"เอกนิติ" ชี้แจงเลิกอุดหนุนราคาน้ำมันป้องกันซ้ำรอยวิกฤตปี 40

การเมือง
11:51
จำนวนผู้ชม 1,088
"เอกนิติ" ชี้แจงเลิกอุดหนุนราคาน้ำมันป้องกันซ้ำรอยวิกฤตปี 40
"เอกนิติ" ชี้แจงเลิกใช้เงินอุดหนุนกองทุนน้ำมัน เพื่อป้องกันเศรษฐกิจประเทศไม่ให้ซ้ำรอยวิกฤตปี 40 ขณะที่ "อรรถพล" ยืนยันไทยมีสำรองน้ำมันไทยยังเพียงพอถึง 107 วัน เตรียมแผนรับประชาชนเดินทางช่วงสงกรานต์

วันนี้ (28 มี.ค.2569) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวในงาน Meet the Press "1 เดือนในวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม" ว่า วิกฤตในตะวันออกกลางนำมาสู่ผลกระทบด้านพลังงาน รัฐบาลใหม่จึงใช้ "กองทุนน้ำมัน" ซึ่งเป็นเครื่องมือกลไกดูแลรักษาเสถียรภาพ และชะลอผลกระทบกับประชาชนในช่วง 15 วัน เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

นายเอกนิติ กล่าวว่า แต่สถานการณ์ไม่ได้จบลงในเวลาอันรวดเร็ว ทุกประเทศได้รับผลกระทบและประเทศส่วนใหญ่เลือกไม่ฝืนสภาพความเป็นจริง เช่น เรื่องราคาน้ำมัน หลายประเทศปล่อยให้ราคาน้ำมันลอยตัวตามตลาด แต่ประเทศไทยเลือกจะไม่ปล่อยตามกลไกตลาดทั้งหมด จึงใช้กองทุนน้ำมันเข้ามาช่วยรักษาเสถียรภาพ โดยให้กองทุนน้ำมันขาดทุนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อดูแลไม่ให้ผลกระทบของราคาน้ำมันในตลาดโลกกระทบกับประชาชนอย่างรุนแรง จึงอุดหนุนอย่างเต็มที่ในช่วงแรกและค่อยๆ ลดการอุดหนุน

หากไม่ลดการอุดหนุน กองทุนน้ำมันจะขาดทุนโดยไม่จำกัด และจะทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งจะเกิดผลกระทบอย่างรุนแรง ไม่ใช่แค่วิกฤตพลังงาน แต่จะเกิดเหมือนวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 จึงตัดสินใจเลิกอุดหนุนราคาน้ำมัน เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤตซ้อนวิกฤต แต่อย่างไรก็ตามยังมีการอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซล ต่างจากประเทศอื่นในอาเซียนที่ปล่อยให้ลอยตัว ทำให้ราคาน้ำมันในไทยต่ำกว่าประเทศในอาเซียน

ในชีวิตไม่เคยเห็นราคาน้ำมันไทยต่ำกว่ามาเลเซีย แต่ทุกคนต้องปรับตัว รัฐบาลต้องลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน เพราะเราไม่รู้ว่าวิกฤตครั้งนี้จะนานเท่าไหร่ เราต้องเตรียมความพร้อม

นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า กองทุนน้ำมันเป็นเครื่องมือเดียวที่ดูแลไม่ให้ราคาน้ำมันสูงเกินไป ขณะที่ยังมีกลุ่มคนอีกมากที่ไม่ได้ใช้รถหรือไม่ได้ใช้น้ำมันโดยตรง แต่ได้รับผลกระทบ หากเอาเงินทั้งหมดไปอุ้มหรือไปแทรกแซงราคาน้ำมัน กลุ่มคนที่ได้ประโยชน์โดยตรงคือกลุ่มคนใช้รถและใช้น้ำมันในการผลิต แต่ยังมีกลุ่มคนที่ไม่ได้ใช้ ฉะนั้นต้องใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดเพื่อดูแลประชาชนทุกกลุ่ม

ภาพประกอบข่าว

รมว.พลังงาน ยันสำรองน้ำมันไทยยังเพียงพอถึง 107 วัน

ขณะที่ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณสำรองน้ำมันรวม ทั้งน้ำมันสำเร็จรูป น้ำมันตามกฎหมาย น้ำมันจากการค้าและน้ำมันดิบ รวมกันสูงถึง 107 วัน พร้อมยืนยันตารางการเดินเรือบรรทุกน้ำมันที่จะเข้าสู่ไทยชัดเจนไปจนถึงเดือน พ.ค. โดยในเดือน เม.ย.นี้ จะมีน้ำมันเข้ามาเต็มจำนวนที่ต้องใช้คือ 24 ล้านบาร์เรล ขณะที่ยอดสั่งซื้อในเดือน พ.ค.ได้รับการยืนยันมาอย่างต่อเนื่อง และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงขอให้ประชาชนมั่นใจว่า น้ำมันจะมีเพียงพอต่อความต้องการ

รมว.พลังงาน กล่าวต่อว่า สถานการณ์เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทันทีที่เกิดปัญหา โดยมาตรการแรกที่ดำเนินการคือการ "ระงับส่งออกน้ำมัน" เพื่อกักเก็บทรัพยากรไว้ใช้ภายในประเทศในช่วงที่ประชาชนยังไม่ตื่นตระหนก นอกจากนี้ ยังออกมาตรการเสริมความแข็งแกร่งของระบบ ทั้งการตรวจสอบสต็อกเข้มข้น โดยตรวจสอบคลังน้ำมันและผู้ค้าตามมาตรา 7 อย่างใกล้ชิด ปรับเทคนิคการกลั่น ประสานโรงกลั่นให้เพิ่มกำลังการผลิตดีเซล โดยสลับสัดส่วนจากน้ำมันเครื่องบินที่มีความต้องการน้อยลง มาเพิ่มอัตราการผลิตน้ำมันดีเซลแทน

