เดือน เมษายน 2569 ขยับเข้ามาทุกขณะความร้อนเริ่มแผ่ปกคลุมทั่วประเทศจนทำให้หลายพื้นที่รู้สึกอบอ้าว เหงื่อไหลไม่ต่างจากสถานการณ์ด้านพลังงานที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในเวลานี้ เรียกได้ว่าในฤดูร้อนปีนี้
ฤดูร้อนของปี 2569 เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ก.พ. และคาดว่าจะยาวไปจนถึงกลางเดือน พ.ค. โดยภาพรวมอุณหภูมิมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง มีการคาดการณ์ว่าความร้อนปีนี้จะรุนแรงกว่าปี 2568 ในหลายพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน ลำปาง และตาก มีโอกาสเผชิญอุณหภูมิสูงเกิน 42 องศาเซลเซียส
ลักษณะอากาศในช่วงฤดูร้อนปีนี้จะมีความร้อนอบอ้าวเป็นระยะ สลับกับจะมีฝนฟ้าคะนอง หลายพื้นที่ในบางช่วง ซึ่งจะช่วยคลายความร้อนลงได้ และจะมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ในบางวัน อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยบริเวณประเทศไทยตอนบนอยู่ที่ 36-37 องศาเซลเซียส ซึ่งค่าปกติที่ 35.4 องศาเซลเซียส ขณะที่ปริมาณฝนรวมเฉลี่ยจะ ต่ำกว่าค่าปกติร้อยละ 30-40 องศาเซลเซียส
ย้อนอุณหภูมิ 7 วัน วันที่ 20 - 26 มี.ค. ร้อนจนเหงื่อตก จังหวัดไหนมากสุด
หากย้อนตรวจสอบข้อมูลอุณหภูมิ ในช่วงระหว่างวันที่ 20-26 มี.ค.ที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่าหลายพื้นที่ของไทยตอนบนเผชิญกับสภาพอากาศร้อนถึงร้อนจัดต่อเนื่อง โดยอุณหภูมิสูงสุดในบางพื้นที่แตะระดับ 39–41 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน
ข้อมูลรายวันสะท้อนภาพอากาศที่ร้อนจัดอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค. ที่วัดอุณหภูมิสูงสุดได้ 40.0 องศาเซลเซียส ที่ อ.เถิน จ.ลำปาง ขณะที่พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล วัดได้ 36.5 องศาเซลเซียส ที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
ต่อมาในวันที่ 21 มี.ค. อุณหภูมิสูงสุดวัดได้ 39.5 องศาเซลเซียส ที่ ต.บัวชุม อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล วัดได้ 37.0 องศาเซลเซียส ที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
วันที่ 22 มี.ค. อุณหภูมิยังคงอยู่ในระดับสูง โดยวัดได้ 39.7 องศาเซลเซียส ที่ อ.เถิน จ.ลำปาง ขณะที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล วัดได้ 38.0 องศาเซลเซียส ที่ อ.คลองหลวง
จากนั้นในวันที่ 24 มี.ค. อุณหภูมิสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 40.8 องศาเซลเซียส ที่ อ.เถิน จ.ลำปาง ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล วัดได้ 38.0 องศาเซลเซียส ที่ อ.คลองหลวง
วันที่ 25 มี.ค. ความร้อนยังคงทวีความรุนแรง โดยอุณหภูมิสูงสุดวัดได้ 41.1 องศาเซลเซียส ที่ อ.เถิน จ.ลำปาง ขณะที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล วัดได้ 38.5 องศาเซลเซียส ที่ อ.คลองหลวง
และล่าสุดวันที่ 26 มี.ค. อุณหภูมิสูงสุดของประเทศวัดได้ถึง 41.4 องศาเซลเซียส ที่ อ.เมืองตาก จ.ตาก ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล วัดได้ 38.5 องศาเซลเซียส ที่ อ.คลองหลวง
แนวโน้มอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องในช่วงเวลาดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงพีคของฤดูร้อน ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือน มี.ค. ต่อเนื่องไปถึงเดือน เม.ย.
