คะแนนนิยม "ทรัมป์" ลดฮวบ สาเหตุจากสงครามในอิหร่านทำให้ประชาชนวิตก

ต่างประเทศ
07:23
จำนวนผู้ชม 2,765
คะแนนนิยม "ทรัมป์" ลดฮวบ สาเหตุจากสงครามในอิหร่านทำให้ประชาชนวิตก
ผลสำรวจความนิยมของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในหมู่ประชาชนชาวอเมริกัน ลดลงอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เขากลับเข้าสู่ทำเนียบขาวในเดือนมกราคมปีที่แล้ว โดยเฉพาะหลังการโจมตีอิหร่าน ทำให้ประชาชนวิตกเพิ่มขึ้น

วันนี้ (28 มี.ค.2569) สำนักข่าว BBC รายงานอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์วิเคราะห์การเลือกตั้ง The Downballot พบคะแนนนิยมในตัว โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ ลดลงอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เขากลับเข้าสู่ทำเนียบขาว เมื่อเดือน ม.ค.2568

BBC ระบุว่า แม้ว่าบางส่วนจะเป็นเรื่องปกติสำหรับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ดำรงตำแหน่งสมัยที่สอง แต่การลดลงของความนิยมในช่วงแรกของทรัมป์ ยังสะท้อนให้เห็นถึงความไม่พอใจของประชาชน ต่อราคาสินค้าที่สูงและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นประเด็นที่ผลักดันให้พรรคเดโมแครต ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งจำนวนมากขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา

โดนัลด์ ทรัมป์

โดนัลด์ ทรัมป์

จากข้อมูลของเว็บไซต์ The Downballot พรรคเดโมแครตทำได้ดีกว่า โดยเฉลี่ยร้อยละ 13 ในการเลือกตั้งพิเศษที่มีการแข่งขันในปี 2025 เมื่อเทียบกับเขตเลือกตั้งเดียวกันในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2024

นอกจากนี้ สงครามในอิหร่านยิ่งทำให้ความกังวลทางเศรษฐกิจเหล่านี้รุนแรงขึ้น โดยข้อมูลบริษัทสำรวจความคิดเห็น Ipsos พบว่า ร้อยละ 43 ของประชาชนชาวอเมริกัน เห็นด้วยกับการจัดการเศรษฐกิจของทรัมป์ ในช่วงเริ่มต้นของวาระที่ 2 ของเขา แต่ภายในวันที่ 23 มิ.ย.2568 ตัวเลขดังกล่าวลดลงเหลือร้อยละ 35 ซึ่งเป็นระดับที่คงที่ตลอดทั้งปี

BBC ระบุว่า นั่นเป็นคะแนนที่ต่ำกว่าคะแนนใดๆ ของ โจ ไบเดน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในช่วง 4 ปีที่เขาอยู่ในทำเนียบขาว ซึ่งเป็นช่วงที่ชาวอเมริกันต้องเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น หลังการระบาดของโควิด-19 และความวิตกกังวลทางเศรษฐกิจมีส่วนทำให้พรรคเดโมแครตพ่ายแพ้ในปี 2024 และทำให้พรรครีพับลิกัน ควบคุมตำแหน่งประธานาธิบดีและทั้ง 2 สภาของรัฐสภาในช่วงปีที่ผ่านมา ตอนนี้ดูเหมือนว่ามันกำลังฉุดรั้งคะแนนนิยมสุทธิของทรัมป์

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 28 ก.พ.2569 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของสงครามอิหร่าน มีชาวอเมริกันเพียงร้อยละ 42 เท่านั้นที่มีมุมมองเชิงบวกต่อประธานาธิบดี และในสัปดาห์นี้ ตัวเลขดังกล่าวลดลงเหลือร้อยละ 40 นั่นเป็นสถานการณ์ที่อันตรายสำหรับประธานาธิบดี ที่ดำรงตำแหน่งอยู่เพียง 7 เดือน ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม ของสภาคองเกรส ยิ่งสงครามกับอิหร่านยืดเยื้อออกไป ก็จะยิ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก และผลักดันราคาสินค้าอุปโภคบริโภคให้สูงขึ้นเท่าใด ความเสี่ยงก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

อ่านข่าว

"ทรัมป์" ยืดเส้นตายโจมตีโรงไฟฟ้าอิหร่านถึง 6 เม.ย. อ้างอิหร่านร้องขอ

อิหร่านยื่นเงื่อนไข 5 ข้อยุติสงคราม หลังปัดตกข้อเสนอ "ทรัมป์"

สหรัฐฯ เสริมกำลังพลชุดใหญ่ หนุนปฏิบัติการในตะวันออกกลาง