คดี "ซุน หมิงเฉิน" ผู้ต้องหาชาวจีน หากเจ้าหน้าที่ไม่พบพร้อมอาวุธสงคราม ซุน หมิงเฉิน คือนักท่องเที่ยวจีนทั่วไป ที่เข้ามาพร้อมหลักฐานหนังสือเดินทาง เอกสารยืนยันตัวตนและบัตรสิทธิพิเศษพำนักระยะยาว 5-20 ปี ซึ่งผู้ถือวีซาประเภทนี้ ผ่านการตรวจสอบประวัติกับหน่วยงานความมั่นคง และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ก่อนอนุญาตให้เข้าประเทศแล้ว
พ.ต.อ.พงศ์ธร พงศ์รัชตนันทน์ รองผู้บังคับการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 2 ในฐานะโฆษก ตม.2 รับผิดชอบการตรวจสอบบุคคลเข้า-ออกประเทศ ภายในสนามบิน ยืนยันว่ามาตรการตรวจคัดกรองชาวต่างชาติและบุคคลที่เข้าข่ายต้องสงสัยตาม พ.ร.บ.ตรวจคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 จะมีการสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด
กลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้ถือหนังสือเดินทาง 2 สัญชาติ, บุคคลจากประเทศคู่ขัดแย้ง, กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์, ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ตลอดจนผู้ที่ใช้วีซาผิดประเภท หรือกลุ่มที่มีพฤติกรรมเดินทางเข้า-ออกประเทศผิดปกติ
กรณีของ ซุน หมิงเฉิน ถือเป็นบุคคลที่ไม่พบประวัติอาชญากรรมหรือหมายจับ ทั้งในประเทศไทย ประเทศจีนและฐานข้อมูลตำรวจสากล จึงถือว่าเป็นบุคคลที่สามารถเข้ามาได้ตามปกติ เจ้าหน้าที่ไม่สามารถสืบสวนข้อมูลเชิงลึกหรือสกัดกั้น
โฆษก ตม.2 กล่าวว่า หากเป็นบุคคลมีประวัติคดีอาญา หรือเป็นบุคคลต้องห้าม มีชื่อในบัญชีเฝ้าระวังหรือแบล็กลิสต์ เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการสืบสวน รวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลออกหมายจับดำเนินการได้ทันที ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะถูกบันทึกในระบบไบโอเมทริกซ์
สถิติในปี 2568 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ปฏิเสธการเดินทางเข้าประเทศของชาวต่างชาติ ประมาณ 28,000 คน โดยพบว่าเป็นชาวจีนมากที่สุด ส่วนปี 2569 ผ่านมา 4 เดือนมีการปฏิเสธการเข้าเมืองแล้วกว่า 10,000 คน ไม่เว้นกลุ่มผู้ถือวีซาสิทธิพิเศษพำนักระยะยาว
ทีมข่าวไทยพีบีเอส ตรวจสอบข้อมูลกลุ่มบุคคลที่เจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง และเข้าข่ายกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเจ้าหน้าที่จัดกลุ่มตามผู้กระทำความผิด พบแบ่งเป็น 9 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มสแกมเมอร์, คอลเซนเตอร์ ซึ่งกำลังเป็นปัญหาและส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชา กลุ่มนี้สร้างความเสียหายทั้งคนไทยและอีกหลายประเทศ, ค้ามนุษย์ บังคับทำงาน, กลุ่มพนันออนไลน์ กลุ่มนี้พบเงินหมุนเวียนมากถึงหลักหมื่นล้านบาท
กลุ่มสถานบันเทิง ธุรกิจกลางคืน ซึ่งกรณีนี้เห็นชัดจากคดีผับจินหลิง และเป็นที่มาของการใช้คำว่า "จีนเทา", กลุ่มยาเสพติดที่ใช้ไทยเป็นแหล่งพักและทางผ่าน, กลุ่มฟอกเงิน ซึ่งกลุ่มนี้ถือเป็นหัวใจกลุ่มทุนเทา พบเข้ามาลงทุนในหลายลักษณะ
นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มนอมินี ธุรกิจ ใช้ช่องว่ากฎหมายให้คนไทยถือหุ้นแทน, กลุ่มท่องเที่ยวสีเทา เช่น ทัวร์ศูนย์เหรียญ และกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มไซเบอร์และเทคโนโลยี ซึ่งกลุ่มที่ใช้เทคโนโลยีเฉพาะทาง เจ้าหน้าที่ระบุว่า กลุ่มทั้งหมดอาจแยกส่วนกัน หรืออาจป็นกลุ่มบุคคลกลุ่มเดียวที่ดำเนินการหลายอย่างในเวลาเดียวกัน
อ่านข่าว
"สนธิญา" ยื่นดีเอสไอขอให้รับคดี "ซุน หมิงเฉิน" เป็นคดีพิเศษ
นายกฯ เรียกถก "กิตติ์รัฐ-จิรภพ" สางปัญหานอมินีสวมสิทธิ์ที่ดิน
ปปง.ยึดทรัพย์เพิ่มกว่า 3,282 ล้านบาท "ยิม เลียก-ชนนพัฒฐ์-อลงกต-ทิดแย้ม"