ดังนั้น ประชาชนควรติดตามประกาศเตือนสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด และเตรียมรับมือกับสภาพอากาศที่อาจรุนแรงขึ้นในช่วงเดือน เม.ย. ซึ่งมักเป็นช่วงที่อุณหภูมิของประเทศไทยแตะระดับสูงสุดของปี
ปัจจัยใดอยู่เบื้องหลังอากาศร้อนผิดปกติ ในช่วงปี 2566 – 2568
ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา หลายพื้นที่ของโลก รวมถึงประเทศไทย ต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดต่อเนื่อง อากาศร้อนผิดปกติ ในช่วงปี 2566 – 2568 ไม่ได้เกิดขึ้นจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากหลายปัจจัยทางภูมิอากาศที่เกิดขึ้นพร้อมกัน กรมอุตุนิยมวิทยา อธิบายว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือปรากฏการณ์เอลนีโญในช่วงปี 2566 – 2568 เป็นเหตุการณ์ที่ค่อนข้างรุนแรง แต่ไม่ถือว่ารุนแรงที่สุด
อย่างไรก็ตาม นอกจากเอลนีโญแล้ว ความร้อนที่เพิ่มขึ้นของบรรยากาศในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ยังมีความเชื่อมโยงกับอุณหภูมิผิวน้ำทะเล (Sea Surface Temperature: SST) ขณะเดียวกัน ในปี 2567 และ 2568 การเปลี่ยนผ่านจากเอลนีโญไปสู่สภาวะเป็นกลางเกิดขึ้นช้ากว่าปกติและเปลี่ยนสู่ลานีญาแบบอ่อน
ด้วยเหตุนี้ 3 ปีที่ผ่านมา จึงร้อนผิดปกติจาก 2 ปัจจัยหลักได้แก่ ภาวะโลกร้อนจากกิจกรรมของมนุษย์ที่เร่งตัวขึ้น อุณหภูมิผิวน้าทะเลที่สูงเป็นพิเศษ
เมื่อพิจารณาภาพรวม จึงพบว่าอุณหภูมิที่สูงผิดปกติในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเกิดจาก ปัจจัยหลัก 2 ประการ ได้แก่ ภาวะโลกร้อนจากกิจกรรมของมนุษย์ที่เร่งตัวขึ้น อุณหภูมิผิวน้าทะเลที่สูงเป็นพิเศษ
เปิดไทม์ไลน์วัน-เวลาดวงอาทิตย์ตั้งฉาก 77 จังหวัด
นอกจากปัจจัยด้านภูมิอากาศแล้ว ในช่วงฤดูร้อนของไทยยังมีปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่มักถูกพูดถึง นั่นคือ "ดวงอาทิตย์ตั้งฉาก" เป็นช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์อยู่ตรงศีรษะพอดี ทำให้วัตถุที่อยู่กลางแจ้งดูเสมือนไร้เงา
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) ระบุว่า ในปี 2569 ดวงอาทิตย์จะเริ่มตั้งฉากครั้งแรกที่ อ.เบตง จ.ยะลา ในวันที่ 4 เม.ย.2569 เวลา ประมาณ 12.19 น. ทั้งนี้ อาจไม่ใช่วันที่ร้อนที่สุดของปี ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย จากนั้นตำแหน่งดวงอาทิตย์จะค่อย ๆ เคลื่อนตัวขึ้นไปทางเหนือ
ปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นไล่ลำดับในแต่ละพื้นที่ของประเทศ จนไปสิ้นสุดที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ในวันที่ 22 พ.ค. 2569 เวลาประมาณ 12.17 น. หลังจากนั้น และครั้งที่ 2 จะเริ่มจากพื้นที่ทางเหนือ แล้วไล่ลำดับลงมาทางใต้ จนสิ้นสุดที่ทางใต้สุดของประเทศ
ในช่วงวันและเวลาที่ดวงอาทิตย์ตั้งฉาก หากยืนอยู่กลางแจ้งหรือสังเกตวัตถุที่ตั้งอยู่กลางแดด จะเห็นว่าเงาของวัตถุจะตกอยู่ใต้ฐานพอดี จนดูเหมือนว่าวัตถุนั้น "ไม่มีเงา"
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าดวงอาทิตย์ตั้งฉากกับพื้นโลกส่งผลให้ได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์อย่างเต็มที่ แต่อุณหภูมิจะสูงที่สุดหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ปริมาณฝน เมฆ อิทธิพลจากมรสุม ความร้อนสะสม ฯลฯ ที่อาจส่งผลต่ออุณหภูมิ ดังนั้นจึงอาจไม่ใช่วันที่ร้อนที่สุดของปี
โลกมีลักษณะเป็นทรงกลม และมีแกนหมุนเอียงทำมุมประมาณ 23.5 องศากับแกนตั้งฉากระนาบวงโคจรรอบดวงอาทิตย์ ทำให้มุมในการรับแสงของดวงอาทิตย์ในแต่ละพื้นที่ของโลกแตกต่างกัน ส่งผลให้ปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ตั้งฉากไม่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกพื้นที่ของโลก แต่จะเกิดขึ้นเฉพาะประเทศบริเวณเขตร้อน ซึ่งอยู่ระหว่างละติจูด 23.5 องศาเหนือ หรือเส้นทรอปิกออฟแคนเซอร์ (Tropic of Cancer) ขอบเขตเหนือสุดที่ดวงอาทิตย์สามารถตั้งฉากเหนือศีรษะได้ ไปจนถึงละติจูด 23.5 องศาใต้ หรือเส้นทรอปิกออฟแคปริคอร์น (Tropic of Capricorn) ขอบเขตใต้สุดที่ดวงอาทิตย์สามารถตั้งฉากเหนือศีรษะ โดยตำแหน่งที่ดวงอาทิตย์ตั้งฉากจะเปลี่ยนแปลงไปตามการโคจรรอบดวงอาทิตย์ของโลกในรอบ 1 ปี บริเวณพื้นที่ดังกล่าว
สำหรับประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตร้อนระหว่างแนวละติจูด 5-20 องศาเหนือ ส่งผลให้ในหนึ่งปี ดวงอาทิตย์จะเคลื่อนผ่านใกล้จุดเหนือศีรษะ หรือตั้งฉากกับพื้นที่ดังกล่าวถึง 2 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 ช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. และครั้งที่ 2 ช่วงเดือนก.ค.-ก.ย. ซึ่งวันและเวลาที่เกิดปรากฏการณ์จะแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของผู้สังเกตบนโลก ทำให้แต่ละจังหวัดของประเทศไทยมีช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์ตั้งฉากไม่พร้อมกัน
อ้างอิงข้อมูล : กรมอุตุนิยมวิทยา, สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT)
ลดภาษีสรรพสามิต คือทางออก แก้ปัญหาราคาน้ำมันพุ่งสูง
เกาะช้างรับมือวิกฤตพลังงาน นทท.ยันเที่ยวตามแผนแม้น้ำมันแพง-หาเติมยาก
ปิดตำนาน! มหากาพย์ "ธัมมชโย" คดีฟอกเงิน 1.4 พันล้าน สุดท้ายรอด
แท็กที่เกี่ยวข้อง:
