค้าน้ำมันต้องกรอกข้อมูลในระบบดังกล่าว โดยระบุคลังต้นทางไปปลายทาง ปริมาณเท่าใด ประเภทการขนส่ง นอกจากนั้น ยังต้องแนบใบกำกับการขนส่งเข้าในระบบด้วย โดยขอข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ 1 ก.พ.2569 เป็นต้นมา เพื่อติดตามตรวจสอบการขนส่งน้ำมันถูกต้องเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่

กรมธุรกิจพลังงาน ทำงานอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบประชาชน พร้อมดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดทุกราย

อ่านข่าว

DSI เข้มผู้ค้าน้ำมันทั่วปท. ป้องกันกักตุน - ลักลอบจำหน่าย

12 ปีราคาน้ำมันไทยจากยุคโควิดดิ่งเหวสู่ปี 69 พุ่งทำลายสถิติรอบทศวรรษ

น้ำมันเขียว คืออะไร? เชื้อเพลิงหลักของเรือประมงไทย

ครม.นัดพิเศษ ไฟเขียว 7 มาตรการด่วน ลดผลกระทบน้ำมันแพง