จากกรณีที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ลงพื้นที่ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมธุรกิจพลังงาน กรมการค้าภายใน กรมสรรพสามิต และหน่วยงานปกครองในพื้นที่ เข้าตรวจสอบคลังน้ำมันและศูนย์กระจายน้ำมันรวม 7 จุด ในพื้นที่ จ.สระบุรี, จ.ขอนแก่น และ จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 28 เม.ย.2569
ทั้งนี้ พบข้อสังเกตหลายประการ เช่น ที่คลัง Thai pipeline ว่า ปริมาณน้ำมันดีเซลที่จ่ายออกจากคลังในช่วงกลางเดือนมี.ค. น้อยกว่าที่ควรจะเป็น และตรวจสอบ บริษัท พี.เอส.พี.สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) Terminal 1 และ Terminal 2 ซึ่งเป็นคลังรับน้ำมันทางเรือจากผู้ประกอบการหลัก
เจ้าหน้าที่สั่งการให้อายัดและเรียกเก็บข้อมูลสำคัญ 9 รายการ อาทิ ปริมาณคงคลังรายวัน กล้องวงจรปิด (CCTV) ใบกำกับการขนส่ง บิลค่าไฟฟ้า และข้อมูลปั๊มแรงดัน เพื่อนำไปวิเคราะห์เชิงลึกเปรียบเทียบความสัมพันธ์ของปริมาณน้ำมัน เส้นทางรถบรรทุก และช่วงเวลาการจ่ายน้ำมัน
ล่าสุด วันนี้ (1 พ.ค.2569) กรมสอบสวนคดีพิเศษ มีคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวน ให้ดำเนินการสืบสวนกรณีดังกล่าว หากพบว่ามีพยานหลักฐานชัดเจน ที่สามารถดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดได้จะอนุมัติให้เป็นคดีพิเศษทันที
ส่วนกรณีการกักตุนน้ำมันและประวิงการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงของ บริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม จำกัด ซึ่งสอบสวนเป็นคดีพิเศษที่ 59/2569 มีความคืบหน้าไปมากแล้ว
ขณะที่ กรณีการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่ จ.อ่างทอง ซึ่งสอบสวนเป็นคดีพิเศษที่ 66/2569 ได้รับสำนวนการสอบสวน จากพนักงานสอบสวนตำรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเส้นทางการเงิน โดยสั่งการให้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ให้ดำเนินการด้วยความรอบคอบ รัดกุมและพิจารณาทุกฐานความผิด
อ่านข่าว
ลุยตรวจบริษัท-คลังน้ำมัน 7 จุดสำคัญ ใน 3 จังหวัด หลังพบความผิดปกติ
ทีมสุดซอยส่งหลักฐาน 6 บริษัทน้ำมันให้ DSI ชี้พบพิรุธใบขนส่งทางเรือ
ก.พลังงาน ร้อง DSI ดำเนินคดี 6 บริษัทค้าน้ำมัน พบพิรุธส่อทุจริต
DSI สอบแล้ว 5 บริษัทเรือขนน้ำมัน พบ 20 เที่ยวผิดปกติ
