กรณีชาวบ้าน จ.สุรินทร์ เข้าไปหาอึ่งในป่าเขตชายแดนไทย-กัมพูชา ต.โคกตะเคียน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ก่อนจะถูกทหารเขมรไล่ยิง และหายตัวไป ตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย.2569 จนถึงวันนี้ 15 วันแล้ว ยังไม่รู้ชะตากรรม ตามที่เสนอข่าวไปนั้น
วันนี้ (10 พ.ค.2569) ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส รายงานว่า เพจอินฟูลชื่อดังต่างๆ อาทิเพจ "อ้อ ไพรัช" และเพจกว่าจะถึงบางอ้อ ระบุว่า มีชายไทยชาว จ.สุรินทร์ เข้าไปหาของป่าในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ห้วยสำเริง เยื้องๆ กับผามะนาวใกล้กับ หมู่บ้านโนนทอง ต.โคกตะเคียน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย.2569 ถึงวันนี้เป็นวันที่ 15 แล้ว ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ
ทั้งๆ ที่ครอบครัวไปแจ้งความกับ ร.ต.อ.โกวิทย์ ทองแผ่น พนักงานสอบสวน สภ.กาบเชิง ไว้แล้ว โดยพบเพียงรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่น Spark หมายเลขทะเบียน ขกตสุรินทร์ 772 จอดทิ้งไว้ บริเวณชายป่าห้วยสำเริง ต.โคกตะเคียน อ.กาบเชิง
ทหารเขมรจับตัวคนไทย หลังเข้าไปหาของป่าชายแดน ไทย-กัมพูชา
ช่วงเที่ยงวันนี้ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ไปยังบ้านหลังหนึ่งใน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นบ้านชาวบ้านคนดังกล่าว ทราบชื่อ คือนายโยชน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 58 ปี เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงกับครอบครัว ซึ่ง น.ส.กรรณิกา อายุ 47 ปี ภรรยา กล่าวว่า สามีออกไปตอนเย็นวันเสาร์ที่ 25 เม.ย.2569 ตามลำพัง
"ตอนนั้นบ้านเราฝนตก แกบอกว่าจะไปจับอึ่ง และวันอาทิตย์จะหาดอกกระเจียวก็จะกลับมา คืนที่สองก็ปกติ แต่พอคืนที่สามไม่ปกติ พอวันที่ 29 เม.ย. ก็ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.กาบเชิง และก็เงียบไปไม่มีอะไรคืบหน้าหรือติดต่อมา รอจนได้ข้อมูลมาจากผู้ใหญ่บ้านถนนชัย บอกว่า สามีถูกทหารกัมพูชาจับไปแล้ว ก็ถามไปว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ไหม แกบอกว่าค่อนข้างร้อยเปอร์เซ็นต์ตามที่เขาแจ้งรูปพรรณสัณฐานมา เข้าป่าไปบริเวณบ้านโนงทอง ต.โคกตะเคียน อ.กาบเชิง ซึ่งเขาเคยไปแล้ว" น.ส.กรรณิกา กล่าว
อย่างไรก็ตาม หลังเพจชื่อดัง นำเรื่องดังกล่าวไปเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดีย ปรากฏว่าวันนี้ นายอำเภอกาบเชิง พร้อมนายทหาร เดินทางมาสอบถามข้อมูลจาก น.ส.กรรณิกา ถึงบ้านเช่นเดียวกัน โดยระบุว่า ไม่ทราบเรื่องมาก่อน
"ทำไมตำรวจไม่ตามเรื่องให้เรา หนูก็มีใบแจ้งความ 15 วัน แล้วที่หายไป หลังจากเข้าป่าก็ไม่ได้ติดต่อกันเลย ตำรวจก็ไม่ได้ติดต่อมา หนูไม่รู้จะพึ่งใคร ไม่รู้จะไปยังไง หายังไง จึงพึ่งเพจอ้อ ไพรัช และก็ไม่รู้ว่าถูกจับจริงหรือไม่ ไม่มีข้อมูลอะไรชัดเจน ซึ่งวันทหารก็มาบอกว่า สามีถูกจับตัวไปจริง ตอนนี้ส่งไปไกลแล้ว ถ้าตำรวจแจ้งให้ทางกองทัพรู้ตั้งแต่แรก วันที่เราไปแจ้งความ ก็อาจจะประสานงานช่วยตัวกลับมาได้ แต่ทางตำรวจไม่ประสานงานให้เรา
ซึ่งตอนนี้ทางกองทัพกำลังประสานอยู่ ตอนนี้อยู่ที่สำโรง จ.อุดรมีชัย รอขึ้นศาล เขาบอกว่าสามีล้ำพื้นที่เขา ทหารก็ชี้แจงให้เราสบายใจว่าปลอดภัยดี แต่โดนจับแน่นอน และมีรูปให้เราดู ว่าสามีปลอดภัย ตอนนี้กังวลมาก กินไม่ได้นอนไม่หลับ ที่ผ่านมาแทบจะกินไม่ได้ ได้แต่รอข่าว เราทำอะไรไม่ได้ เขาบอกว่ารอก็ต้องรอ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยให้สามีได้กลับมาหาครอบครัว" น.ส.กรรณิกา กล่าว
มีรายงานว่า กองกำลังสุรนารี โดย พล.ต.บุญเสริม บุญบำรุง ผบ.กกล.สุรนารี รับเรื่องแล้ว และยืนยันว่าทหารกัมพูชาจับตัวคนไทยไปจริง เนื่องจากเดินพลัดหลงข้ามไปจนถึงฐานทหารกัมพูชา โดยอยู่ระหว่างประสานกับทหารกัมพูชา เพื่อขอความร่วมมือในการส่งตัวกลับ อยู่ในขณะนี้หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อินฟูลชื่อดังและประชาชนต่างตั้งข้อสังเกตว่า พื้นที่นายโยชน์ถูกจับตัว อยู่ในพื้นที่ป่าของไทยหรือไม่ หากอยู่ในพื้นที่ป่าของไทย ทำไมทหารกัมพูชาจึงสามารถข้ามแดนเข้ามาจับตัวคนไทยในป่าฝั่งไทยได้
หรือว่านายโยชน์ เดินหลงเข้าไปในป่าฝั่งกัมพูชาเอง และหากว่าทหารกัมพูชาสามารถข้ามแดนมายังป่าฝั่งไทยได้ ก็มีโอกาสและมีความเสี่ยงสูง ที่จะเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ชายแดนได้ และต่างเรียกร้องให้กองทัพบกออกมาชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวด้วย
อ่านข่าว
ทบ.แจงปมพบทหารกัมพูชาล้ำแดนไทย ชี้เป็นคนไทยพูดภาษากัมพูชา
สกัดจับลักลอบขน "แมว-กระต่าย" ข้ามชายแดนไปกัมพูชา
ทภ.2 แจงจุดประทัดเตือน ปมกัมพูชาพาคณะผู้ช่วยทูตทหาร ประชิดแนวลวดหนาม
