ครม.ไฟเขียว 452 ล้านบาทเยียวยา 91 ทหาร - “บัตรทองฮีโร่” ดูแลครอบครัว

การเมือง
14:55
จำนวนผู้ชม 50
ครม.ไฟเขียว 452 ล้านบาทเยียวยา 91 ทหาร - “บัตรทองฮีโร่” ดูแลครอบครัว
ครม.อนุมัติงบฯ 452 ล้านบาท เยียวยากำลังพล 91 นาย ที่ได้รับผลกระทบร่างกายและจิตใจเหตุชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมให้สิทธิ "บัตรทองฮีโร่" ดูแลครอบครัวข้าราชการทหาร 27 นายเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่

วันนี้ (12 พ.ค.2569) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นให้กับกองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก และกองทัพเรือ วงเงินรวม 452,350,000 บาท ตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอ เพื่อบรรเทาและเยียวยากำลังพล 91 นาย ที่ได้รับผลกระทบทั้งทางร่างกายและจิตใจ จากเหตุการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

ขณะที่ น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.พิจารณาแนวทางดูแลครอบครัวของข้าราชการทหาร ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อให้ยังคงได้รับสิทธิด้านการรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง แม้เจ้าของสิทธิจะเสียชีวิตลง

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากกรณีข้าราชการทหารเสียชีวิต ระหว่างปฏิบัติหน้าที่บริเวณแนวชายแดนไทย–กัมพูชา จำนวน 27 คน ส่งผลให้บุคคลในครอบครัวจำนวน 40 คน สิ้นสุดสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ และต้องกลับไปใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการดูแลครอบครัวของผู้เสียสละ ให้ได้รับการรักษาพยาบาลอย่างเหมาะสมและสมศักดิ์ศรี

สาระสำคัญ คือ มอบหมายให้คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ดำเนินการให้บุคคลในครอบครัวของข้าราชการทหารที่เสียชีวิตดังกล่าว ได้รับสิทธิ “บัตรทองฮีโร่” หรือ UC Heroes โดยใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในขอบเขตเทียบเท่าสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ

สิทธิดังกล่าวจะคงอยู่จนกว่าผู้มีสิทธิจะได้รับสิทธิรักษาพยาบาลอื่นตามกฎหมาย และในกรณีบุตรของผู้เสียชีวิต ให้ได้รับสิทธิต่อเนื่องจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ โดย สปสช.จะเป็นหน่วยงานบริหารจัดการระบบและดูแลการใช้สิทธิให้เป็นไปตามแนวทางที่กำหนด

ทั้งนี้ สปสช.ประมาณการงบประมาณดำเนินการไว้ปีละ 780,040 บาท โดยในปีงบประมาณ 2569 จะขอรับจัดสรรจากงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น และในปีงบประมาณต่อไป จะเสนอขอรับจัดสรรตามกระบวนการงบประมาณประจำปี

น.ส.ลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลตระหนักดีว่ากำลังพลและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องอธิปไตย และความปลอดภัยของประชาชน คือ ผู้เสียสละอย่างสูงสุด การดูแลครอบครัวของผู้เสียชีวิต จึงไม่ใช่เพียงสวัสดิการ แต่คือความรับผิดชอบของรัฐที่ต้องยืนเคียงข้างครอบครัวของผู้กล้าอย่างต่อเนื่อง

ผู้เสียสละเพื่อชาติ ไม่ควรถูกจดจำเพียงในวันที่จากไป แต่ครอบครัวของเขาต้องได้รับการดูแลอย่างสมเกียรติ นี่คือการส่งต่อความมั่นคงจากแนวหน้า สู่ความมั่นใจของครอบครัวที่อยู่ข้างหลัง

อ่านข่าว :

ราชกิจจาฯ ประกาศ "ปราสาทตาควาย-ปราสาทคนา-ปราสาทตาเมือน" เป็นโบราณสถาน

"รั้วคอนกรีต-ปิดด่านถาวร" กำแพงชายแดนกั้นสัมพันธ์ "ไทย-เขมร"

สธ.เฝ้าระวัง "ไวรัสฮันตา" เข้มคัดกรองผู้เดินทางจาก 13 ประเทศอเมริกาใต้