เปิดบันทึกประวัติศาสตร์ 10 อันดับแผ่นดินไหว "รุนแรงที่สุด" ที่โลกเคยจารึก

สังคม
09:00
จำนวนผู้ชม 685
เปิดบันทึกประวัติศาสตร์ 10 อันดับแผ่นดินไหว "รุนแรงที่สุด" ที่โลกเคยจารึก
28 มี.ค.69 ครบรอบ 1 ปีเหตุแผ่นดินไหวครั้งเมียนมา ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงถึงไทย สู่โศกนาฏกรรมตึก สตง. ถล่มกลางเมือง ชวนย้อนรอยเหตุการณ์ความสูญเสีย พร้อมจัดอันดับ 10 แผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์โลก

วันที่ 28 มี.ค.2569 นับเป็นวาระครบรอบ 1 ปีของเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่สั่นสะเทือนจากเมียนมาสู่ไทย ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นได้ฝากรอยแผลลึกไว้ในใจของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ โดยจุดเริ่มต้นเกิดจากแรงสั่นสะเทือนขนาด 8.2 ที่มีศูนย์กลางใกล้เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 28 มี.ค.2568

แรงสั่นไหวนี้ไม่เพียงแต่ทำลายล้างเมืองสำคัญในเมียนมา แต่ยังแผ่กระจายมาถึงกรุงเทพมหานครที่อยู่ห่างออกไปกว่า 1,100 กิโลเมตร ส่งผลให้เกิดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในเมียนมาที่มีผู้เสียชีวิตยืนยันกว่า 5,000 คน

เหตุการณ์ที่รุนแรงและสะเทือนขวัญคนไทยมากที่สุดในครั้งนั้น คือการพังถล่มของอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ความสูง 33 ชั้น ในเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โครงสร้างที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างได้ทรุดตัวลงท่ามกลางแรงสั่นไหวที่รุนแรงกว่าปกติในพื้นที่ดินอ่อนของกรุงเทพฯ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเปราะบางของอาคารสูงในเมืองหลวงต่อแผ่นดินไหวที่มีระยะไกล ซึ่งเกิดจากลักษณะธรณีวิทยาที่เป็นชั้นดินเหนียวหนาที่ช่วยขยายสัญญาณคลื่นแผ่นดินไหวให้รุนแรงขึ้นหลายเท่าตัว

อย่างไรก็ตาม ในประวัติศาสตร์ของประเทศไทยไม่ได้เผชิญกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อปี พ.ศ. 2568 เพียงครั้งเดียว แต่หากย้อนกลับไปในวันที่ 26 ธ.ค.2547 โลกและประเทศไทยได้เผชิญกับมหาพิบัติภัยที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งเท่าที่เคยมีมา เมื่อเกิดแผ่นดินไหวขนาด 9.1-9.3 บริเวณนอกชายฝั่งเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย แรงสั่นสะเทือนใต้พิภพในครั้งนั้นได้ก่อให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิพัดถล่มชายฝั่งมหาสมุทรอินเดียรวมถึง 6 จังหวัดชายฝั่งอันดามันของไทย คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 220,000 คนทั่วโลก และในประเทศไทยมียอดผู้เสียชีวิตกว่า 5,400 คน

ภัยพิบัติทั้ง 2 เหตุการณ์นี้ แม้จะเกิดคนละยุคสมัยและมีรูปแบบการทำลายล้างที่แตกต่างกัน ที่ครั้งหนึ่งคือคลื่นยักษ์จากมหาสมุทร และอีกครั้งคือแรงสั่นสะเทือนที่ทำให้ตึกถล่ม แต่สิ่งที่มีร่วมกันคือบทเรียนเรื่องการเฝ้าระวังและการเตรียมพร้อม

ข้อมูลทางธรณีวิทยาชี้ให้เห็นว่าทั้งรอยเลื่อนสะกาย (Sagaing Fault) ในเมียนมา และเขตรอยเลื่อนซุนดาเมกะทรัสต์ (Sunda Megathrust) ใต้ทะเล ล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ไทยต้องเผชิญอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง การทำความเข้าใจเกี่ยวกับสถิติแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดในโลกจึงไม่ใช่เพียงการย้อนอดีต แต่คือการเตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ภาพประกอบข่าว เปิดบันทึกประวัติศาสตร์ 10 อันดับแผ่นดินไหว

บันทึกธรรมชาติพิโรธ 10 อันดับแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดในโลก

อันดับ 1: วาลดีเวีย ชิลี พ.ศ.2503 (9.5) นี่คือแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยวัดได้ด้วยเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ โดยมีขนาด 9.5 แรงสั่นสะเทือนครั้งนี้ทำลายล้างพื้นที่เป็นวงกว้างและก่อให้เกิดคลื่นสึนามิที่เคลื่อนตัวข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกไปถึงฮาวาย ญี่ปุ่น และฟิลิปปินส์

