ยื่นฟ้อง ป.ป.ช. 2 ศาล เหตุยกคำร้อง "ศักดิ์สยาม"

การเมือง
14:17
จำนวนผู้ชม 880
ยื่นฟ้อง ป.ป.ช. 2 ศาล เหตุยกคำร้อง "ศักดิ์สยาม"

จากไวรัลในโซเชียลฯ เป็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และกลายเป็นตั้งข้อสังเกตที่มีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้นทุกวัน กรณี "ป.ป.ช." ยกคำร้อง นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ "ซุกหุ้น" ด้วยเวลานี้ มีคำร้องที่กำลังจะถูกยื่นต่อ ศาลฎีกา และ ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้พิจารณา การใช้ดุลยพินิจวินิจฉัยและการกระทำของ ป.ป.ช.

ทางหนึ่งมาจาก นายศรีสุวรรณ จรรยา นักเคลื่อนไหว เข้ายื่นคำร้องให้ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย การใช้ดุลยพินิจหรือการกระทำของ ป.ป.ช. ขัดหรือแย้ง หรือไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 211 วรรคสี่ ประกอบมาตรา 5 หรือไม่

โดยเฉพาะกับข้อบัญญัติที่ว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ "ให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันทุกองค์กร" แต่ ป.ป.ช. กลับ ยกคำร้อง ด้วยเหตุว่า "ไม่พบว่า จงใจ" ทั้งที่ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ 1/2567 ชี้ว่า "ซุกหุ้น" กระทำการอันต้องห้าม เป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว

อีกทางหนึ่ง กลุ่ม สว.อิสระ แถลงพร้อมร่วมมือกับ สส.พรรคประชาชน เข้าชื่อกันของสมาชิกรัฐสภา ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 หรือ 140 ชื่อ ยื่นคำร้องให้ ประธานรัฐสภา เสนอให้ประธานศาลฎีกา พิจารณาตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ เพื่อสอบข้อเท็จจริง ว่า ป.ป.ช. 2 มาตรฐานหรือไม่

สืบเนื่องจาก ข้อกังขาในการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรอิสระ กรณีพิจารณาดำเนินคดีของแต่ละฝ่าย-แต่ละบุคคล แตกต่างกัน โดยกรณีนายศักดิ์สยาม ไม่ต่างกับ "แหวนแม่นาฬิกาเพื่อน" แต่ต่างกับคดี "44 สส.อดีตพรรคก้าวไกล"

ก่อนหน้านี้หรือเมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา ป.ป.ช.ออกเอกสารชี้แจงการ "ยกคำร้อง" นายศักดิ์สยาม โดยระบุว่า พฤติการณ์ฟังไม่ได้ว่า จงใจปกปิดหรือแจ้งข้อมูลเท็จและยืนยันการวินิจฉัยไม่ขัดแย้งกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงไม่พบการใช้อำนาจหน้าที่ เอื้อประโยชน์ให้บริษัทเข้าประมูลงานรัฐ

ย้อนคำชี้แจงของ ป.ป.ช. ผ่านเอกสาร โดยนายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการ ป.ป.ช. ระบุว่า นายศักดิ์สยาม ได้ยื่นบัญชีต่อ ป.ป.ช. เมื่อครั้งเป็น สส. และรัฐมนตรี 6 ครั้ง ไม่ปรากฏว่า มีรายการเงินลงทุนในหุ้น แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่า ยังคงไว้ถือครองหุ้นไว้ โดยมีนาย ศ. ดูแลแทน จึงทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว

แต่เอกสารหลักฐานทางทะเบียน ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ปรากฏว่า นายศักดิ์สยาม และนาย ศ. ได้ซื้อ-ขายสิทธิเงินลงทุน ชำระเงิน และเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น ก่อนนายศักดิ์สยาม จะยื่นบัญชีต่อ ป.ป.ช.

และหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย นายศักดิ์สยามได้ปฏิบัติตามคำวินิจฉัย โดยขอให้นาย ศ. โอนสิทธิเงินลงทุนคืน และให้ออกจากการเป็นผู้ถือหุ้น แต่นาย ศ. กลับเพิกเฉย ทำให้ต้องยื่นฟ้องดำเนินคดีต่อศาลจังหวัดนนทบุรี ก่อนจะยอมความกัน และนายศักดิ์สยาม จึงปรับปรุงบัญชี จัดทำเอกสารซื้อขาย ชำระเงินและแจ้งต่อ ป.ป.ช.

ด้วยพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น แสดงให้เห็นว่า นายศักดิ์สยาม เข้าใจว่า ได้โอนหุ้นไปแล้ว จึงไม่เข้าไปดำเนินการใด ๆ จึงไม่ได้แสดงหุ้น และเมื่อ ป.ป.ช.พิจารณา ในวันที่ 8 ก.ย.2568 ก็เห็นว่า รายการ "ถูกต้องและมีอยู่จริง" ไม่ปรากฏว่า "ผิดปกติ" ยังฟังไม่ได้ว่า จงใจยื่นเท็จหรือปกปิด หรือมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่า "มีเจตนาไม่แสดง"

ป.ป.ช.อ้างอิงในเอกสาร ว่า ข้อเท็จจริงในการวินิจฉัย เป็นคนละประเด็นกับศาลรัฐธรรมนูญ จึงไม่ขัดหรือแย้งกัน และสอบพยาน 25 ปากแล้ว ไม่ปรากฏ การใช้อำนาจหน้าที่เอื้อ แทรกแซง หรือสมยอม เพื่อให้เป็นคู่สัญญากับรัฐ รวมทั้งกำไรจาก 77 ล้านเศษ ในปี 2557 เป็น 147 ล้านเศษ ในปี 2558 ก็เกิดขึ้นก่อนเข้ารับตำแหน่ง

ทั้งหมดนี้ กำลังเป็นวิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ ที่เฉพาะเจาะจงไปที่ "ป.ป.ช." ยังไม่นับรวม องค์กรอื่น ที่มี กรรมการขององค์กร ที่มี วุฒิสภา ชุดนี้ พิจารณา-เห็นชอบ-แต่งตั้ง โดยเฉพาะ กกต.อีก และนี่ยังไม่นับรวม กระแสที่กำลังลือกันอีกว่า วุฒิสภา กำลังใช้พลังภายในผลักดัน บุคคลหนึ่ง เพื่อเข้าไปเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และอาจได้เป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ด้วย

รายงาน : เสาวลักษณ์ วัฒนศิลป์ บรรณาธิการข่าวการเมือง ไทยพีบีเอส

อ่านข่าว :

ป.ป.ช.แจงคดี "ศักดิ์สยาม" ไม่จงใจปกปิดทรัพย์สิน ชี้พิจารณาคนละประเด็นกับ ศร.

"ปริญญา" ชี้ฟังไม่ขึ้น ป.ป.ช. แจงเหตุผล "ศักดิ์สยาม" ไม่จงใจปกปิดทรัพย์สิน

ศาลฎีกานัดพิจารณาคดี 44 สส.ก้าวไกล ลุ้น 10 สส.ปชน.หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่