"รั้วคอนกรีต-ปิดด่านถาวร" กำแพงชายแดนกั้นสัมพันธ์ "ไทย-เขมร"

อาชญากรรม
13:58
จำนวนผู้ชม 98
 "รั้วคอนกรีต-ปิดด่านถาวร" กำแพงชายแดนกั้นสัมพันธ์ "ไทย-เขมร"
Botnoi Voice

หลังโลกโซเชียลแห่แชร์ภาพ “รั้วเพื่อความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา” ด้าน อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ระหว่างหลักเขตที่ 52-54 ฝั่งตรงข้าม เมืองพระตะบอง ชายแดนเขมร ระยะทาง 1.3 กิโลเมตร ภายใต้ความรับผิดชอบของกองทัพไทย โดยเริ่มลงมือก่อสร้างตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา และคาดจะแล้วเสร็จเดือน มิ.ย.2569 ทำให้มีการตั้งคำถามว่า เขตแดนไทย-กัมพูชาทางบก มีระยะความยาวประมาณ 798 กิโลเมตร มีความเป็นไปได้หรือไม่หากจะสร้าง “รั้วถาวร” ลักษณะนี้ให้ครบทุกพื้นที่

หลังเกิดการสงครามการสู้รบระหว่างไทย-เขมร ปะทะเดือด 2 รอบ เมื่อเดือน ก.ค.2568 และ ธ.ค.2568 ก่อนจะเจรจาหยุดยิงอย่างเป็นทางการ และก่อนหน้านี้ได้ปิดด่านการค้าถาวรในเขตพื้นที่ชายแดน 7 จังหวัด อุบลราชธานี สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ จันทบุรี ตราด สระแก้ว ประกอบด้วย จุดผ่านแดนถาวร 6 แห่ง คือ ด่านช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ, ช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์, บ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว, บ้านแหลม อ.โป่งน้ำร้อน บ้านผักกาด อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี, บ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด

 "รั้วคอนกรีต -ปิดด่านถาวร" กำแพงชายแดน กั้นสัมพันธ์ "ไทย-เขมร"

"รั้วคอนกรีต -ปิดด่านถาวร" กำแพงชายแดน กั้นสัมพันธ์ "ไทย-เขมร"

รวมทั้งจุดผ่อนปรน 10 แห่ง คือ ช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี, บ้านตาพระยา อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว, บ้านหนองปรือ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว, บ้านเขาดิน อ.คลองหาด จ.สระแก้ว, บ้านซับตารี อ.สอยดาว จ.จันทบุรี, บ้านบึงชนังล่าง อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี, บ้านสวนส้ม อ.สอยดาว จ.จันทบุรี, บ้านหมื่นดาน ต.บ่อพลอย อ.บ่อไร่ จ.ตราด, บ้านชมง ต.นนทรี อ.บ่อไร่ จ.ตราด และ ช่องสายตะกู ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์

และจุดผ่อนปรนเพื่อการท่องเที่ยว ช่องทางขึ้นเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ และจุดผ่อนปรนปราสาทตาเมือนธม อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ และจนถึงปัจจุบัน รัฐบาลยังไม่มีนโยบายเปิดด่านการค้าชายแดนชายแดน แต่อย่างใด โดย “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า หลังการประชุมสุดยอดอาเซียน ที่ฟิลิปปินส์ ว่า การหารือ 3 ฝ่ายร่วมกับกัมพูชา ไม่มีการพูดถึงเรื่องเปิดด่านชายแดนและการปักปันเขตแดน

ขณะที่ชายแดนไทย-เขมร อยู่ในช่วงปิดถาวร “กองทัพไทย” เดินหน้าสร้างรั้ว เพื่อความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา ระหว่างหลักเขตที่ 52-54 จันทบุรี ตั้งแต่ช่วงกลางเดือน เม.ย. จนมีความคืบหน้าแล้ว 20% โดยได้รับการสนับสนุนโครงการก่อสร้างบังเกอร์แนวชายแดนไทย-กัมพูชา จากยอดเงินบริจาคสมทบ "กองทุนหทัยทิพย์" ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์

