วันนี้ (27 มี.ค.2569) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เปิดเผยถึงแนวทางการรับมือวิกฤตราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยยืนยันนโยบายเร่งด่วนในการช่วยเหลือทั้งผู้ประกอบการขนส่งและประชาชนผู้ใช้บริการ เพื่อให้ระบบขนส่งสาธารณะเดินหน้าต่อไปได้ โดยไม่กระทบประชาชน ชู 3 มาตรการหลัก เยียวยาคนขับ-คุ้มครองคนใช้
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมเตรียมมาตรการเชิงรุก เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มสภาพคล่องให้กับภาคการขนส่ง ดังนี้
มาตรการ "ชดเชยส่วนต่างราคาน้ำมัน" กระทรวงฯ เตรียมเสนอมาตรการช่วยเหลือแบบพุ่งเป้าเพื่อชดเชยค่าเชื้อเพลิงให้แก่ผู้ให้บริการ 4 กลุ่มหลัก แยกตามประเภท ดังนี้
- รถบรรทุกไม่ประจำทางตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไป จำนวน 287,175 คัน สนับสนุนน้ำมัน 6 บาทต่อลิตร
- รถโดยสารสาธารณะขนาดใหญ่ (บขส./รถร่วมฯ) หมวด 2 และ 3 จำนวน 11,395 คัน สนับสนุนน้ำมัน 4 บาทต่อลิตร
- รถโดยสารขนาดเล็ก (รถสองแถว/ตู้) หมวด 4 จำนวน 19,414 คัน สนับสนุน 300 บาทต่อคันต่อวัน
- รถจักรยานยนต์รับจ้าง, ไรเดอร์ จำนวน 114,653 คัน สนับสนุน 300 บาทต่อคันต่อเดือน ซึ่งจะเริ่มสนับสนุนตามมาตรการดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 1 - 30 เม.ย.2569 โดยจะคำนวณเงินชดเชยตามการใช้งานจริงผ่านระบบ GPS และแอปพลิเคชัน เพื่อให้ความช่วยเหลือถึงมือผู้ขับขี่โดยตรง
ตรึงราคาค่าโดยสาร โดยสั่งการให้กรมการขนส่งทางบก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง "ตรึงค่าโดยสาร" รถสาธารณะทุกประเภทไว้ในระดับเดิมให้นานที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อค่าครองชีพของประชาชน พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการเอกชน ให้ช่วยกันประคับประคองในช่วงวิกฤตนี้
ปลดล็อกน้ำมันสำรองและหนุนดีเซล B20 เพื่อป้องกันปัญหาขาดแคลน กระทรวงฯ ประสานงานเพื่อปรับลดสัดส่วนการสำรองน้ำมันตามกฎหมาย ทำให้มีน้ำมันหมุนเวียนในระบบเพิ่มขึ้น และเตรียมเปิดตัวน้ำมันดีเซล B20 ราคาพิเศษ สำหรับภาคขนส่ง ซึ่งจะมีราคาถูกกว่าน้ำมันดีเซลทั่วไปประมาณ 5 บาทต่อลิตร เพื่อลดต้นทุนการเดินรถ
นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า เข้าใจความเดือดร้อนของผู้ให้บริการ ที่ต้องแบกรับต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น แต่ขณะเดียวกันต้องปกป้องผู้โดยสารไม่ให้ได้รับผลกระทบจากการขึ้นค่าโดยสาร มาตรการที่ออกมาจึงมุ่งเน้นการลดต้นทุนที่ต้นทาง โดยเฉพาะการจัดจุดเติมน้ำมันพิเศษ สำหรับรถสาธารณะในทุกจังหวัด เพื่อให้มั่นใจว่ารถโดยสารจะมีน้ำมันเพียงพอและให้บริการได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้
นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคม ยังจัดตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมัน และผลกระทบต่อค่าขนส่งอย่างใกล้ชิด หากพบผู้ประกอบการรายใด ฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จะดำเนินการลงโทษขั้นสูงสุดทันที
อ่านข่าว :
ลดภาษีสรรพสามิต คือทางออก แก้ปัญหาราคาน้ำมันพุ่งสูง
สงครามตะวันออกกลางกระทบห่วงโซ่หัตถกรรมหมื่นล้านบาท
เกาะช้างรับมือวิกฤตพลังงาน นทท.ยันเที่ยวตามแผนแม้น้ำมันแพง-หาเติมยาก
แท็กที่เกี่ยวข้อง:
