อิหร่านยืนยัน "ตังซีรี" ผู้สั่งปิด "ฮอร์มุซ" ถูกอิสราเอลเล็งเป้าโจมตีเสียชีวิต

ต่างประเทศ
16:26
จำนวนผู้ชม 778
อิหร่านยืนยัน "ตังซีรี" ผู้สั่งปิด "ฮอร์มุซ" ถูกอิสราเอลเล็งเป้าโจมตีเสียชีวิต
อิหร่านยืนยันการเสียชีวิตของ อาลีเรซา ตังซีรี ผู้บัญชาการกองทัพเรือ IRGC ผู้สั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังถูกกองทัพอิสราเอลโจมตี แม้เป็นความสูญเสียครั้งสำคัญ แต่อิหร่านยังยืนยันปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะเรือสหรัฐฯ อิสราเอล และพันธมิตร

วันนี้ (30 มี.ค.2569) ตามประกาศอย่างเป็นทางการจากอิหร่าน ยืนยันการเสียชีวิตของ นายพล อาลีเรซา ตังซีรี ผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพเรือ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC Navy) หลังจากเกิดเหตุโจมตีแบบเล็งเป้า โดยกองทัพอิสราเอล (IDF)

ทั้งฝ่ายอิหร่านและอิสราเอลต่างยอมรับและยืนยันการสังหารนายพลตังซีรี โดยอิสราเอลระบุว่า ปฏิบัติการนี้เป็นปฏิบัติการสังหารที่ร้ายแรงและแม่นยำ ขณะที่เบนจามิน เนทันยาฮู นายกฯ อิสราเอล กล่าวถึงนายพลตังซีรีว่า "มีเลือดติดมือมากมาย" โดยอ้างอิงถึงบทบาทที่ถูกกล่าวหาในการเกี่ยวข้องกับกิจกรรม ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อความมั่นคงทางทะเล

ฝ่ายสหรัฐฯ ยังแสดงความเห็นว่า การเสียชีวิตของนายพลตังซีรี เป็นการเคลื่อนไหวที่ช่วยสนับสนุนให้ภูมิภาคมีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

นายพล อาลีเรซา ตังซีรี ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองทัพเรือ IRGC ซึ่งเป็นหน่วยกำลังทหารที่มีบทบาทเชิงยุทธศาสตร์สูงภายในโครงสร้างทางทหารของอิหร่าน รับผิดชอบดูแลปฏิบัติการทางทะเลที่แตกต่างจากกองทัพเรือปกติ โดยมีลักษณะการปฏิบัติการที่ไม่เป็นทางการและดำเนินการทางลับ

ภายใต้การนำของเขา กองทัพเรือ IRGC ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมในการประสานงาน การโจมตีเรือพาณิชย์และเรือทหารที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงการบังคับใช้การปิดกั้นเส้นทางเดินเรือดังกล่าว ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการค้าสากล และความมั่นคงทางทะเลในภูมิภาค

ช่องแคบฮอร์มุซ ถือเป็นจุดคอขวดทางทะเลที่สำคัญ โดยมีปริมาณน้ำมันราว 1 ใน 5 ของโลกถูกขนส่งผ่านพื้นที่นี้ การปฏิบัติการของนายพลตังซีรี รวมถึงการวางทุ่นระเบิดทางทะเลและการใช้ยานพาหนะใต้น้ำไร้คนขับขนาดเล็ก สร้างสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงสูง จนทำให้บริษัทประกันภัยระหว่างประเทศหลายแห่ง ปฏิเสธที่จะให้ความคุ้มครองแก่เรือที่เดินทางผ่านช่องแคบดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายวิเคราะห์ว่าการสูญเสียผู้นำระดับสูงอย่างนายพลตังซีรี แม้จะเป็นความเสียหายเชิงยุทธวิธีที่สำคัญ แต่ไม่น่าจะนำไปสู่การยุติภัยคุกคามโดยสิ้นเชิง เนื่องจากโครงสร้างของ IRGC มีลักษณะกระจายอำนาจและมีระบบบัญชาการแบบหลายชั้น ที่ออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่นสูง ทำให้สามารถแทนที่ผู้นำ และดำเนินปฏิบัติการต่อไปได้อย่างรวดเร็ว แม้จะเกิดช่องว่างในการบัญชาการชั่วคราวก็ตาม

ในมิติที่กว้างขึ้น การสังหารนายพลตังซีรี ถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งระหว่าง 2 ฝ่าย (ฝ่ายอิหร่าน และ สหรัฐฯ-อิสราเอล) และอาจมีผลกระทบต่อพลวัตความมั่นคงในตะวันออกกลาง รวมถึงตลาดพลังงานโลกที่อาจเผชิญกับความผันผวนเพิ่มเติม แม้จะเป็นชัยชนะเชิงยุทธวิธีสำหรับอิสราเอล แต่ความมุ่งมั่นของอิหร่านในการรักษาแรงกดดันในภูมิภาคยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

อ่านข่าวอื่น :

"เนทันยาฮู" อนุญาตให้ "พระสังฆราชลาตินแห่งเยรูซาเลม" เข้าโบสถ์พระสุสานศักดิ์สิทธิ์ได้แล้ว

จุดความร้อนพุ่ง 610 จุด "แม่ฮ่องสอน" ปัญหาพื้นที่ซับซ้อนดับไฟป่ายาก

จับ "2 พ่อลูก" ต้องสงสัยใช้ M16 ยิงถล่มรถ สส.กมลศักดิ์ ที่นราธิวาส