วันนี้ (14 พ.ค.2569) กรณีปฏิบัติการบุกจู่โจมตรวจค้นสำนักงานกฎหมายและสำนักบัญชีเป้าหมายกว่า 20 แห่ง บนพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่างเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งผลจากการปฏิบัติการเมื่อวานนี้ (13 พ.ค.) ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดเอกสารและหลักฐานสำคัญจำนวนมาก ที่เกี่ยวข้องกับการจดจัดตั้งบริษัทนอมินีให้กับชาวต่างชาติ
ความคืบหน้า ทีมข่าวไทยพีบีเอส ลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศบนเกาะพะงัน อีกครั้ง พบว่าสำนักงานกฎหมายและบัญชี 1 ใน 5 เป้าหมายหลักยังคงปิดล็อกด้วยกุญแจขนาดใหญ่ ไม่มีพนักงานหรือผู้เกี่ยวข้องเข้ามาเคลื่อนไหว แม้แต่รายเดียว ภายหลังจากที่ถูกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าสนใจคือการออกมาให้ข้อมูลจากบุคคลที่อ้างว่า "เคยรับจ้างเป็นนอมินี" ให้กับนักลงทุนต่างชาติ โดยกล่าวถึงกลไกการทำงาน ที่ทำกันเป็นขบวนการและมีช่องโหว่ขนาดใหญ่
อดีตนอมินีรายนี้ เล่าว่า เริ่มต้นรับจ้างเปิดบริษัทมาตั้งแต่ปี 2565 โดยมีนักลงทุนต่างชาติ ว่าจ้างให้ใช้ชื่อคนไทยจดทะเบียนบริษัทในราคาเพียง 30,000 บาท ซึ่งเงินจำนวนนี้จะถูกแบ่งออกเป็นค่าธรรมเนียมการดำเนินการ 25,000 บาท และเหลือเป็นค่าจ้างตัวนอมินีเพียง 5,000 บาทเท่านั้น จะมีสำนักงานบัญชีทำหน้าที่เป็นตัวกลาง ในการจัดทำเอกสารและประสานงานทั้งหมดให้แบบเบ็ดเสร็จ
เปิดขบวนการ "นอมินี" เกาะพะงัน อ้างมีเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวช่วยต่างชาติ
ที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือกระบวนการ "จัดฉาก" เพื่อตบตาหน่วยงานราชการ โดยทางสำนักงานบัญชีจะไปจัดหารายชื่อคนไทยมายื่นเข้าประกันสังคม เป็นพนักงานบริษัทด้วยค่าจ้างเพียงคนละ 1,000 บาท
จากนั้นจะใช้วิธีจ้างคนไทยหรือชาวต่างชาติ ที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายคนไทย มาจัดฉากถ่ายภาพการทำงานในออฟฟิศ เพื่อนำภาพเหล่านั้นไปใช้เป็นหลักฐานประกอบเอกสารยื่นขอวีซาประเภท Non-B และใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) โดยบุคคลในภาพถ่ายกับรายชื่อพนักงานที่ยื่นจริงมักจะไม่ตรงกัน
แต่กระบวนการนี้กลับผ่านไปได้ด้วยดี เพราะมีการจ่ายเงินพิเศษจำนวน 3,000 บาท/ครั้ง/บริษัท ให้แก่เจ้าหน้าที่บางส่วน เพื่อแลกกับการไม่ต้องลงพื้นที่ตรวจสอบความถูกต้องในสถานที่จริง
เปิดขบวนการ "นอมินี" เกาะพะงัน อ้างมีเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวช่วยต่างชาติ
พยานรายนี้ ตั้งข้อสังเกตอีกว่า ปฏิบัติการที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 พ.ค. ดูเหมือนจะพุ่งเป้าไปที่กลุ่มธุรกิจของชาวอิสราเอลเป็นหลัก ทั้งที่ในความเป็นจริง บนเกาะพะงันมีชาวต่างชาติจากหลายสัญชาติที่ทำธุรกิจในลักษณะเดียวกัน จึงมองว่าอาจเป็นการ "เชือดไก่ให้ลิงดู" มากกว่าการกวาดล้างอย่างจริงจัง พร้อมทั้งระบุว่า ศูนย์กลางของขบวนการเหล่านี้มักจะอยู่ที่เกาะสมุย เนื่องจากเป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการสำคัญ ทำให้การประสานงานทำได้สะดวกกว่า
หากรัฐบาลต้องการกวาดล้างนอมินีให้สิ้นซากจริง ๆ จะต้องตรวจสอบไปถึงเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวก ในกระบวนการจดทะเบียนและการเปลี่ยนตัวกรรมการบริษัทผ่านระบบออนไลน์ หลังจากที่ต่างชาติได้รับวีซาเรียบร้อยแล้วด้วย
อ่านข่าวอื่น :
คณะกรรมการกลั่นกรองฯ ไฟเขียว "ไทยช่วยไทยพลัส" ประเดิมใช้เงินกู้ 4 แสนล้าน
จีนส่งสัญญาณแรงเตือนสหรัฐฯ อย่าข้ามเส้นแดง "ไต้หวัน" สัมพันธ์อาจพังได้
ปปง.ยึดทรัพย์เพิ่มกว่า 3,282 ล้านบาท "ยิม เลียก-ชนนพัฒฐ์-อลงกต-ทิดแย้ม"
