ครม.อนุทิน 2 ได้รับโปรดเกล้าฯ เรียบร้อยตามโผ หลังมีการเปลี่ยนแปลงในโควต้าพรรคเพื่อไทย จาก น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ทายาทบ้านใหญ่ ”โรงแป้งมัน” ไปเป็นคนใกล้ชิด นายนิกร โสมกลาง นั่งรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์แทน
ถือเป็นการปิดฉาก การมีตำแหน่งรัฐมนตรีใน ครม.มาตลอดของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร ที่ทำสถิติเป็นรัฐมนตรีมากครั้งที่สุด ครั้งนี้ไม่มีเก้าอี้รัฐมนตรีรองรับ
ขณะที่ ศ.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ มีตำแหน่งใน ครม.ครั้งแรก ก็นั่งควบรองนายกฯ และรัฐมนตรีกระทรวงอุดมศึกษาฯ หรือ อว.
ส่วนพรรคภูมิใจไทย ไม่มีแรงกระเพื่อมจากการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีที่ออกมา โดยกระจายไปทั้งในกลุ่มเทคโนแครต กลุ่มบ้านใหญ่เลือดแท้ค่ายสีน้ำเงิน และกลุ่มบ้านใหญ่ที่เพิ่งย้ายเข้ามา
รวมทั้งโควตาบ้านใหญ่บุรีรัมย์ เฉพาะจังหวัดเดียว และอยู่ในเครือข่าย มีรายชื่อร่วมครม.ถึง 4 คน 5 ตำแหน่ง ประกอบด้วยนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ชื่อยังปรากฏในทะเบียนบ้าน จ.บุรีรัมย์ เป็นนายกฯ ควบรัฐมนตรีมหาดไทย
นายทรงศักดิ์ ทองศรี อดีตรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย 4 สมัยซ้อน ตั้งแต่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นต้นมา ครั้งนี้แม้จะเป็นรองนายกฯ แต่เชื่อมีความสำคัญมาก เพราะคาดว่าจะได้ดูแลเรื่องน้ำ และการปราบยาเสพติด เชื่อว่า มีงบประมาณไม่น้อย
พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ ชาวบุรีรัมย์โดยกำเนิด อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรบุรีรัมย์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 นั่งรัฐมนตรียุติธรรม ต่อเนื่องเป็นสมัยที่ 2
และ นายไชยชนก ชิดชอบ ทายาท "ครูใหญ่" และเลขาธิการพรรค นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอี เป็นสมัยที่ 2
ภาพ พรรคภูมิใจไทย
เช่นเดียวกับ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 เพื่อนร่วมรุ่น ตท.26 ของ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ และเพื่อนร่วมรุ่น วปอ. 61 กับ นายอนุทิน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นครั้งแรก โดยขยับจาก รมช.กลาโหม
ส่วนรัฐมนตรีเทคโนแครตทั้ง 3 คนยังอยู่ครบ นอกจากเป็นรองนายกฯแล้ว นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นรัฐมนตรีพาณิชย์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส เป็นรัฐมนตรีคลัง และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ และทุกคนไม่มีรัฐมนตรีช่วยจากฝ่ายการเมือง ตามเงื่อนไขที่ได้ยื่นเสนอ
ส่วนรองนายกฯ ดูแลด้านกฎหมาย เป็นของนายปกรณ์ นิลประพันธ์ อดีตเลขาฯกฤษฎีกา แทนที่ ศ.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ตามที่มีข่าวก่อนหน้านี้
ตำแหน่งอื่นๆ เป็นไปตามโผ ส่วนหนึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่เป็นทายาท "บ้านใหญ่" และมีบางส่วนที่ยังเป็นคนหน้าเดิม เช่น น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี และนายนภินทร ศรีสรรพาง เป็นรมต. ประจำสำนักนายกฯ
นายสุรศักดิ์ พันธุ์เจริญวรกุล เป็นรัฐมนตรีท่องเที่ยวและกีฬา และนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีสาธารณสุข
ที่เป็นรัฐมนตรีหน้าใหม่ป้ายแดงมีอยู่หลายคน รวมทั้ง นางสุขสมรวย วันทนียกุล องครักษ์พิทักษ์พรรคภูมิใจไทย ตัวจริงเสียงจริง โดยเฉพาะคดีฮั้ว สว. เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ
ส่วนกลุ่มบ้านใหญ่ผู้มาใหม่ นายวราวุธ ศิลปอาชา เป็นรัฐมนตรีอุตสาหกรรม นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เป็นรัฐมนตรีพลังงาน และนายสุชาติ ชมกลิ่น เป็นรัฐมนตรีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
สำหรับครม.ชุดใหม่ที่มีนามสกุลเดียวกัน คือ "ไทยเศรษฐ์" มี 2 คน คือ น.ส.ซาบีนา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีวัฒนธรรม และนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ เป็นรัฐนตรีช่วยมหาดไทย หลังนายชาดา ไทยเศรษฐ์ โชว์ศักยภาพและสร้างผลงานเข้าตาอย่างมาก
ไม่ต่างจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ที่เป็น”หนังหน้าไฟ”จากการรับหน้าที่เป็นผอ.ศบก. ศูนย์ติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง จนเจ้าตัวต้องขอลาออก แต่ถูกนายอนุทินยับยั้งไว้ ยังคงได้รับตำแหน่งรองนายกฯ ควบรัฐมนตรีคมนาคม ดังเดิม
ในจำนวน ครม.35 คน ไม่ปรากฎว่ามีตัวแทนจากพรรคเล็ก และพรรคจิ๋ว ที่แจ้งเจตจำนงค์ เข้าร่วมรัฐบาลและหนุนนายอนุทิน เป็นนายกฯเลยแม้แต่คนเดียว
ไม่ว่าจะพรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาชาติ พรรคไทรวมพลัง หรือพรรครวมไทยสร้างชาติ
ว่ากันว่า เพื่อป้องกันการรวมต่อรองทางการเมืองตั้งแต่ต้น ตามประสบการณ์ที่ช่ำชองของ "ครูใหญ่" ค่ายสีน้ำเงิน
วิเคราะห์ : ประจักษ์ มะวงศ์สา บรรณาธิการอาวุโส
อ่านข่าว
บ้านใหญ่ไฟเขียว "อดุลย์ บุญธรรมเจริญ" รมว.กลาโหม
เปิดโฉม 14 รัฐมนตรีหน้าใหม่ สู่เก้าอี้เสนาบดี "รัฐบาลอนุทิน 2"
หอการค้าไทย ชี้ตั้งรัฐบาลเร็ว ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ หวัง ครม.เศรษฐกิจมีเอกภาพ
