วันนี้ (30 มี.ค.2569) นายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ไฟป่าอย่างใกล้ชิดใน ต.เมืองแปง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน โดยเปิดเผยว่าสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ดังกล่าวยังคงมีความซับซ้อนและยากต่อการควบคุมมากกว่าที่คาดคิด เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาและปัจจัยทางธรรมชาติอื่น ๆ ทำให้การเข้าถึงพื้นที่และการดับไฟป่าต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
รองผู้ว่าราชการจังหวัดได้เน้นย้ำถึงการบูรณาการร่วมกันระหว่างภาครัฐ หน่วยงานท้องถิ่น และภาคประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยในเบื้องต้นได้จัดทำแนวกันไฟเพื่อจำกัดการลุกลามของเพลิง ประกอบกับการปฏิบัติการดับไฟภาคสนามโดยเจ้าหน้าที่ป่าไม้ อาสาสมัคร และชาวบ้านในพื้นที่ร่วมกัน นอกจากนี้ ยังมีการระดมทรัพยากรและเครื่องมือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานอย่างเต็มรูปแบบ
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน โดยมอบแนวทางปฏิบัติที่เน้นย้ำให้ควบคุมสถานการณ์อย่างรวดเร็ว แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และทีมงานเป็นลำดับแรก หากสถานการณ์เกินขีดความสามารถของพื้นที่ ให้เร่งประสานขอรับการสนับสนุนจากระดับจังหวัดทันที เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที
นอกจากนี้ ยังสั่งการให้มีการรายงานผลการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินสถานการณ์รายวันและวางแผนรับมือตามระดับความรุนแรงของไฟป่าที่อาจเกิดขึ้นในช่วงฤดูแล้งที่เหลือ
ขณะที่สถานการณ์ไฟป่าล่าสุดในเช้าวันที่ 30 มี.ค.2569 ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า จ.แม่ฮ่องสอน รายงานจุดความร้อน (Hotspot) จากดาวเทียม Suomi NPP ระบบ VIIRS ประจำวันที่ 30 มี.ค.2569 รอบเช้า เวลา 02:01 น. พบจุดความร้อนจำนวน 610 จุด ซึ่งส่งผลให้เกิดหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) เกินค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ อ.ปาย
จากข้อมูล 10 อันดับพื้นที่ที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดของประเทศไทย ประจำวันที่ 29 มี.ค.2569 (ข้อมูลจากเพจเที่ยวแม่ฮ่องสอน) พบว่า
- ตำบลเวียงเหนือ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ค่า PM2.5 940 มค.ก./ลบ.ม.
- ตำบลแม่ฮี้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ค่า PM2.5 485 มค.ก./ลบ.ม.
- ตำบลเวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ค่า PM2.5 397 มค.ก./ลบ.ม.
- อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ค่า PM2.5 369 มค.ก./ลบ.ม.
- อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ค่า PM2.5 342 มค.ก./ลบ.ม. และพื้นที่อื่น ๆ ใน จ.เชียงใหม่ ลำปาง และ พะเยา ที่มีค่าฝุ่นสูงตามมา
เพจท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน ยังได้โพสต์แจ้งเตือนสถานการณ์วิกฤตที่ตำบลเวียงเหนือ อ.ปาย โดยระบุว่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) พุ่งสูงถึง 1,357 ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงมากและส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสุขภาพประชาชน ทำให้พื้นที่ดังกล่าวถูกขนานนามว่าเป็นจุดที่มีอากาศแย่ที่สุดในช่วงเวลานั้น ประชาชนต้องเผชิญกับหมอกควันหนาทึบ มองเห็นทางได้ยาก และเสี่ยงต่อระบบทางเดินหายใจ
รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้วิงวอนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้ที่อาจเกี่ยวข้องกับการเผาป่า ให้ช่วยกันสอดส่องและงดการเผาในที่โล่งชั่วคราว เนื่องจากค่ามลพิษในอากาศของ อ.ปาย อยู่ในระดับอันตรายอย่างรุนแรง โดยเฉพาะต่อผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้มีโรคประจำตัวระบบทางเดินหายใจ ซึ่งอาจต้องได้รับออกซิเจนช่วยหายใจ และส่งผลกระทบต่อการให้บริการทางการแพทย์ที่มีทรัพยากรจำกัด
ขณะเดียวกัน นางสุดารัตน์ แววบัณฑิต นายกเหล่ากาชาดจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยกรรมการ สมาชิก และเจ้าหน้าที่ ได้ลงพื้นที่มอบหน้ากากอนามัย PM2.5 แก่ประชาชน พ่อค้าแม่ขาย และผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ เพื่อรณรงค์ป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กที่กระทบต่อสุขภาพ การแจกจ่ายดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยลดความเสี่ยงและสร้างความตระหนักรู้ในการดูแลสุขภาพตนเองท่ามกลางสถานการณ์หมอกควันไฟป่า
สำหรับสรุปสถานการณ์โดยภาพรวม ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง จังหวัดแม่ฮ่องสอน รายงานจุดความร้อนประจำวันที่ 29 มี.ค.2569 จำนวน 768 จุด และจุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 29 มี.ค.2569 รวม 2,742 จุด โดยสูงสุดที่ อ.แม่สะเรียง จำนวน 659 จุด และเกิดขึ้นในพื้นที่ป่าอนุรักษ์จำนวน 1,572 จุด
ส่วนค่าคุณภาพอากาศ PM2.5 ประจำวันที่ 30 มี.ค.2569 วัดได้ที่
- สถานีอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน 81.3 มค.ก./ลบ.ม.
- สถานีอำเภอแม่สะเรียง 92.8 มค.ก./ลบ.ม.
- สถานีอำเภอปาย 232.5 มค.ก./ลบ.ม. ซึ่งอยู่ในระดับที่กระทบต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง
การดำเนินงานของ จ.แม่ฮ่องสอน ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความพยายามอย่างเต็มที่ในการแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นซ้ำซากในช่วงฤดูแล้ง โดยเน้นการป้องกันและลดผลกระทบต่อประชาชนผ่านการบูรณาการกำลังคน ทรัพยากร และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน แม้พื้นที่บางแห่งจะมีลักษณะภูมิประเทศที่ซับซ้อน ทำให้การควบคุมไฟป่ายากลำบาก แต่การรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและการปรับแผนตามสถานการณ์จริงจะช่วยให้สามารถรับมือได้อย่างมีประสิทธิผลมากขึ้น
อ่านข่าวอื่น :
"เนทันยาฮู" อนุญาตให้ "พระสังฆราชลาตินแห่งเยรูซาเลม" เข้าโบสถ์พระสุสานศักดิ์สิทธิ์ได้แล้ว
จับ "2 พ่อลูก" ต้องสงสัยใช้ M16 ยิงถล่มรถ สส.กมลศักดิ์ ที่นราธิวาส
1 เม.ย.รัสเซียเตรียมระงับส่งออก "เบนซิน" รับมือน้ำมันตะวันออกกลางผันผวน