ผ่อนคลายเกณฑ์สำรอง ที่ลดสัดส่วนการสำรองน้ำมันสำเร็จรูปนำเข้าจาก 7% เหลือเพียง 1% เพื่อจูงใจให้มีการนำเข้ามาเสริมในระบบช่วงที่ความต้องการพุ่งสูงเกินปกติ อีกทั้งหาพลังงานทางเลือก เช่น เพิ่มสัดส่วนน้ำมันชีวภาพ ทั้งกลุ่มเบนซิน E20 และดีเซลที่ปรับจาก B5 เป็น B7 รวมถึงเพิ่มทางเลือก B10 และ B20

รมว.พลังงาน กล่าวอีกว่า ขณะที่ด้านการกำกับดูแลราคาและปริมาณ สั่งการให้โรงกลั่นและผู้ค้าต้องปิดประกาศราคาหน้าคลังน้ำมันเพื่อป้องกันการค้ากำไรเกินควร พร้อมส่งทีมตรวจการณ์ร่วมกับหลายภาคส่วนเข้าตรวจสอบคลังน้ำมันครบทั้ง 53 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงถังเก็บสำรอง 589 ถัง และสถานีบริการน้ำมันอีกกว่า 2,000-3,000 แห่ง

ภาพประกอบข่าว

นายอรรถพล ยังชี้แจงเรื่องราคาน้ำมันดิบที่เป็นสต็อกเดิม แต่เหตุใดจึงปรับขึ้นตามราคาตลาดโลกว่า เป็นไปตามกลไกสากล เช่นเดียวกับราคาทองคำ หากคิดตามราคาสต็อกเก่าในช่วงขาขึ้น เมื่อราคาน้ำมันโลกปรับลดลงแต่น้ำมันดิบที่ซื้อมาเป็นราคาสูงในช่วงสงคราม ประชาชนก็จะต้องซื้อน้ำมันแพงในวันที่ตลาดโลกลดลงเช่นกัน ดังนั้นการอ้างอิงราคาตลาดปัจจุบัน จึงเป็นระบบที่ยุติธรรมที่สุดและใช้กันทั่วโลก

สำหรับประเด็นค่าการกลั่นและภาษีลาภลอย กระทรวงพลังงานไม่ได้นิ่งนอนใจ ตั้งคณะกรรมการร่วม 3 กระทรวง (พลังงาน, คลัง, พาณิชย์) ตรวจสอบโครงสร้างต้นทุนที่แท้จริง โดยเฉพาะราคา War Premium ที่สูงขึ้นจากผลกระทบสงคราม เพื่อนำข้อมูลไปหักลบและส่งต่อให้กระทรวงการคลัง พิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสม

รมว.พลังงาน ยืนยันว่า ปัจจุบันสถานการณ์ดีขึ้นตามลำดับ จากเดิมที่มีปั๊มน้ำมันต้องปิดตัวลงกว่า 2,082 แห่งในช่วงวิกฤต ขณะนี้เหลือเพียง 300 กว่าแห่งเท่านั้นที่ยังขาดน้ำมัน โดยขณะนี้โรงกลั่นเดินเครื่องเต็มกำลังผลิตเกิน 100% และเร่งกระจายน้ำมันไปยังจ็อบเบอร์ เพื่อส่งต่อไปยังสถานีบริการขนาดเล็กและอุตสาหกรรมเพื่อลดความแออัด

สำหรับช่วงเทศกาลสงกรานต์ กระทรวงพลังงานเตรียมความพร้อมแอปพลิเคชัน Fuel-Now ที่ให้ประชาชนตรวจสอบพิกัดและสถานะน้ำมันได้กว่า 10,000 สถานี เพิ่มการนำเข้า โดย OR เตรียมนำเข้าดีเซลเพิ่ม 14 ล้านลิตร รวมถึงเชลล์และบางจาก จะนำเข้าเบนซินเข้ามาเสริม พร้อมทั้งเตรียมพร้อมรถขนส่งเพื่อส่งน้ำมันสำรองในจุดเสี่ยงที่มีการจำหน่ายสูง รวมถึงประสานกระทรวงมหาดไทย-คมนาคม ดูแลจุดบริการน้ำมันสำหรับรถโดยสารสาธารณะข้ามจังหวัด

ส่วนสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง นายอรรถพล ระบุว่า ปัจจุบันยังคงทำหน้าที่อุดหนุนราคาดีเซล แม้สถานะจะติดลบกว่า 38,000 ล้านบาท และมีเงินไหลออกเฉลี่ยวันละ 1,300 ล้านบาท แต่รัฐบาลจะบริหารจัดการอย่างสุดความสามารถ เพื่อให้ประชาชนเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้อย่างสะดวก

อ่านข่าว

"อนุทิน" ขอโทษประชาชน ปมบริหารราคาน้ำมันสร้างความปั่นป่วน

“พิพัฒน์” กางแผนเยียวยาภาคขนส่ง-รถโดยสารสาธารณะ-จยย.รับจ้าง-ไรเดอร์

ปธ.สหพันธ์ขนส่งฯ เผยปรับขึ้นค่าขนส่ง 1 เม.ย.ลั่นแบกต้นทุนน้ำมันไม่ไหว