เตือนภัยโจรกรรมบัตรเครดิต ช่วงเดินทางพุ่ง 80 เคส เสียหายกว่า 8 ล้านบาท

อาชญากรรม
16:30
จำนวนผู้ชม 609
เตือนภัยโจรกรรมบัตรเครดิต ช่วงเดินทางพุ่ง 80 เคส เสียหายกว่า 8 ล้านบาท
ตม. เตือนภัยโจรกรรมบัตรเครดิตช่วงเดินทาง พุ่ง 80 เคส เสียหายกว่า 8 ล้านบาท เคทีซีแนะเก็บบัตรไว้กับตัว พร้อมใช้ฟีเจอร์ควบคุมผ่านแอปลดความเสี่ยง  

วันนี้ (30 มี.ค.2569) พ.ต.อ.พงศ์ธร พงศ์รัชตนันทน์ รอง ผบก.ตม.2 และโฆษก บก.ตม.2 เปิดเผยว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ออกประกาศเตือนนักเดินทาง หลังพบแนวโน้มการโจรกรรมบัตรเครดิตบนเครื่องบินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และส่วนใหญ่เกิดในเที่ยวบินระหว่างประเทศระยะสั้นไม่เกิน 3 ชั่วโมง ข้อมูล18 สถาบันการเงินพบความเสียหายมากกว่า 80 กรณี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 8 ล้านบาท

พ.ต.อ.พงศ์ธร พงศ์รัชตนันทน์ รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 และโฆษก บก.ตม.2

พ.ต.อ.พงศ์ธร พงศ์รัชตนันทน์ รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 และโฆษก บก.ตม.2

รอง ผบก.ตม.2 กล่าวต่อว่า ตม.เตรียมดำเนินมาตรการตามแนวคิด สามเหลี่ยมอาชญากรรม ซึ่งประกอบด้วย เหยื่อ–โอกาส–คนร้าย โดยมุ่งลด โอกาส ที่จะเกิดเหตุผ่านการประชาสัมพันธ์เชิงรุกทั้งช่องทางออนไลน์และภายในสนามบิน พร้อมประสานสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยและสายการบิน เพื่อเพิ่มบทบาทลูกเรือในการแจ้งเตือนผู้โดยสารและเฝ้าระวังพฤติกรรมต้องสงสัยระหว่างการเดินทาง ขอให้ผู้โดยสารเพิ่มความระมัดระวังในการเก็บทรัพย์สินมีค่า และตรวจสอบสัมภาระอย่างสม่ำเสมอระหว่างการเดินทาง

ภาพประกอบข่าว เตือนภัยโจรกรรมบัตรเครดิต ช่วงเดินทางพุ่ง 80 เคส เสียหายกว่า 8 ล้านบาท

ด้านนายไรวินทร์ วรวงษ์สถิตย์ ประธานชมรมป้องกันทุจริตบัตรเครดิต และผู้บริหารสูงสุดสายงานควบคุมงานปฏิบัติการและปฏิบัติการร้านค้าเคทีซี กล่าวว่า รูปแบบการก่อเหตุที่พบมากคือ มิจฉาชีพอาศัยจังหวะที่ผู้โดยสารเผลอหรือนอนหลับ แอบเปิดกระเป๋าสัมภาระที่วางบนช่องเหนือศีรษะ ซึ่งมักไม่อยู่ในตำแหน่งตรงกับที่นั่งของเจ้าของ ก่อนนำบัตรไปใช้ทำธุรกรรมผ่านโทรศัพท์มือถือทันทีหลังลงจากเครื่อง

นายไรวินทร์ วรวงษ์สถิตย์ ประธานชมรมป้องกันทุจริตบัตรเครดิต และผู้บริหารสูงสุดสายงานควบคุมงานปฏิบัติการและปฏิบัติการร้านค้าเคทีซี

นายไรวินทร์ วรวงษ์สถิตย์ ประธานชมรมป้องกันทุจริตบัตรเครดิต และผู้บริหารสูงสุดสายงานควบคุมงานปฏิบัติการและปฏิบัติการร้านค้าเคทีซี

โดยกรณีดังกล่าวมักถูกจัดอยู่ในกลุ่มบัตรหาย เนื่องจากบัตรไม่ได้อยู่ในความครอบครองของลูกค้าในช่วงเกิดรายการ ขณะเดียวกันเทคโนโลยีการชำระเงินที่รวดเร็ว แม้ช่วยเพิ่มความสะดวกให้ผู้บริโภค ก็อาจกลายเป็นช่องทางให้ผู้ไม่หวังดีฉวยโอกาสได้เช่นกัน ดังนั้น การบริหารความเสี่ยงจึงต้องเกิดขึ้นทั้งจากพฤติกรรมของผู้ใช้และเครื่องมือทางการเงินควบคู่กัน

สำหรับแนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับการเติบโตของสังคมไร้เงินสด (cashless society) ที่ทำให้การใช้จ่ายสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น ขณะเดียวกันก็เพิ่มความเสี่ยง หากผู้ถือบัตรขาดความระมัดระวัง โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ไม่สามารถดูแลทรัพย์สินได้อย่างใกล้ชิด เช่น ระหว่างการเดินทาง ซึ่งมี 4 วิธีลดความเสี่ยงโจรกรรมบัตรระหว่างเดินทาง เช่น เก็บบัตรไว้กับตัวตลอดเวลา หลีกเลี่ยงการเก็บบัตรในกระเป๋าที่วางบนช่องสัมภาระเหนือศีรษะ ซึ่งอยู่นอกสายตา ใช้ฟีเจอร์ควบคุมบัตรผ่านแอปพลิเคชัน เช่น การบล็อกบัตรชั่วคราว (Temporary Block) และการกำหนดวงเงินการใช้จ่าย (Spending Control) เพื่อจำกัดความเสี่ยง   

รวมถึงการเปิดแจ้งเตือนธุรกรรมแบบเรียลไทม์ เพื่อตรวจสอบความเคลื่อนไหวของบัญชี และรับรู้ความผิดปกติได้ทันที แจ้งแผนการเดินทางล่วงหน้า เพื่อช่วยให้ระบบสามารถตรวจจับธุรกรรมที่ผิดปกติได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ทั้งนี้การป้องกันความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพที่สุด คือการผสานระหว่างความระมัดระวังของผู้ใช้ และการใช้เครื่องมือทางการเงินอย่างเหมาะสม เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างปลอดภัยและไร้กังวล           

 

อ่านข่าว:

เตือนภัยมิจฉาชีพ อาศัยกระแสสงครามหลอกแจก "คูปองเติมน้ำมันฟรี" ลวงคลิกลิงก์ดูดเงิน

กสทช.สั่งค่ายมือถือระงับ 495 ซิมปมมิจฉาชีพสแกนข้อมูลเด็กส่งสแกมเมอร์

เตือนอีกครั้ง มิจฉาชีพ แอบอ้างแจ้งคืนภาษี  ย้ำไม่มีนโยบายส่งอีเมล