ทั้งนี้ กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) จัดทำแผนการดำเนินงานเพื่อก่อสร้างถนนตรวจการณ์ และรั้วแนวชายแดนไทย-กัมพูชา แนวก่อสร้างอยู่บริเวณหลักเขตแดนที่ 52-59 และเริ่มดำเนินการบริเวณหลักเขตแดนที่ 52-54 ระยะทางประมาณ 1.3 กิโลเมตร ในพื้นที่ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ซึ่งติดต่อกับ อ.กอมเรียง จ.พระตะบอง ประเทศกัมพูชา เมื่อสร้างแล้วเสร็จจะมีการก่อสร้างต่อถึงหลักเขตที่ 59 ระยะทาง 8 กิโลเมตร

 "รั้วคอนกรีต -ปิดด่านถาวร" กำแพงชายแดน กั้นสัมพันธ์ "ไทย-เขมร"

"รั้วคอนกรีต -ปิดด่านถาวร" กำแพงชายแดน กั้นสัมพันธ์ "ไทย-เขมร"

สำหรับพื้นที่ก่อสร้างรั้ว มีภูมิประเทศเป็นพื้นที่ราบ มีแนวเขตแดนชัดเจน ทั้งฝั่งไทยและกัมพูชา จะมีถนนตรวจการณ์ตลอดแนวรั้วชายแดน รั้วมีความสูง 170 เซนติเมตร ลงเสาเข็มเทคานคอนกรีตอย่างแน่นหนา เว้นระยะห่างระหว่างเสาประมาณ 3 เมตร ใช้เสารวม 900-1,000 ต้น โครงสร้างด้านบนเป็นแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป วางสูงจากพื้น 150 เซนติเมตร และด้านบนเสริมตาข่ายเหล็กคงทนแข็งแรงสูงอีกประมาณ 20 เซนติเมตร มีลักษณะคงทน ถาวร ป้องกันการบุกรุกทำลาย หรือลักลอบข้ามแดน การขุดลอดหรือปืนข้าม

 "รั้วคอนกรีต -ปิดด่านถาวร" กำแพงชายแดน กั้นสัมพันธ์ "ไทย-เขมร"

"รั้วคอนกรีต -ปิดด่านถาวร" กำแพงชายแดน กั้นสัมพันธ์ "ไทย-เขมร"

ข้อมูลจากกองบัญชาการกองทัพไทย ระบุว่า โดยการสำรวจและปักหลักเขตแดน ระยะทางยาว 789 กิโลเมตร มีการปักปันแขตแดนไว้แล้วจำนวน 74 หลัก โดยเริ่มจากหลักเขตแดนที่ 1 อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ และจะมีการปักหลักต่อ ๆ ไปทางทิศตะวันตกไปทาง จ.สุรินทร์, บุรีรัมย์, สระแก้ว จันทบุรี และสิ้นสุดที่หลักเขดแดนที่ 73 อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ซึ่งแต่ละหลักเขตแดนจะปักตามลักษณะภูมิประเทศธรรมชาติ

รายงานจากหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ระบุว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่เร่งก่อสร้างทุกวันให้เสร็จภายใน 45 วัน หลังเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ช่วงกลางเดือนเม.ย. 2569 เพื่อให้เป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนด แม้จะเป็นการก่อสร้างในเขตแดนไทยแต่จะมีทหารกัมพูชา เข้ามาสังเกตการณ์บ่อยครั้ง ส่วนการสร้างรั้วชายแดน อาจทำได้ไม่เหมือนกันในทุกพื้นที่ เนื่องจากแต่ละจังหวัดชายแดน มีลักษณะภูมิประเทศแตกต่างกัน

อ่านข่าว

ราชกิจจาฯ ประกาศ "ปราสาทตาควาย-ปราสาทคนา-ปราสาทตาเมือน" เป็นโบราณสถาน

"อาม่า มารีน" แจงหลังถูกพาดพิงปมซื้อที่ดิน 500 ไร่ ยันไม่ใช่นอมินีใคร

"นายกฯ" ขับรถพุ่มพวง พา "ศุภจี" ซ้อนท้าย คิกออฟ "ไทยช่วยไทย"