ขยายผลอาวุธ "หมิงเฉิน ซัน" พบเชื่อมโยงเครือข่ายจัดหาอาวุธของคนในเครื่องแบบ

อาชญากรรม
19:24
จำนวนผู้ชม 114
ขยายผลอาวุธ "หมิงเฉิน ซัน" พบเชื่อมโยงเครือข่ายจัดหาอาวุธของคนในเครื่องแบบ
เจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงพื้นที่ตรวจสอบของกลางเพิ่มเติม ในคดีชาวจีนครอบครองอาวุธสงครามในพื้นที่พัทยา หลังการสืบสวนขยายผล พบความเชื่อมโยงไปยังเครือข่ายจัดหาอาวุธ ที่มีทหารเรือ และบุคคลใกล้ชิดเกี่ยวข้อง

วันนี้ (10 พ.ค.2569) ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าจับกุม หมิงเฉิน ซัน ผู้ต้องหาครอบครองอาวุธปืน ชาวจีน วัย 31 ปี หลังประสบอุบัติเหตุขับรถเก๋งพลิกคว่ำในพื้นที่ สภ.นาจอมเทียน โดยระหว่างตรวจสอบภายในรถ เจ้าหน้าที่พบอาวุธปืนพร้อมแม็กกาซีน จึงขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักภายในซอยห้วยใหญ่ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ ควบคุมตัวไว้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี หลังสอบปากคำ เพื่อขยายผลการจับกุม พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าดูแลตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากผู้ต้องหามีอาการเครียด และอ่อนเพลีย

ขณะที่แนวทางการสืบสวน พบความเชื่อมโยงของเครือข่ายจัดหาอาวุธ ซึ่งมีบุคคลเป็นข้าราชการหลายคนเกี่ยวข้อง ซึ่งต่อมา ตำรวจได้เข้าควบคุมตัวนายจำลอง อายุ 51 ปี ที่บ้านพักในอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี หลังพบว่าเป็นเจ้าของบัญชีธนาคารที่ใช้รับโอนเงินซื้อขายอาวุธปืน โดยนายจำลอง ให้การรับอ้างว่า ทำหน้าที่เปิดบัญชีรับโอนเงินจากผู้ต้องหาชาวจีน เท่านั้น โดยไม่ทราบว่าเป็นเงินที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายอาวุธปืน

จากข้อมูลการสืบสวน ทราบว่าเครือข่ายจัดหาอาวุธดังกล่าว มีผู้เกี่ยวข้องอย่างน้อย 5 คน โดยล่าสุดสามารถควบคุมตัว "จ่าบอย" ซึ่งถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในผู้จัดหาอาวุธสงครามให้กับผู้ต้องหาชาวจีน มาสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.นาจอมเทียน เพื่อขยายผลถึงแหล่งที่มาของอาวุธและผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม แล้ว พร้อมด้วย "จ่าแหบ" ปฐมพล หลวงชัย อดีตทหารเรือ หลังงถูกระบุว่า เป็นหนึ่งในผู้จัดหาอาวุธสงครามให้กับผู้ต้องหาชาวจีน ซึ่งจากประวัติ พบว่า "จ่าแหบ" เคยตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีร่วมกับพวกอีก 7 คน ก่อเหตุใช้อาวุธปืนปล้นรถขนเงิน ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี มาก่อนหน้านี้

จากการสอบสวนพบว่า จุดเริ่มต้นของการติดต่อซื้ออาวุธสงคราม มาจากผู้ต้องหาชาวจีนติดต่อผ่าน นายคเชนทร์ ซึ่งทำหน้าที่ประสานการซื้อขาย ก่อนติดต่อไปยัง พันจ่าเอกเมธี เพื่อจัดหาอาวุธ โดยมี "จ่าแหบ" และ "จ่าบอย" ทำหน้าที่นำอาวุธออกมาจากแหล่งเก็บ ส่วนการรับโอนเงิน ใช้บัญชีของนายจำลองเป็นทางผ่าน และทำหน้าที่ส่งมอบอาวุธให้กับผู้ซื้อ

ขยายผลอาวุธ "หมิงเฉิน ซัน" พบเชื่อมโยงเครือข่ายจัดหาอาวุธของคนในเครื่องแบบ

ขยายผลอาวุธ "หมิงเฉิน ซัน" พบเชื่อมโยงเครือข่ายจัดหาอาวุธของคนในเครื่องแบบ

ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อตรวจสอบว่าอาวุธที่ถูกนำมาจำหน่าย มีความเกี่ยวข้องกับอาวุธของทางราชการหรือไม่ รวมถึงขยายผลว่ามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายลักลอบค้าอาวุธข้ามชาติ หรือกลุ่มอาชญากรรมอื่นหรือไม่

ขณะที่ พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ระบุถึงกรณีพบข้าราชการสังกัดกองทัพเรือมากกว่า 1 นาย ถูกพาดพิงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการจำหน่ายอาวุธปืนให้กับผู้ต้องหาชาวจีน ว่า กองทัพเรือได้สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด และนำกำลังพลที่ถูกพาดพิงเข้าพบพนักงานสอบสวนแล้ว

ยืนยันว่า หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง จะดำเนินการทั้งทางวินัยและทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยไม่มีข้อยกเว้น เนื่องจากเป็นเรื่องที่กระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน

