รัฐสภาอิสราเอลผ่านกฎหมายฉบับสำคัญเมื่อวันที่ 30 มี.ค.2569 ด้วยคะแนนโหวต 62 ต่อ 48 เสียง ไฟเขียวให้ลงโทษประหารชีวิต ด้วยการแขวนคอต่อนักโทษชาวปาเลสไตน์ ที่ถูกศาลทหารตัดสินว่ามีความผิดฐานสังหารชาวอิสราเอล โดยเฉพาะคดีที่เกิดในเขตเวสต์แบงก์
ร่างกฎหมายนี้ถูกเสนอโดยอิตามาร์ เบน-กวีร์ (Itamar Ben-Gvir) รัฐมนตรีความมั่นคงแห่งชาติฝ่ายขวาจัด หลังผ่านกฎหมาย เขาเปิดฉลองชัยชนะทันทีและโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียว่า "นี่คือชัยชนะทางประวัติศาสตร์" พร้อมยืนยันว่าอิสราเอลจะไม่ยอมอ่อนข้อ ต่อแรงกดดันจากสหภาพยุโรป (EU) หรือประชาคมโลก
เบน-กวีร์ตอบโต้คำวิจารณ์อย่างกร้าวว่า อิสราเอลไม่หวั่นเกรงการข่มขู่จากใคร และย้ำว่ากฎหมายจะช่วยปกป้องความมั่นคงของชาติ
อย่างไรก็ตาม กฎหมายนี้ถูกประณามอย่างหนักจากนานาชาติ อเลน เบอร์เซ็ต เลขาธิการสภายุโรป เรียกกฎหมายนี้ว่าถอยหลังเข้าคลองและตกยุค เพราะขัดกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสมัยใหม่ ละเมิดหลักนิติรัฐและเลือกปฏิบัติอย่างชัดเจน เขายังประกาศว่าจะตรวจสอบผลกระทบต่อความร่วมมือระหว่างอิสราเอลกับสภายุโรป
รัฐมนตรีต่างประเทศของอิตาลี อันโตนิโอ ทาจานี ร่วมกับฝรั่งเศส เยอรมนี และสหราชอาณาจักร ออกแถลงเรียกร้องให้อิสราเอลถอนร่างกฎหมายนี้ออกจากวาระก่อนโหวต โดยระบุว่า ชีวิตมนุษย์มีค่าที่สุด การลงโทษประหารชีวิต โดยพลการถือเป็นการกระทำที่โหดร้ายและละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
เฮเลน แม็คเอนที รัฐมนตรีต่างประเทศไอร์แลนด์ ยังย้ำว่า สิทธิในการมีชีวิตเป็นสิทธิพื้นฐานที่ทุกคนพึงมี
องค์การสหประชาชาติ (UN) สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชน และองค์การนิรโทษกรรมสากล (Amnesty International) ออกแถลงร่วมกันประณามกฎหมายนี้ว่าเลือกปฏิบัติ ละเมิดอนุสัญญาเจนีวา และอาจส่งเสริมการแบ่งแยกเชื้อชาติ เพราะกฎหมายมีผลเฉพาะกับชาวปาเลสไตน์ ที่ถูกพิจารณาคดีในศาลทหาร ขณะที่ชาวอิสราเอลที่กระทำความผิดคล้ายกันไม่ถูกบังคับใช้โทษเดียวกัน
เอริกา เกวารา-โรซัส จากองค์การนิรโทษกรรมสากล ชี้ว่าก่อนกฎหมายผ่านเพียงไม่กี่สัปดาห์ ยังมีคดีทหารอิสราเอลถูกกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศผู้ต้องขังปาเลสไตน์ แต่ถูกยกฟ้อง ซึ่งยิ่งตอกย้ำถึงความไม่เท่าเทียมในระบบยุติธรรม
ฝ่ายปกครองปาเลสไตน์ตอบโต้อย่างรุนแรง เรียกกฎหมายนี้ว่า "อาชญากรรมสงคราม" และย้ำว่าอิสราเอลไม่มีอธิปไตยเหนือดินแดนปาเลสไตน์ กลุ่มอื่น ๆ เรียกร้องให้ UN, กาชาดสากล และประชาคมโลกเข้าแทรกแซงโดยด่วน เพื่อปกป้องชีวิตชาวปาเลสไตน์ กฎหมายนี้เกิดขึ้นในช่วงที่กองทัพอิสราเอลเพิ่มปฏิบัติการในเวสต์แบงก์ และจับกุมชาวปาเลสไตน์จำนวนหลายพันคน หลังความขัดแย้งในกาซายังคงดำเนินต่อเนื่อง
ภายในอิสราเอลเอง สมาคมสิทธิพลเรือน ประกาศยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาทันที เพื่อขอให้ยกเลิกกฎหมายนี้ โดยระบุว่าขัดต่อหลักนิติธรรมและสิทธิมนุษยชนพื้นฐาน กฎหมายจะมีผลบังคับใช้ภายใน 30 วัน โดยกำหนดให้ประหารชีวิตด้วยการแขวนคอภายใน 90 วันหลังคำพิพากษา (อาจเลื่อนได้สูงสุด 180 วัน) และจำกัดสิทธิอุทธรณ์
นักวิเคราะห์มองว่านี่เป็นชัยชนะของฝ่ายขวาจัดในรัฐบาลเนทันยาฮู แต่จะยิ่งทำให้อิสราเอลถูกโดดเดี่ยวในเวทีระหว่างประเทศมากขึ้น และอาจจุดชนวนความรุนแรงใหม่ในดินแดนปาเลสไตน์
ที่มา : ทันโลก กับ Thai PBS
อ่านข่าวอื่น :
ทรัมป์เดือด! ให้อังกฤษ-ยุโรปไปชิงน้ำมันในฮอร์มุซเอง สหรัฐฯ ไม่ช่วยแล้ว
สรุปราคาทองคำ 31 มี.ค.2569 ผันผวน 24 ครั้ง +700 “รูปพรรณ” ขายออก 72,000 บาท
คลังจ่อชงแพ็กเกจ "ไทยช่วยไทยพลัส" ให้ลงทะเบียนใหม่-เริ่มใช้จ่าย พ.ค.นี้
