วันนี้ (14 พ.ค.2569) พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ระบุถึงกรณีรัฐบาล ยกเลิก MOU 2544 ไทย-กัมพูชาว่า ในมุมมองของทหารเรือ ยังคงรักษาเส้นแนวที่ประกาศไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2516 ซึ่งการประกาศเส้นแนวดังกล่าว ใช้หลักการของกฎหมายทางทะเล จึงไม่กังวล เนื่องจากใช้หลักการตรงนั้นอยู่แล้ว ทั้งนี้ยืนยันว่า ไทยจะรักษาเส้นที่ประกาศไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2516
พล.ร.อ.ไพโรจน์ กล่าวถึงการใช้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล UNCLOS 1982 ว่า กฎหมายที่เป็นหลักสากล ถ้าทุกประเทศยึดมั่นในหลักสากล ส่วนตัวคิดว่าประโยชน์จะเกิดขึ้นกับทุกฝ่าย ซึ่งยึดหลักนี้มาตั้งแต่แรก และไม่ได้ประกาศโดยใช้จินตนาการ แต่ประกาศโดยใช้หลักการอยู่แล้ว ดังนั้นยืนยันว่า ไม่กังวลเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้
นอกจากนี้ พล.ร.อ.ไพโรจน์ กล่าวถึงกรณีสำนักงบประมาณตัดงบประมาณ จัดหาเรือฟริเกตลำที่ 2 ในคำของบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ของกองทัพเรือว่า กองทัพเรือยังยืนยันความต้องการเรือฟริเกต 8 ลำและจะจัดหาอย่างต่อเนื่องตามแผนพัฒนากองทัพ แต่หากรัฐบาลมีความจำเป็นในเรื่องงบประมาณทางกองทัพเรือก็รับฟัง อย่างไรก็ตามในปีงบประมาณ 2571 ก็จะมีการยืนยันการจัดหาเข้าไปอีกครั้ง พร้อมย้ำว่ากองทัพเรือมีความจำเป็นจริง ๆ เพราะจากสถานการณ์เช่นนี้และการฝึกที่ดำเนินการอยู่กองทัพเรือยังขาดเรือในการปฏิบัติงาน
การรบทางเรือ ไม่ใช่การรบแบบสุภาพบุรุษ ที่จะเปรียบมวยลำต่อลำ แต่ต้องมีกำลังรบที่เหนือกว่าเพื่อเอาชนะข้าศึก ซึ่งการมีกำลังรบที่เหนือกว่าก็อาจทำให้ไม่ต้องรบเลยก็ได้ เพราะข้าศึกไม่กล้ามาทำการรบกับไทย
ส่วนแผนรองรับถ้าไม่ได้รับการจัดซื้อเรือฟริเกตลำที่ 2 นั้น ผู้บัญชาการทหารเรือระบุว่า เรื่องในอนาคตตนไม่ขอตอบ เพราะยังยืนยันในเรื่องความต้องการอยู่
ผู้บัญชาการทหารเรือยังกล่าวถึงข้อเสนอการชดเชยทางเศรษฐกิจหรือ offset policy ของ 6 บริษัทเอกชนที่เสนอต่อเรือฟริเกตลำที่ 2 ว่า ในรายละเอียดทาง พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการในฐานะประธานคณะกรรมการคัดเลือกฯ จะทราบดี และรับทราบจากข่าวที่สื่อมวลชนนำเสนอว่าบริษัทไหนจะทำการต่อเรือในประเทศกี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งคำว่าต่อเรือในประเทศนั้นอาจไม่ได้หมายความว่า การต่อเรือ 100% , 40 % หรือ 60% จะเป็นจุดตัดสินใจ เพราะยังมีเรื่องการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพราะถ้ามาต่อเรือให้ แต่ไม่ถ่ายทอดก็ไม่มีประโยชน์ เมื่อเทียบกับการที่ต่อเรือให้แล้วถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ด้วย และสามารถดูแลตัวเองได้ในอนาคตก็จะเป็นประโยชน์สำหรับกองทัพและประเทศชาติต่อไป
ทั้งนี้ผู้บัญชาการทหารปฏิเสธที่จะระบุถึงรายละเอียดสัดส่วนคะแนนระหว่างราคา การชดเชยทางเศรษฐกิจ ขีดความสามารถของเรือ แต่ก็ยอมรับว่าในเรื่องของขีดความสามารถของเรือมีคะแนนในสัดส่วนที่มากกว่า รองลงมาคือ offset policy และราคาซึ่งกำหนดไว้ในทีโออาร์อยู่แล้ว อย่างไรก็ตามคาดว่าการตัดสินของคณะกรรมการฯ ใช้ระยะเวลาไม่ถึงเดือนก็จะได้บริษัทที่ได้รับการคัดเลือก
ส่วนกระแสข่าวที่ว่ามีการล็อกบริษัทที่จะดำเนินการไว้แล้วนั้น ผู้บัญชาการทหารระบุว่า ไม่มี ซึ่งก็ดูน้องๆทุกคนที่เป็นกรรมการให้ทำงานอย่างเต็มที่ โดยการพิจารณาก็ยึดตามเอกสารที่บริษัทเสนอมาเป็นหลัก ไม่ได้พิจารณาข้อมูลจากที่เผยแพร่ในสาธารณชน อย่างไรก็ตามจากการที่ได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีก็ได้กำชับว่าให้เลือกสิ่งที่ดีที่สุด
ทางด้าน นายเอกราช อุดมอำนวย ว่าที่ประธานคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร สส.พรรคประชาชน เดินทางมาชมการฝึกกองทัพเรือประจำปี 2569 ณ สนามฝึกกองทัพเรือหมายเลข 15 หาดยาว อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
นายเอกราช กล่าวว่า สถานการณ์หลังการยกเลิกเอ็มโอยู 44 มีความไม่แน่นอนสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดความตึงเครียดทางทะเล ดังนั้นรัฐบาลควรให้ความสำคัญในการเสริมสร้างขีดความสามารถในด้านกำลังรบทางเรือมากขึ้น ในฐานะที่กองทัพเรือมีภารกิจในการปกป้องผลประโยชน์ทางทะเล ซึ่งในสมุดปกของกองทัพเรือไปมีแผนในการจัดหายุทโธปกรณ์และเรือรบเอาไว้เพื่อรองรับการปลดระวางเรือที่จะหมดอายุใช้งาน ในภาพรวมเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อสนับสนุนการทำหน้าที่รั้วทางทะเล แต่ปรากฏว่ารัฐบาลไม่อนุมัติงบประมาณในการจัดหาฟริเกตลำที่ 2 ในกรอบงบประมาณปี 2570 ทั้งนี้จะนำข้อมูลที่ได้เข้ารับชมในวันนี้ไปตั้งกระทู้ในสภาฯ เพื่อสอบรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมต่อไป
อ่านข่าว :
ผบ.ทร.แจงปมอาวุธโยง "ซุน หมิงเฉิน" ยันไม่หลุดจากกองทัพเรือ
กองทัพเรือ แจงคืบหน้าจัดหา "เรือฟริเกต" เปิดชื่อ 6 บริษัท ยื่นข้อเสนอ
"กองทัพเรือ" เดินหน้าจัดหา "เรือฟริเกต" เพิ่ม 1 ลำ 1.7 หมื่นล้าน