ขณะที่เจ้าหน้าที่ ศูนย์ข้อมูลวัตถุระเบิด สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ลงพื้นที่ตรวจสอบของกลาง ทั้งอาวุธปืนสงคราม เครื่องกระสุน และระเบิดสังหารรวม 10 ลูก ที่ตรวจยึดได้จากบ้านพักของนายหมิงเฉิน ซัน ในพื้นที่ตำบลห้วยใหญ่ จังหวัดชลบุรี เพื่อขยายผลตรวจสอบที่มาของอาวุธ หมายเลขประจำปืน รวมถึงตรวจสอบความเชื่อมโยงกับคดีอาชญากรรมอื่นเพิ่มเติมต่อไป

คดีของนายหมิงเฉิน ชายชาวจีน ที่ถูกจับพร้อมของกลางอาวุธสงครามหลายรายการ ที่ สภ.นาจอมเทียน จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม จากการตรวจสอบ อาวุธปืน Glock 26 พบเป็นปืนมีทะเบียน ชื่อผู้ครอบครองคือ ร้อยตำรวจโทบัณฑิต สังกัด สน.สายไหม เบื้องต้น ยอมรับว่า เริ่มจากการวางค้ำประกันเงินกู้ กระทั่งขายขาดไปเมื่อปี 2566

ความคืบหน้าในทางการสืบสวนสอบสวนที่มาของปืนสวัสดิการตำรวจ กล็อค 26 ไปอยู่ในความครอบครองของนายหมิงเฉิน ชายชาวจีน ขณะนี้พบว่า ชื่อผู้ครอบครองคือ ร้อยตำรวจโทบัณฑิต ปัจจุบัน สังกัด สน.สายไหม

ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เปิดเผยว่า ในเบื้องต้นได้เรียกเจ้าตัวเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงแล้วและหลังจากนี้จะต้องเข้าสู่กระบวนการ ของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาลงโทษทางวินัย ตามระเบียบขั้นตอนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งผู้บัญการตำรวจนครบาล ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ไปเมื่อวันที่ 8 พ.ค.2569

ขณะที่การสืบสวนสอบสวนการเปลี่ยนมือครอบครองปืน กระบอกนี้ พบว่า ในปี 2553 ร้อยตำรวจโทบัณฑิต รองสารวัตรปราบปรามสน.สายไหม ยืมเงิน พันตำรวจโทปฏิญญา สารวัตร กองกำกับการสืบสวน บก.น 2 จำนวน 50,000 บาท ใช้ปืนค้ำประกันไว้พร้อมสัญญาว่า "เมื่อมีเงินจะมาไถ่คืน"

ขยายผลอาวุธ "หมิงเฉิน ซัน" พบเชื่อมโยงเครือข่ายจัดหาอาวุธของคนในเครื่องแบบ

ขยายผลอาวุธ "หมิงเฉิน ซัน" พบเชื่อมโยงเครือข่ายจัดหาอาวุธของคนในเครื่องแบบ

ในปี2564 ร้อยตำรวจโทบัณฑิต ต้องการใช้เงิน จึงขอให้ พันตำรวจโทปฏิญญา หาคนมาซื้อปืน และในช่วงปลายปีเดียวกัน พันตำรวจโทปฏิญญา ประสานร้อยตำรวจโทปัถวี รองสารวัตรฝ่ายอำนวยการ 1 กองบัญชาการตำรวจนครบาล ให้ช่วยหาคนมาซื้อปืน

กระทั่งปี 2566 ร้อยตำรวจโทปัถวี ได้ติดต่อไปยัง ดาบตำรวจพิชญพงษ์ ผู้บังคับหมู่ สน.ห้วยขวาง ให้ช่วยหาคนซื้ออาวุธปืน ทางดาบตำรวจพิชญพงษ์ จึงติดต่อไปยัง ร้อยตำรวจเอกปฎิภาณ ซึ่งเป็นตำรวจนายสุดท้าย ที่ซื้อปืนกระบอกนี้ไปครอบครอง

ต่อมา นางสาวจันทิมา อดีตภรรยานายหมิงเฉิน ผู้ต้องหา ซึ่งเคยคบหากับ ร้อยตำรวจเอกปฎิภาณ ได้เป็นคนกลางประสานขอซื้อปืน จากร้อยตำรวจเอกปฎิภาณ ในราคา 100,000 บาท ซึ่งเกิดขึ้นก่อนที่ร้อยตำรวจเอกปฎิภาณ ต้องโทษจำคุก

จนสามารถควบคุมตัว นายคเชนทร์ ครูฝึกยิงปืนในพื้นที่พัทยา และ พันจ่าเอกเมธี สังกัดกองทัพเรือ มาสอบสวนเพิ่มเติม หลังพบข้อมูลว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดหาอาวุธ ส่งต่อให้ผู้ต้องหาชาวจีน ซึ่งนายคเชนทร์ ให้การอ้างว่า เป็นผู้ประสานติดต่อซื้อปืนไรเฟิลจู่โจม M4 จาก พันจ่าเอกเมธี ในราคากระบอกละ 2 แสนบาท

อ่านข่าว

นายกฯ สั่งสอบเข้ม-ขยายผลเหตุชายจีนครอบครองอาวุธสงคราม

ผบ.ตร.ตามคดี "ชายจีนซุกอาวุธ" พบพิรุธให้ปากคำขัดแย้งกับหลักฐาน

อธิบดีกรมการปกครอง สั่งเร่งตรวจสอบทะเบียนราษฎร 2 ชาวจีน