เหตุการณ์นี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์ได้เรียนรู้เกี่ยวกับกลไกของ "เขตมุดตัว" (Subduction Zone) ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดแผ่นดินไหวขนาดมหึมาที่เปลี่ยนโฉมหน้าความรู้ด้านธรณีวิทยาไปตลอดกาล

อันดับ 2: ปรินซ์วิลเลียมซาวด์ รัฐอะแลสกา สหรัฐอเมริกา พ.ศ.2507 (9.2) เป็นแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา โดยแรงสั่นสะเทือนยาวนานถึง 4-5 นาที ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของแผ่นดินอย่างมหาศาล บางพื้นที่ทรุดตัวลงขณะที่บางพื้นที่ยกตัวขึ้นสูงถึง 15 เมตร

เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดคลื่นสึนามิขนาดใหญ่ที่ทำลายล้างเมืองชายฝั่งในอะแลสกาและสร้างความเสียหายไกลถึงรัฐแคลิฟอร์เนีย

อันดับ 3: เกาะสุมาตรา มหาสมุทรอินเดีย พ.ศ. 2547 (9.1-9.3) แผ่นดินไหวครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมสึนามิวันบ็อกซิ่งเดย์ (Boxing Day Tsunami) ที่มีผู้เสียชีวิตมากถึง 227,898 คนใน 14 ประเทศ แรงสั่นสะเทือนทำให้เปลือกโลกเคลื่อนที่ไปเป็นระยะทางกว่า 1,200-1,300 กม. และสั่นสะเทือนยาวนานกว่า 10 นาที ซึ่งยาวนานที่สุดเท่าที่เคยบันทึกได้ พลังงานที่ปล่อยออกมามหาศาลจนทำให้แกนหมุนของโลกสั่นไหวและวันเวลาสั้นลงไปชั่วขณะ

ในประเทศไทย 6 จังหวัดชายฝั่งอันดามันได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะที่เขาหลัก จ.พังงา ซึ่งมีระดับคลื่นซัดฝั่งสูงที่สุดในประเทศ เหตุการณ์นี้ถือเป็นภัยธรรมชาติที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย และเป็นจุดเริ่มต้นของการติดตั้งระบบแจ้งเตือนภัยสึนามิในมหาสมุทรอินเดียเป็นครั้งแรก

อันดับ 4: โทโฮคุ ญี่ปุ่น พ.ศ.2554 (9.1) แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ใต้ทะเลนอกชายฝั่งแปซิฟิกของญี่ปุ่น ก่อให้เกิดคลื่นสึนามิขนาดมหึมาที่ซัดทำลายเมืองชายฝั่งและนำไปสู่มหันตภัยนิวเคลียร์ที่ฟุกุชิมะ ญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศที่มีระบบป้องกันแผ่นดินไหวดีที่สุดในโลกยังต้องเผชิญกับความสูญเสียมหาศาล โดยมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจพุ่งสูงกว่า 220,000 ดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นแผ่นดินไหวที่มีมูลค่าความเสียหายสูงที่สุดในโลก

แผ่นดินไหวครั้งนี้ไม่เพียงแต่สั่นสะเทือนพื้นดิน แต่ยังเปลี่ยนตำแหน่งของเกาะหลักของญี่ปุ่น (เกาะฮอนชู) ให้เคลื่อนที่ไปทางตะวันออกถึง 2.4 เมตร เป็นเครื่องเตือนใจว่า แม้จะมีการเตรียมพร้อมที่ดีที่สุดเพียงใด พลังของธรรมชาติก็ยังสามารถสร้างความเสียหายที่เกินความคาดหมายได้เสมอ

ภาพประกอบข่าว เปิดบันทึกประวัติศาสตร์ 10 อันดับแผ่นดินไหว

อันดับ 5: คาบสมุทรคัมชัตคา รัสเซีย พ.ศ.2495 (9.0) เป็นแผ่นดินไหวขนาด 9.0 ครั้งแรกที่โลกเคยบันทึกได้ด้วยเครื่องมือ ศูนย์กลางอยู่ในพื้นที่ห่างไกลแต่พลังของมันได้สร้างคลื่นสึนามิขนาดใหญ่ที่มีความสูงถึง 13-18 เมตร ซัดถล่มชายฝั่งรัสเซียและแผ่กระจายไปทั่วมหาสมุทรแปซิฟิก สร้างความเสียหายให้กับหมู่บ้านชาวประมงและฐานทัพเรืออย่างหนัก

