“พิพัฒน์” ขอหารือภายใน ปม “วราวุธ” พูดถึง “แลนด์บริดจ์”

สิ่งแวดล้อม
20:07
จำนวนผู้ชม 934
“พิพัฒน์” ขอหารือภายใน ปม “วราวุธ” พูดถึง “แลนด์บริดจ์”
รมว.คมนาคม ระบุว่า เป็นเรื่องภายใน ขอคุยเป็นการส่วนตัว กรณี “วราวุธ” พูดถึงแลนด์บริดจ์ ว่าต้องดูผลการศึกษาก่อนตั้งนิคมอุตสาหกรรม

วันนี้ (1 พ.ค.2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.​อุตสาหกรรม เปิดเผยถึง โครงการแลนด์บริดจ์ว่า แม้จะยังไม่ได้หารือกันอย่างเป็นทางการในคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่หัวใจสำคัญ คือการบริหารจัดการท่าเรือน้ำลึกที่ จ.ชุมพร และ จ.ระนอง ให้มีประสิทธิภาพ ทั้งการขนถ่ายสินค้าและการเชื่อมต่อระหว่างกัน ไม่ว่าจะเป็นทางรถไฟ ทางถนน หรือระบบท่อส่ง ซึ่งต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

และท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่เปลี่ยนไป เราต้องชั่งน้ำหนักให้ดีว่า ประเทศไทยจะยืนอยู่ตรงไหนในระบบเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ และที่สำคัญที่สุดคือต้องฟังเสียงของประชาชน จ. ชุมพร และ จ.ระนอง ในฐานะเจ้าของพื้นที่ด้วย ในฐานะที่เคยเป็น รมว.​ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทุกคนคงทราบดีว่า ตนให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์มากแค่ไหน

ต่อมา ผู้สื่อข่าวถามคำถามนี้กับ นายพิพัฒน์​ รัช​กิจ​ประการ​ รองนายกฯ ​และ รมว.​คมนาคม ถึงประเด็นนี้ และกรณีที่นักสิ่งแวดล้อมกังวลว่า อาจจะส่งผลต่อระบบนิเวศ​วิทยา รวมถึงหากมีชาวบ้านออกมาคัดค้าน

นายพิพัฒน์​ ยืนยันไม่ได้กังวล ส่วนประเด็นนายวราวุธ จะขอหารือเป็นการส่วนตัว

ผมไม่จำเป็นต้องอธิบาย เราจะเลือกที่จะไปคุยกันเองภายในนะครับ เขาก็ตั้งธงในฐานะที่เขาเคยดูแลกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ​และสิ่งแวดล้อมนะครับ คุณวราวุธคงลืมตัวว่า ตัวเองเป็นรมว.อุตสาหกรรม​

ขณะที่วันนี้ นายพิพัฒน์ มอบนโยบายให้กรมทางหลวง สั่งการให้หน่วยงานในสังกัด เร่งลดภาระค่าไฟฟ้าบนโครงข่ายทางหลวง ปัจจุบันถนนที่อยู่ภายใต้การดูแลของกรมทางหลวง มีโคมไฟส่องสว่างรวมประมาณ 1 ล้านดวง

โดยส่วนใหญ่ยังเป็นโคมไฟแบบ High Pressure Sodium ซึ่งใช้พลังงานสูง และมีค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าสะสมจำนวนมากในแต่ละปี จึงวางแผนระยะยาวในการเปลี่ยนโคมไฟทั้งหมดเป็นระบบ LED เพราะจะช่วยประหยัดพลังงานได้ประมาณ 50% แต่หากใช้งบประมาณปกติ ของกรมทางหลวงเพียงอย่างเดียว จะต้องใช้เวลานานถึงประมาณ 15 ปี ในการเปลี่ยนโคมไฟครบทั้งระบบ

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคม เตรียมเสนอขอสนับสนุนงบประมาณ จากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เข้ามาเสริมงบของกรมทางหลวง เพื่อเร่งรัดการดำเนินงานพร้อมยืนยันว่า มาตรการบริหารจัดการการเปิด–ปิดไฟส่องสว่าง จะดำเนินการเฉพาะในบางพื้นที่ที่มีการใช้งานน้อย เช่น เส้นทางชนบทหรือพื้นที่เกษตรกรรม โดยจะดำเนินการในช่วงเวลาหลัง 22.00 น. เป็นต้นไป แต่จะคัดเลือกเฉพาะเส้นทางที่ไม่ใช่เส้นทางหลัก ไม่มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และไม่มีการใช้งานหนาแน่น พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ลาดตระเวน เพื่อดูแลความปลอดภัยให้ประชาชน

