วิศวกรแนะตรวจสอบ "โครงสร้างทางด่วนบูรพาวิถี" หลังรถขนแบตฯ ระเบิด

ภูมิภาค
17:48
จำนวนผู้ชม 850
วิศวกรแนะตรวจสอบ "โครงสร้างทางด่วนบูรพาวิถี" หลังรถขนแบตฯ ระเบิด
นายกสมาคมวิศวกรรมโครงสร้างฯ แนะให้เร่งตรวจสอบทางด่วนบูรพาวิถี หลังได้รับความเสียหาย จากเหตุรถขนแบตเตอร์รี่ลิเธียมระเบิด ระบุด้วยอายุใช้งานนาน 30 ปี ประกอบกับความร้อน อาจส่งผลให้คอนกรีต และเหล็กเสริมเสื่อมกำลังได้

วันนี้ (4 พ.ค.2569) ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และ อ.ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวถึงเหตุการณ์รถขนแบตเตอรี่ลิเธียมระเบิด ทำให้เกิดไฟไหม้ทางด่วนบูรพาวิถี ช่วง กม.40 จนโครงสร้างได้รับความเสียหาย ว่า โครงสร้างทางยกระดับบูรพาวิถี เป็นโครงสร้างคอนกรีตอัดแรง ก่อสร้างด้วยวิธีการนำชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูป (precast segment) หลายท่อนมาต่อกัน และยึดชิ้นส่วนเข้าด้วยกันด้วยลวดอัดแรง เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2538 จนถึงปัจจุบันก็ 30 ปีแล้ว

สำหรับผลกระทบที่เกิดจากไฟหรือความร้อนนั้น ศ.ดร.อมร อธิบายว่า ความร้อนหรือไฟไหม้มีผลกระทบต่อโครงสร้าง เช่น อาจทำให้คอนกรีตและเหล็กเสริมเสื่อมกำลังลง ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่โครงสร้างโดนความร้อน ปกติแล้วโครงสร้างคอนกรีตจะทนต่อความร้อนได้ดีกว่าโครงสร้างเหล็ก แต่ในกรณีนี้ มีลวดอัดแรงเสริมด้านใน จึงค่อนข้างอ่อนไหวต่อความร้อน

ทั้งนี้ นายกสมาคมวิศวกรรมโครงสร้างฯ ให้คำแนะนำว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบ ควรรีบดำเนินการตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ทางพิเศษ ตลอดจนผู้ขับขี่บนถนนใต้ทางพิเศษด้วย โดยสิ่งที่ควรทำเร่งทำการตรวจสอบโครงสร้างใน 3 ประเด็น คือ

1.ระยะเวลาที่โครงสร้างไฟไหม้ หากนานหลายชั่วโมง จะมีผลกระทบต่อโครงสร้างมากขึ้น

2.สภาพความเสียหายของคอนกรีต เช่น การกะเทาะหลุดออก การหลุดร่อนของคอนกรีต

3.ความร้อนส่งผลต่อลวดอัดแรง และ เหล็กเส้นที่เสริมอยู่ด้านในหรือไม่

ส่วนการสำรวจเพื่อประเมินความเสียหายตามหลักวิศวกรรม สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การเจาะตัวอย่างคอนกรีตที่ได้รับความเสียหายไปทดสอบ การวัดค่าแรงดึงในลวดอัดแรง การพิจารณาการเสียรูปของเหล็กเสริม เป็นต้น

อ่านข่าว :

ปิดเส้นทาง บางนาตราด กม.40 จากเหตุไฟไหม้ รถบรรทุกแบตฯ ลิเธียม

นักวิชาการเตือนภัยแบตลิเธียม ระเบิดลูกโซ่ช่วงหน้าร้อน ผลกระทบรุนแรง