อันดับ 6: คาสคาเดีย อเมริกาเหนือ พ.ศ.2243 (8.7–9.2) เป็นแผ่นดินไหวขนาดมหึมาที่เกิดในยุคก่อนประวัติศาสตร์สมัยใหม่ แต่ได้รับการยืนยันความรุนแรงผ่านหลักฐานทางธรณีวิทยาและการบันทึกสึนามิที่ไร้เสียงเตือน (Orphan Tsunami) ในญี่ปุ่น แรงสั่นสะเทือนทำให้แนวชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของอเมริกาเหนือลดระดับลงอย่างกะทันหัน จนพื้นที่ป่าชายเลนกลายเป็น "ป่าร้าง" (Ghost Forests) ซึ่งยังคงเป็นหลักฐานให้เห็นจนถึงปัจจุบัน

อันดับ 7: อาริกา เปรู (ปัจจุบันอยู่ในชิลี) พ.ศ.2411 (8.5–9.0) เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่สร้างความวิปโยคไปทั่วชายฝั่งอเมริกาใต้ แรงสั่นสะเทือนทำลายล้างเมืองอาริกาจนเกือบราบคาบ ตามมาด้วยสึนามิขนาดใหญ่ที่ซัดซากเรือขนาดใหญ่ขึ้นไปค้างบนฝั่งลึกหลายร้อยเมตร หลักฐานจากการบันทึกความเสียหายชี้ว่าความรุนแรงอาจสูงถึง 9.0 ซึ่งแสดงถึงพลังงานมหาศาลของรอยเลื่อนในเขตมุดตัวเปรู-ชิลี

อันดับ 8: ชายฝั่งยะไข่ เมียนมา พ.ศ.2305 (8.5–8.8) แผ่นดินไหวครั้งประวัติศาสตร์ในภูมิภาคเพื่อนบ้านของเรา เกิดจากการมุดตัวของแผ่นอินเดียใต้แผ่นเมียนมา เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ชายฝั่งทะเลบางส่วนยกตัวขึ้นถาวรหลายเมตร และเกิดการเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์ครั้งใหญ่ในอ่าวเบงกอล เป็นการย้ำเตือนว่ารอยเลื่อนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถผลิตแผ่นดินไหวระดับ Megathrust ได้เช่นกัน

อันดับ 9: เกาะสุมาตรา อินโดนีเซีย พ.ศ.2555 (8.6)เกาะสุมาตราเป็นแหล่งกำเนิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในปี พ.ศ. 2555 ที่เกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.6 ซึ่งส่งแรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ทั่วประเทศไทย ทั้งภาคใต้ ภาคกลาง และภาคอีสาน แม้ในครั้งนั้นจะไม่เกิดสึนามิขนาดใหญ่เนื่องจากเป็นรอยเลื่อนแบบแนวราบ แต่ก็สร้างความตื่นตระหนกและเป็นการย้ำเตือนถึงพลังของรอยเลื่อนในมหาสมุทรอินเดียที่ส่งผลต่อไทยโดยตรง

อันดับ 10: มัณฑะเลย์-สะกาย เมียนมา พ.ศ.2568 (7.7–8.2) แม้ในเชิงตัวเลขขนาดแผ่นดินไหวอาจดูน้อยกว่าอันดับต้น ๆ แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยและเมียนมาในยุคปัจจุบันนั้นรุนแรงมหาศาล ด้วยลักษณะการเลื่อนตัวแบบ Supershear ที่เคลื่อนที่เร็วกว่าเสียง และการสะสมพลังงานที่ยาวนานบนรอยเลื่อนสะกาย ทำให้เกิดการทำลายล้างที่รุนแรงในพื้นที่ดินอ่อนอย่างกรุงเทพฯ จนตึก สตง. ถล่ม และมีผู้เสียชีวิตในภูมิภาคกว่า 5,000 คน

ที่มาข้อมูล : GEOLOGICAL EFFECTS AND GROUND MOTIONS IN THAILAND FROM THE 2025 MW 7.7 MANDALAY EARTHQUAKE: IMPLICATIONS FOR REGIONAL HAZARD AND RISK REDUCTION, M7.7 Earthquake in Myanmar and Thailand

อ่านข่าวอื่น :

เรือเฟอร์รี่ เกาะสมุย-พะงัน ปรับขึ้นราคาหลังน้ำมันดีเซลพุ่ง 6 บาท

รฟท.เปิดจองตั๋วรถไฟเสริมพิเศษ 27 มี.ค. เวลา 08.30 น. รับหยุดยาวสงกรานต์

"กลุ่มหนุนรัฐบาลอิหร่าน" ชุมนุมในกรุงเตหะรานคัดค้านเจรจาสหรัฐฯ

มีคำตอบ! ผอ.กองทุนน้ำมันปรับราคากลางดึก ยันป้องกันกักตุน