"เปิด-ปิด แบบฟันปลา ถ้าสว่างได้จะพิจารณา แต่ถ้ารัศมีแสงไฟ ไปไม่ถึงก็ไม่ควร เชื่อว่าเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงมีวิจารณญาณ ซึ่งหากช่วยปิดไฟได้ จะช่วยลดพลังงานได้ประมาณร้อยละ 10 แต่รัฐบาลอยากได้มากกว่านั้น แต่ก็ต้องดูเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก" นายพิพัฒน์ กล่าว

ด้านนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า มาตรการดับไฟบนถนน เป็นการบริหารจัดการพลังงานบนเส้นทางถนนช่วงกลางคืนไม่มีรถวิ่ง และเป็นเส้นทางที่เป็นถนนที่มีเลข 4 ตัวของกรมทางหลวง ไม่รวมจุดเสี่ยง ทางร่วมทางแยก โดยจะเร่งประชาสัมพันธ์เริ่มมาตรการนี้

ยืนยันว่าการดำเนินการจะเน้นความปลอดภัย ต้องตรวจสอบมาตรฐานไฟ และการใช้เส้นทางประชาชน หากมีความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุอาจทบทวนอีกครั้ง และยืนยันให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัย แต่ในช่วงวิกฤตพลังงานต้องดูความเหมาะสม

"การเริ่มปิดไฟแต่ละพื้นที่จะไม่พร้อมกัน หากพื้นที่ไหนพร้อมเริ่มดำเนินการก่อนได้จะทำก่อน เป็นมาตรการระยะสั้นช่วงวิกฤต จะควบคู่เตรียมโคม LED โดยหากเปลี่ยนโคมรุ่นเก่าให้ได้ 1 ล้านโคม ภายใน 15 ปี นำเงินกองทุนอนุรักษ์ ตั้งเป้าเปลี่ยนปีละ 65,000 โคม" นายปิยพงษ์ กล่าว

นายปิยพงษ์ กล่าวต่อว่า นอกเหนือจากเรื่องความสว่างของแสงไฟ สิ่งสำคัญคือถนนจะต้องมีความปลอดภัย​ มีสัญลักษณ์ เครื่องหมายนำทาง เครื่องหมายจราจร เพราะไม่ใช่ถนนทุกเส้นที่จะมีไฟฟ้าแสงสว่าง โดยจะลงพื้นที่ตรวจสอบเส้นจราจรให้มีความปลอดภัย ​ผู้ขับขี่เห็นแนวเส้นทางที่ชัดเจน​ โดยจะนำประเด็นนี้มาพิจารณาด้วย

อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้าการก่อสร้าง โครงการก่อสร้างสายพัฒนาคูน้ำริมถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อบริหารจัดการป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง บริเวณถนนวิภาวดี ของกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมนั้น ยืนยันว่า บริเวณจุดก่อสร้างหน้าสถานีโทรทัศน์​ไทยพีบีเอส จะแล้วเสร็จในเดือนมิ.ย.นี้แน่นอน แต่ที่แล้วมาโครงการล่าช้า เนื่องจากแรงงานขาดแคลน และมีสาธารณูปโภค ท่อระบายน้ำและสายสื่อสาร แต่ภาพรวมทั้งโครงการตั้งเป้าว่า จะต้องแล้วเสร็จภายในปีนี้

อ่านข่าว

“คนหลังสวน” หวัง “แลนด์บริดจ์” ประตูเศรษฐกิจยุคใหม่ พลิกชีวิตให้ดีกว่าเดิม

ภาคประชาชนกังวล "โครงการแลนด์บริดจ์" ทุจริตเชิงนโยบาย-ทำลายวิถีชีวิต

หลายฝ่ายกังวล “แลนด์บริดจ์” ไม่คุ้ม-กระทบสิ่งแวดล้อม รัฐบาลลงพื้นที่ 8 พ.ค.พบชาวบ้าน

ปชป.ยื่นญัตติขอสภาฯ ตั้ง กมธ.ศึกษาแลนด์บริดจ์ หวั่นไม่คุ้มค่า

"พิพัฒน์" ลงพื้นที่ "แลนด์บริดจ์" แจงชาวบ้าน-ฟังความเห็น 8 พ.ค.

"สุชาติ" ชี้ "แลนด์บริดจ์" ยังต้องศึกษาผลกระทบ แต่ต้องไม่ขวางการพัฒนารายได้ประเทศ

"นายกฯ" ชี้ "แลนด์บริดจ์" เป็นประโยชน์สร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ

เตรียมชง "แลนด์บริดจ์" เข้า ครม. "พิพัฒน์" ตั้งงบ 1 ล้านล้าน เชื่อไทยได้ประโยชน์